You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โควิด-19 : ทรัมป์ถูกนานาชาติวิจารณ์ หลังประกาศงดให้เงินอุดหนุนองค์การอนามัยโลก
เลขาธิการสหประชาชาติ และผู้นำชาติต่าง ๆ วิจารณ์การตัดสินใจของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ประกาศระงับการสนับสนุนงบประมาณให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ขณะที่ทั้งโลกกำลังเผชิญกับการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19
บิล เกตส์ มหาเศรษฐีชั้นนำของโลกชาวอเมริกัน และผู้สนับสนุนด้านการเงินรายใหญ่ของ WHO บอกว่าการตัดสินใจของสหรัฐฯ "เป็นอันตรายยิ่ง" ขณะที่ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) บอกว่า ขณะนี้ "ยังไม่ใช่เวลา" ที่จะมาตัดเงินสนับสนุนแก่ WHO
"ผมเชื่อว่าองค์การอนามัยโลกต้องได้รับการสนับสนุน เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อความพยายามของประชาคมโลกในการชนะศึกสงครามกับโรคโควิด-19" นายกูเตร์เรส กล่าว
ด้าน นายเทดรอส อาดานอม เกเบรเยซัส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก บอกว่า "เราไม่ควรเสียเวลาไปกว่านี้" ความสนใจเดียวที่ WHO มีอยู่ในขณะนี้ คือ การยุติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
"สหรัฐอเมริกาเป็นเพื่อนที่โอบอ้อมอารีต่อ WHO มาอย่างยาวนาน และเราหวังว่าจะยังคงเป็นต่อไป"
ทำไม สหรัฐฯ เลิกสมทบทุน WHO
นายทรัมป์ แถลงเมื่อ 14 เม.ย. ว่าจะยุติให้งบประมาณสนับสนุนแก่องค์การอนามัยโลก เนื่องจาก "ล้มเหลวในการปฏิบัติทำหน้าที่หลักของตนเอง" ในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
นายทรัมป์กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก "บริหารงานผิดพลาดอย่างร้ายแรง และปกปิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา" และอธิบายว่า สหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุนหลักขององค์การอนามัยโลก ด้วยภาษีของชาวอเมริกันปีละ 400 - 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (1.3-1.6 หมื่นล้านบาท)
"หาก WHO ได้ทำหน้าที่ของตัวเองโดยการส่งผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เข้าไปประเมินสถานการณ์ในจีนอย่างตรงไปตรงมา และเปิดเผยความไม่โปร่งใสของทางการจีนแล้ว การระบาดของโรคก็อาจเกิดในวงจำกัดและไม่มีผู้เสียชีวิตมากมาย"
ทั้งนี้ นายทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องถึงการตัดสินใจที่ล่าช้าในการรับมือกับไวรัสโคโรนาในสหรัฐฯ เช่นกัน
ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกามียอดผู้ติดเชื้อมากกว่า 600,000 คน และจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 26,000 ราย ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์กล่าวหา WHO ว่าล้มเหลวในการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดตั้งแต่ช่วงแรกที่ไวรัสเริ่มระบาดในเมืองอู่ฮั่น ประทศจีน
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวชี้ว่า นายทรัมป์เคยยกย่องการรับมือโรคระบาดครั้งนี้ของจีน และยังเคยสบประมาทความร้ายแรงของไวรัสชนิดนี้ด้วย
หลังจากทรัมป์ประกาศระงับการเดินทางเข้าสหรัฐฯ จากจีนเมื่อปลาย ม.ค. องค์การอนามัยโลกไม่ได้ตำหนิการตัดสินใจนี้โดยตรง แต่ยังคงยืนกรานว่า ไม่แนะนำให้ยกเลิกเที่ยวบินหรือการค้าแต่อย่างใด
WHO คือใคร
องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1948 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การสหประชาชาติ (UN) และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครเจนีวา สวิซเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 194 ประเทศ
พันธกิจของ WHO คือ การดูแลการสาธารณสุขของโลก โดยมุ่งหมายว่าจะ "รณรงค์ด้านสุขภาวะ ปกป้องโลกให้ปลอดภัย และรับใช้ผู้เปราะบาง" ด้วยทุนสนับสนุนจากค่าสมาชิกซึ่งคำนวณจากความมั่งคั่ง จำนวนประชากร และความสมัครใจในการสมทบทุน
สหรัฐอเมริกาเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของ WHO โดยระหว่างปี 2018 - 2019 ได้มอบเงินเป็นจำนวน 400 ล้านเหรีญสหรัฐฯให้องค์การดังกล่าว ซึ่งคิดเป็น 15% ของงบประมาณรวม ส่วนจีนสมทบทุนประมาณ 86 ล้านเหรีญสหรัฐฯ
ผู้มอบเงินสนับสนุนที่สำคัญลำดับสอง คือ มูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ซึ่งก่อตั้งโดยมหาเศรษฐีชาวอเมริกันเจ้าของบริษัทไมโครซอฟต์ บิล เกตส์ และภรรยาของเขา เมลินดา เกตส์ นั่นเอง เงินจากมูลนิธินี้คิดเป็น 9.76% ในงบประมาณของ WHO
เมื่อเดือน มี.ค. WHO ตั้งเป้าระดมทุน 675 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และล่าสุด ยังมีรายงานข่าวระบุว่า WHO กำลังเตรียมการเปิดระดมทุนเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
WHO และคำครหา
องค์การอนามัยโลกถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามเป็นจำนวนมากตั้งแต่เกิดวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ ยกตัวอย่างตามลำดับเวลา เช่น เมื่อก.พ. ที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลกเมินคำยืนกรานของ WHO ที่แนะว่าไม่จำเป็นต้องระงับการเดินทางเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา
เดือน มี.ค. WHO ถูกกล่าวหาว่าตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อผู้สื่อข่าวช่อง RTHK จากฮ่องกงถาม บรูซ เอลวาร์ด ผู้ช่วยผู้อำนวยการขององค์การดังกล่าว ว่า WHO จะพิจารณาให้ไต้หวันเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรอีกครั้งหรือไม่ เอลวาร์ดตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ แล้วจึงบอกว่าไม่ได้ยิน และขอคำถามถัดไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามคำถามเดิมซ้ำอีกครั้ง เอลวาร์ดก็ดูเหมือนจะวางสายไป ผู้สื่อข่าวจึงต่อสายหาเขาอีกครั้งแล้วถามประเด็นเดิม เอลวาร์ดจึงตอบกลับมาว่า "เราพูดถึงประเทศจีนกันไปแล้วนี่ครับ" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงหลักการของจีนแผ่นดินใหญ่ที่ยึดมั่นว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ แม้ว่าไต้หวันจะมองตัวเองเป็นอีกประเทศก็ตาม
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขบางรายยังกล่าวว่า คำแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยของ WHO ยังสร้างความสับสนให้กับประชาคมโลกอีกด้วย
บาร์บาร่า เพลช-อัชเชอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า ในแง่หนึ่งท่าทีครั้งนี้ของสหรัฐฯ เกี่ยวข้องกับประเด็นไวรัสโคโรนา เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนได้วิจารณ์ WHO อย่างหนักว่า ลำเอียงและเข้าข้างคำพูดจากจีนในช่วงแรกของการระบาด และไม่กดดันจีนที่พยายามปกปิดข้อมูลเท็จ
แต่อีกแง่หนึ่ง การที่สหรัฐฯ ระงับการให้ทุนแก่ WHO ครั้งนี้ ก็เป็นการพยายามตัดตอนอิทธิพลของจีนที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโลกด้วยเช่นกัน การที่จีนได้บทบาทเป็นผู้นำในองค์กรระดับนานาชาตินั้นบั่นทอนระบบกติกาสากลที่ต้องพึ่งความโปร่งใส ซึ่งจำเป็นต่อการป้องกันและรับมือโรคระบาดครั้งใหญ่
ปฏิกริยานานาชาติ
- อังกฤษ โฆษกของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แถลงว่า งสหราชอาณาจักร ไม่มีแผนที่จะระงับเงินอุดหนุนแก่ WHO พร้อมระบุว่า องค์การอนามัยโลก "มีบทบาทสำคัญในขณะนี้ในการนำการต่อสู้กับวิกฤตสาธารณสุขของโลก"
- เยอรมนี นายไฮโค มาส รมว. ต่างประเทศ ทวีตว่า การเพิ่มขีดความเข้มแข็งให้แก่องค์การอนามัยโลกที่กำลัง "ขาดแคลนทุนทรัพย์" เป็นการลงทุนที่เยี่ยมยอดที่สุดวิธีหนึ่ง ที่พึงกระทำในขณะนี้
- จีน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ การตัดสินใจของนายทรัมป์จะเป็นการ "กัดเซาะความร่วมมือในระดับนานาชาติ" ในการสู้กับไวรัส
- สหภาพยุโรป นายโจเซฟ บอร์เรลล์ ประธานด้านนโยบายต่างประเทศของอียู บอกว่า ไม่มีความชอบธรรมใดเลยสำหรับการกระทำเช่นนั้นในภาวะที่ WHO "มีความจำเป็นยิ่งกว่าครั้งใดใด"
- ออสเตรเลีย นายสก็อต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาเข้าใจดีต่อข้อวิจารณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่เขาเห็นว่า WHO กำลัง "ทำงานสำคัญมาก"
- นิวซีแลนด์ นางจาซินดา อาร์เดิร์น กล่าวว่า WHO "ให้คำแนะนที่เราเชื่อได้"