ไวรัสโคโรนา : จาก "กักตุน" สู่ "ตัดต่อภาพ" เรารู้อะไรแล้วบ้างเรื่องหน้ากากอนามัยและ "คนสนิท" ธรรมนัส

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิเสธอีกครั้งในวันนี้ (10 มี.ค.) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องปมกักตุนหน้ากากอนามัย เชื่อมีการตัดต่อภาพที่นำมาแสดง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการขยายผลแล้ว และความจริงจะ "กระจ่าง" ภายในสัปดาห์นี้

"อยากเรียนสื่อมวลชนว่าการนำเสนอข่าว อะไรที่เป็นความจริงทำให้สังคมได้เห็น ก็ควรจะนำเสนอโดยเฉพาะในเวลานี้ บ้านเมืองกำลังวิกฤติ ควรนำข้อเท็จจริงมาเสนอ แต่กลับนำเสนอประเด็นว่าจะอยู่หรือจะลาออก ผมเห็นว่าเราน่าจะช่วยกันเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อช่วยกันกระชากหน้ากากว่าจริง ๆ แล้ว ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กันแน่" รมช.เกษตรฯ แถลงที่ทำเนียบรัฐบาล

เมื่อวานนี้ (9 มี.ค.) ร.อ.ธรรมนัส ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้จักกับนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี ซึ่งเป็นบุคคลที่โพสต์เฟซบุ๊กอ้างว่ามีหน้ากากอนามัยอยู่ในความครอบครอง "หลายล้านชิ้น" และได้ส่งออกไปขายในประเทศจีน

ข้อกล่าวหาว่า รมช.เกษตรฯ มีส่วนรู้เห็นในกรณีนี้มาจากที่ นายศรสุวีร์ โพสต์รูปภาพตัวเองกับนายพิตตินันท์ รักเอียด ผู้ติดตาม ร.อ.ธรรมนัส เมื่อวันที่ 2 มี.ค. พร้อมกับข้อความว่า "ดีใจที่มีพี่คอยห่วงน้อง"

ล่าสุด ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนนายพิตตินันท์ รักเอียด แล้ว และ ร.อ.ธรรมนัส บอกว่าได้ปลดเขาออกจากคณะทำงานไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมาแล้ว

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก "แหม่มโพธิ์ดำ" ซึ่งเป็นผู้นำคลิปนายศรสุวีร์ขณะกำลังพาชมคลังเก็บหน้ากากอนามัยและโฆษณาขาย ออกมาเผยแพร่ ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังระบุก่อนหน้านี้ว่าจะปิดเพจ

"ว่าจะพักสักเดือน ไม่กี่ชั่วโมงเจอใส่ร้ายหนักมาก กะแล้วว่าถ้าออกมาเปิดโปงเรื่องหน้ากาก กูต้องโดนแบบนี้" เพจแหม่มโพธิ์ดำ ระบุ ทางเพจในวันที่ 10 มี.ค.

"คิดสิ มันไวรัลขนาดนี้ก็เพราะมันจริง มีคลิปเสียง ภาพถ่าย พวกมึงก็ยังหาหน้ากากไม่เจอ บอกภาพตัดต่อ คลิปตัดต่อ"

แอดมินเพจแหม่มโพธิ์ดำซึ่งเรียกตัวเองว่า "ควีน" ย้ำอีกว่า ไม่ได้กล่าวหา ร.อ.ธรรมนัส สักคำ เพียงแค่เอารูปนายศรสุวีร์ซึ่งอ้างว่าเป็นคนสนิทของนายพิตตินันท์ มาลง

"แทนที่จะไล่บี้คนผิด เ_อกจะมาตีกับคนแฉ คนฉลาดเขาจะชี้แจง อธิบายให้ชัดเจน ไม่ใช่ใส่ร้ายคนเปิดโปง อย่าให้สอนมวยดิ" เพจซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 3 ล้านคนระบุ

จุรินทร์บอก "เอาผิดตามกฎหมาย"

ด้าน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีการจับกุมนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี ว่ามี 3 ข้อหาด้วยกันที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเข้าไปร่วมดำเนินการสอบสวนคือ 1. หากมีครอบครองหน้ากากอนามัยจำนวน 200 ล้านชิ้นจริง หรือจำนวนเท่าไหร่ก็ตามที่อยู่ในครอบครองตามที่กฎหมายกำหนดห้าม จะต้องแจ้งการครอบครองซึ่งหากไม่แจ้งจะต้องผิดกฎหมาย 2. การจำหน่ายเกินราคา 3. ค้ากำไรเกินควร

อย่างไรก็ดี นายจุรินทร์ บอกว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับคณะทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส แต่ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนกฎหมายหากพบว่ามีความผิด ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นใครก็ตาม

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุว่า จากคณะทำงานที่ส่งลงไปตรวจทุกโรงงานยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ขอให้สื่อคำนึงถึงเจ้าหน้าที่ที่จะต้องสอบสวนไปตามขั้นตอน ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนในกรณีนี้

พรรคร่วมรัฐบาลหวั่นไหว

จากกรณี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นในกลุ่มไลน์พรรค ว่าควรทบทวนว่าจะร่วมพรรครัฐบาลต่อหรือไม่เมื่อมีข้อกล่าวหาว่า ร.อ.ธรรมนัส มีเอี่ยวกักตุนหน้ากากอนามัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาตอบด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ว่า "ก็ถอนไปสิ" และบอกว่าเป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะไปพิจารณาเองว่าจะทบทวนมติของพรรคที่โหวตไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส หรือไม่

อย่างไรก็ดีในเวลาต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาขอโทษบอกว่าตอบเร็วไป ตอนนี้ไม่ขอพูดอะไร ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลก็ให้เสรีและสิทธินายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปพิจารณาและให้ดำเนินการตามมติของพรรคถือเป็นกลไกทางการเมือง