ราชวงศ์อังกฤษ : เจ้าชายแฮร์รีตำหนิสื่อล้ำเส้นเมแกน หวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยพระมารดา

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
เจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ออกแถลงการณ์ตำหนิสื่อมวลชน โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ที่ออกข่าวเชิงลบโจมตี เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายา อย่างต่อเนื่อง ทำให้ล่าสุดได้มีคดีความกับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง
ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงเริ่มกระบวนการทางกฎหมายเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีต่อหนังสือพิมพ์เมลออนซันเดย์ ฐานเผยแพร่จดหมายส่วนพระองค์ที่ส่งถึงนายโธมัส มาร์เคิล บิดา โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ส่วนพระองค์ เจ้าชายแฮร์รี ทรงระบุว่า พระองค์และพระชายาจำเป็นต้องดำเนินการตอบโต้ต่อ "การโฆษณาชวนเชื่อที่ไม่หยุดหย่อน"
ดยุคแห่งซัสเซกซ์ ตรัสด้วยว่า "ข้าพเจ้าเคยเสียแม่ไป และตอนนี้กำลังเห็นภรรยาตกเป็นเหยื่อของอิทธิพลแบบเดียวกัน" ซึ่งทรงหมายถึงเหตุการณ์ช็อกโลกที่ ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ สิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่กรุงปารีสเมื่อปี 1997 หลังถูกบรรดาปาปารัสซีขับขี่รถจักรยานยนต์ตามไล่ล่าถ่ายภาพพระองค์

ที่มาของภาพ, PA Media
การข่มเหงรังแก
สำหรับคดีความที่เกิดขึ้น บริษัทกฎหมาย ชิลลิงส์ ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลสูงอังกฤษในนามของดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ โดยกล่าวหาว่า เมลออนซันเดย์ และบริษัทแม่ของสื่อนี้ ได้เผยแพร่ข้อมูลเท็จที่สร้างความเสื่อมเสียต่อดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เป็นการรุกล้ำและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางมิชอบ ละเมิดลิขสิทธิ์ และละเมิดพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปี 2018
ข้อกล่าวหานี้มีขึ้นหลังจากเมลออนซันเดย์ตีพิมพ์จดหมายที่เขียนด้วยลายพระหัตถ์ที่เมแกนส่งถึงบิดาในเชิงตัดพ้อ หลังจากพิธีเสกสมรสของพระองค์กับเจ้าชายแฮร์รีเมื่อปี 2018 ซึ่งนายมาร์เคิลไม่ได้ไปร่วมงานด้วยเพราะมีปัญหาด้านสุขภาพ
เจ้าชายแฮร์รี ทรงกล่าวหาว่า เมลออนซันเดย์ ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดด้วยการตีพิมพ์จดหมายดังกล่าว โดยการตัดทอนวรรคตอน ประโยค และคำบางคำ เพื่อ "ใส่คำโกหกอย่างที่พวกเขาทำมาร่วมปี"
"พูดกันง่าย ๆ นี่คือการข่มเหงรังแก ซึ่งทำให้ผู้คนกลัวและไม่กล้าพูด เรารู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่อาจรับได้ในทุกกรณี" เจ้าชายแฮร์รีระบุในแถลงการณ์
ขณะที่โฆษกของเมลออนซันเดย์ ยืนกรานถึงความชอบธรรมในการตีพิมพ์จดหมายดังกล่าว โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการตัดต่อข้อความเพื่อเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในจดหมาย และประกาศจะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด

ที่มาของภาพ, PA Media
กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ในแถลงการณ์ส่วนพระองค์ เจ้าชายแฮร์รี ทรงระบุว่า ผลกระทบที่ "เจ็บปวด" จากการรายงานข่าวที่รุกล้ำข้อมูลส่วนบุคคลทำให้ทั้งคู่ต้องดำเนินการทางกฎหมาย
นอกจากนี้ทรงอ้างถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับพระมารดาว่า ความหวาดกลัวที่สุดของพระองค์คือการที่จะเกิด "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย" ขึ้นอีก
"ข้าพเจ้าได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับบุคคลอันเป็นที่รักของข้าพเจ้าที่ถูกแสวงหาประโยชน์ราวกับเป็นสินค้าจนถึงจุดที่พวกเขาไม่ได้รับการปฏิบัติหรือมองว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง"

ที่มาของภาพ, Getty Images
นิโคลัส วิตเชลล์ ผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของบีบีซี ระบุว่า แถลงการณ์ฉบับนี้เป็นการ "พูดอย่างตรงไปตรงมาที่สุด" และเป็นการ "โจมตีสื่อแท็บลอยด์อังกฤษอย่างเจ็บแสบ"
ขณะที่ รอย กรีนสเลด อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดลีมิร์เรอร์ และคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์การ์เดียน ระบุว่า ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ มีโอกาสที่จะชนะคดีนี้ แต่ขณะเดียวกันชี้ว่า เจ้าชายแฮร์รีทรงเดินเกมที่สุ่มเสี่ยง ด้วยการโจมตีสื่อมวลชนแบบเหมารวมทั้งที่เป็นการกระทำของหนังสือพิมพ์ฉบับเดียว
เขาให้สัมภาษณ์กับรายการทูเดย์ของสถานีวิทยุบีบีซีเรดิโอโฟว์ว่า "สื่อ โดยเฉพาะแท็บลอยด์นั้น มีอิทธิพลน้อยลงมากในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับในสมัยพระมารดาของพระองค์"
"พระองค์ทรงมีปฏิกิริยาที่เกินกว่าเหตุหรือไม่...ผมว่าพระองค์อาจได้รับผลลัพธ์ในทางตรงกันข้าม"


บทวิเคราะห์ โดย นิโคลัส วิตเชลล์ ผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของบีบีซี
ภาษาที่ใช้ในแถลงการณ์ฉบับนี้บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นของเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งเต็มไปด้วยการแสดงความโกรธเกรี้ยวและความเจ็บปวดที่ทรงมีต่อแท็บลอยด์อังกฤษ
หลายคนอาจสงสัยว่าบรรดาที่ปรึกษาส่วนพระองค์ได้ถวายคำแนะนำให้ทรงใช้ความอดทนอดกลั้นบ้างหรือไม่ แต่นี่เป็นเรื่องที่เราไม่อาจจะรู้ได้ แต่ประเมินจากความยาวและเนื้อหาที่ดุเดือดของแถลงการณ์ ก็พอจะทำให้ทราบได้ว่าเจ้าชายแฮร์รีทรงไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะฟังคำทัดทานจากผู้ใด
อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องยุติธรรมแล้วหรือไม่ที่จะตำหนิสื่อแท็บลอยด์ทั้งหมดจากข้อพิพาทเดียวและกับหนังสือพิมพ์ฉบับเดียว
ขณะที่ห้วงเวลาที่ทรงเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะมีขึ้นในขณะที่ทั้งเจ้าชายแฮร์รีและพระชายาได้ปิดฉากการเสด็จเยือนประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งหลายฝ่าย รวมทั้งสื่อแท็บลอยด์ เห็นตรงกันว่าประสบความสำเร็จด้วยดี ซึ่งช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของทั้งสองพระองค์ หลังจากตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการโดยสารเครื่องบินส่วนพระองค์ทั้งที่ทั้งคู่มักรณรงค์ในเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับปรุงพระตำหนักที่ใช้เงินภาษีประชาชนเกือบร้อยล้านบาท
ตอนนี้ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงมีคดีความกับหนึ่งในกลุ่มบริษัทสิ่งพิมพ์รายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ พร้อมออกโรงตำหนิอย่างรุนแรงต่อสื่อมวลชนอังกฤษโดยรวม
แท็บลอยด์อังกฤษไม่หวาดหวั่นที่จะต่อสู้ ขณะเดียวกัน พวกเขาอาจรู้สึกว่ากำลังถูกยั่วยุด้วยภาษาที่เผ็ดร้อนในแถลงการณ์ฉบับนี้ มันเป็นเรื่องฉลาดหรือไม่ เราคงจะได้เห็นกันต่อไป


ที่มาของภาพ, Getty Images
สื่อและข้อพิพาทกับราชวงศ์
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าชายแฮร์รีทรงออกมาตำหนิสื่อ เพราะเมื่อปี 2016 สมัยที่มีข่าวว่าพระองค์ทรงเริ่มคบหากับเมแกน เจ้าชายแฮร์รี ได้ออกแถลงการณ์ตำหนิสื่อมวลชนที่ "ข่มเหงรังแกและคุกคาม" แฟนสาวของพระองค์ อีกทั้งยังแสดงความคิดเห็นเชิงเหยียดเชื้อชาติ สีผิว ในบทความต่าง ๆ และพยายามบุกรุกบ้านพักของเธอ

ที่มาของภาพ, EPA
ส่วนเมื่อปี 2017 เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายา ทรงชนะคดีและได้รับค่าเสียหายมูลค่า 109,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากนิตยสาร Closer ของฝรั่งเศสเผยแพร่ภาพเปลือยอกของ แคทเธอรีน เมื่อปี 2012
ศาลฝรั่งเศสตัดสินว่า การเผยแพร่ภาพดังกล่าวเป็นการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของทั้งคู่
สำหรับการฟ้องร้องดำเนินคดีของดัชเชสแห่งซัสเซกซ์นั้น เจ้าชายแฮร์รีระบุในแถลงการณ์ว่าเป็นการใช้เงินส่วนพระองค์ และหากชนะคดี จะนำเงินค่าเสียหายที่ได้ไปมอบให้แก่องค์กรต่อต้านการกลั่นแกล้งรังแกในสังคม
อย่างไรก็ตาม เดวิด แบงกส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า หากศาลรับคำฟ้องและมีการพิจารณาคดีเกิดขึ้น ทั้งเจ้าชายแฮร์รี และพระชายาจะต้องไปขึ้นให้การต่อศาล พร้อมชี้ว่าหนึ่งในข้อเสียของการฟ้องร้องคดีว่าด้วยการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลก็คือการที่ ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์จะต้องเปิดเผยข้อมูล "ที่น่าอึดอัดใจ" ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพระองค์กับบิดา










