นักเศรษฐศาสตร์ หาวิธีให้คนได้เปลี่ยนไตใหม่เร็วขึ้น จนได้รางวัลโนเบล

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เอียน โรส
- Role, บีบีซี นิวส์ เบอร์ลิน
ถ้าคุณจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายไตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โอกาสที่จะได้ไตใหม่มีเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะนักเศรษฐศาสตร์ที่ชื่อว่า อัลวิน รอธ
รอธได้ปฏิวัติการบริจาคไตทั่วโลก ด้วยการใช้ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์เพื่อทำให้ได้ไตที่จะมาปลูกถ่ายได้เร็วขึ้น หากเขาไม่เข้ามาทำงานในส่วนนี้ ผู้คนหลายพันคนทั่วโลกต่อปี ที่กำลังเดินไปเดินมาพร้อมกับไตใหม่ ก็อาจจะยังคงทนทุกข์ทรมานอยู่ หรืออาจจะยังต้องล้างไต หรือก็ไม่ก็อาจเสียชีวิต
การบริจาคไตต่างไปจากการบริจาคอวัยวะอื่น ๆ เพราะมนุษย์มีไตสองข้าง แต่การมีไตเหลือเพียงข้างเดียวก็ใช้ชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นการบริจาคขณะยังมีชีวิตอยู่จึงสามารถทำได้
คุณอาจต้องการจะบริจาคไตข้างหนึ่งให้กับคนที่คุณรัก ซึ่งจำเป็นต้องได้ไตใหม่ แต่สิ่งที่มักเกิดขึ้นก็คือ ไตของผู้ต้องการบริจาคไม่เข้ากันกับร่างกายของผู้ต้องการรับบริจาค
ก่อนที่ ศ.รอธ จะใช้วิธีการทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาจัดการเรื่องนี้ ผู้ต้องการไตอาจจะต้องรอการบริจาคไตจากคนที่เพิ่งเสียชีวิต หรืออาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีไตเหลืออยู่เลย
แนวคิดของเขาคือ "การแลกเปลี่ยนไต" ซึ่งจะจับคู่ผู้บริจาคและผู้รับบริจาคที่มีไตเข้ากันไม่ได้ กับคู่อื่น ๆ ที่มีปัญหาเดียวกัน ดังนั้นทุกคนที่กำลังจะบริจาคไตจะสามารถหาผู้รับที่เข้ากันได้กับไตของเขา
โดยการจับคู่ผู้บริจาคนี้อาจจะโยงใยกันเป็นลูกโซ่ ซึ่งอาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนไตกันมากถึง 70 ข้างกับผู้รับบริจาค 70 คน
การขายไตเป็นเรื่องผิดกฎหมายในทุกประเทศยกเว้นอิหร่าน เพราะในทางจริยธรรม รัฐบาลส่วนใหญ่ไม่ต้องการทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย เพราะจะเป็นการเปิดช่องให้คนขายอวัยวะของตัวเองเพื่อแลกเงิน
ศ.รอธ กล่าวว่า "ไตเป็นเรื่องที่เกือบทุกแห่งในโลก เราจะไม่ยอมให้ราคาเข้ามามีบทบาทใด ๆ ในตลาด" เมื่อผมถามถึงผลงานจากแนวคิดนี้ของเขา เขาได้ยกตัวอย่างหนึ่งว่า แต่ละปีมีสามารถจัดหาไตให้กับคนในสหรัฐฯ ได้ราว 1,000 ข้าง

ที่มาของภาพ, Nobel
ผลงานจากแนวคิดนี้ของเขาได้ทำให้ ศ.รอธ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์
การแลกเปลี่ยนไตในเยอรมนี
เราพบกันในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลและบุคคลสำคัญต่าง ๆ ได้มาหารือกันเกี่ยวกับอนาคตด้านสาธารณสุข อัลวิน รอธ มาที่นี่ด้วย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเยอรมนี เป็นหนึ่งในประเทศอุตสาหกรรมที่สำคัญไม่กี่แห่งที่การแลกเปลี่ยนไตยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่
"ผมคิดว่ากฎเกณฑ์ของทางการเกี่ยวกับเรื่องไตในตลาดทุก ๆ แห่ง จำเป็นต้องมีการทบทวนเป็นระยะ ๆ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และควรจะมีการปรับปรุงให้ทันสมัย ปรับให้เข้ากับขีดความสามารถในปัจจุบัน" เขากล่าว
เมื่อกระทรวงสาธารณสุขเยอรมนีได้รับการติดต่อเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางกระทรวงบอกผมว่า พวกเขากำลังวางแผนที่จะให้ประชาชนอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นนี้ แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเวลา
ศ.รอธ กล่าวว่า เขาเข้าใจถึงความกังวลที่ทำให้เยอรมนีห้ามเรื่องการแลกเปลี่ยนไต "พวกเขากังวลเกี่ยวกับการลักลอบค้าอวัยวะ"
"พวกเขากังวลว่า ถ้าผมแสดงตัวว่าต้องการบริจาคไตให้กับคุณ นั่นหมายความว่า คุณได้จ่ายเงินให้ผม แล้วผมก็อาจจะเป็นคนยากจน และอับจนหนทาง แต่ถ้าน้องชายของคุณแสดงตัวว่าต้องการบริจาคไตให้กับคุณ พวกเขาก็ไม่กังวลถึงเรื่องนั้น"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ขายไต
แต่ ศ.รอธ เห็นแนวทางว่า ในอนาคต ผู้คนอาจจะสามารถขายไตของตัวเองได้
เขาได้นำเรื่องนี้เปรียบเทียบกับเรื่องที่มีการถกเถียงกันในสหรัฐฯ ช่วงหลังสงครามเวียดนาม ซึ่งสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนวิธีบังคับเกณฑ์ทหารมาเป็นการรับใช้ชาติด้วยความสมัครใจ
อัลวิน รอธ เห็นถึงความเป็นไปได้ที่คนต้องการบริจาคไตเพื่อแลกกับเงิน อาจจะถูกรัฐมองว่าเป็น "วีรบุรุษ" โดยรัฐจะเป็นผู้เก็บรวบรวมไตและส่งมอบให้กับผู้รับบริจาคเช่นเดียวกับที่มีการส่งอวัยวะต่าง ๆ ในขณะนี้ ดังนั้นจะไม่มีการมอบไตด้วยเหตุผลด้านเงินทอง แต่เป็นความต้องการบริจาคของผู้บริจาคเอง
กระนั้นการมอบแรงจูงใจทางการเงินให้คนมาบริจาคไตก็ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ และมีคนจำนวนมากทั้งคนในวงการแพทย์และนอกวงการ ต่อต้านเรื่องนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
โครงการนำร่องซึ่งมีการจ่ายเงินค่าบริจาคไตหรือการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้รับบริจาคในประเทศที่มีรายได้สูง และผู้บริจาคในประเทศที่มีรายได้ปานกลางและต่ำ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก
ปีเตอร์ ซิงเกอร์ ซึ่งได้มีส่วนร่วมในงานที่เผยแพร่ในวารสารเดอะแลนเซ็ตเมื่อไม่นานนี้ ที่สนับสนุนโครงการดังกล่าว กล่าวกับบีบีซีว่า มีการแลกเปลี่ยนกันเกิดขึ้น 1 ครั้งในโครงการนี้
ศ.รอธ เป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้ และกล่าวว่า "น่าอายที่คนต้องตายเพราะกฎระเบียบของทางการ"
โนเบลมีเดีย เอบี (Nobel Media AB) และ BBC ร่วมกันผลิตบทความชิ้นนี้ขึ้น










