เจ้าชายวิลเลียม-พระชายา ประทับเครื่องบินราคาประหยัด หลังเจ้าชายแฮร์รี ถูกวิจารณ์ที่ทรงใช้เครื่องบินส่วนพระองค์

ที่มาของภาพ, Getty Images
ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงใช้บริการเที่ยวบินราคาประหยัดเพื่อเสด็จจากเมืองนอริชไปยังสกอตแลนด์
ทั้งสองพระองค์รวมทั้งพระโอรสและพระธิดาทรงประทับเครื่องบินของสายการบินฟลายบี (Flybe) จากสนามบินนอริช ไปยังเมืองอาเบอร์ดีนเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป ที่ปราสาทบัลมอรัล
ก่อนหน้านี้เมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางเรื่องที่เสด็จโดยเครื่องบินส่วนพระองค์ไปฝรั่งเศส
สายการบินฟลายบี ยืนยันว่าเจ้าชายวิลเลียม แคทเธอรีน พระโอรสและพระธิดา เสด็จพระราชดำเนินโดยสายการบินราคาประหยัด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ข้อมูลในเว็บไซต์ของฟลายบีระบุว่า ราคาตั๋วเครื่องบินจากนอริชไปยังอาเบอร์ดีนอยู่ที่ 73.05 ปอนด์ต่อคน (ประมาณ 2,700 บาท)
โฆษกหญิงของฟลายบี กล่าวว่า "เรารู้สึกปลาบปลื้มที่ได้ถวายการต้อนรับดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ และครอบครัวของพระองค์ในเที่ยวบินของเราอีกครั้ง ในการเสด็จจากเมืองนอริชไปยังอาเบอร์ดีน ด้วยเที่ยวบินของฟลายบีที่ปฏิบัติการโดยสายการบินอีสเทิร์นแอร์เวย์ส"
ด้านสำนักพระราชวังเคนซิงตัน ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น
ก่อนหน้านี้เจ้าชายแฮร์รี พระอนุชาของเจ้าชายวิลเลียม ทรงตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากเสด็จโดยเครื่องบินส่วนพระองค์ไปทรงเยี่ยม เซอร์เอลตัน จอห์น ที่เมืองนีซ ทางใต้ของฝรั่งเศส พร้อมด้วยเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายา และอาร์ชี พระโอรส
อย่างไรก็ดี เซอร์เอลตัน จอห์น ได้ออกมากล่าวปกป้องทั้งสองพระองค์ว่า "เรามั่นใจว่า เที่ยวบินของพระองค์ได้ชำระค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนอย่างเหมาะสม"
เขากล่าวด้วยว่าได้ทูลเชิญทั้งสองพระองค์เสด็จโดยเครื่องบินส่วนตัวของเขาไปยังบ้านในเมืองนีซ ซึ่งเป็นการ "ถวายการอารักขาขั้นสูงตามความจำเป็น"
หนังสือพิมพ์หลายฉบับของอังกฤษอ้างว่า การเสด็จพระราชดำเนิน 4 ครั้ง ในเวลา 11 วันของทั้งสอง พระองค์ ล้วนเป็นการเสด็จโดยเครื่องบินส่วนพระองค์
แต่ก็มีผู้ใช้งานทวิตเตอร์บางคนได้ทวีตข้อความปกป้องเรื่องที่สมาชิกราชวงศ์เสด็จโดยเครื่องบินส่วนพระองค์ โดยคนหนึ่งโพสต์ว่า "ไม่มีใครคาดหวังให้พระองค์ต้องเดินทางด้วยฟลายบี..."

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อเร็ว ๆ นี้เจ้าชายแฮร์รีเอง ทรงโพสต์ข้อความทางอินสตาแกรมว่า "ด้วยจำนวนผู้คนที่อาศัยอยู่ในโลกเกือบ 7.7 พันล้านคน ทุกทางเลือก ทุกรอยเท้า ทุกการกระทำล้วนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง"
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Instagram เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Instagram และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Instagram ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด Instagram โพสต์
ทีมงานตรวจสอบความจริงของบีบีซี (Reality Check) ได้พยายามสืบหาข้อมูลว่า เที่ยวบินที่ทั้งสองพระองค์ประทับเพื่อเสด็จไปยังฝรั่งเศส ปลดปล่อยคาร์บอนมากน้อยแค่ไหน
อย่างไรก็ดี เว็บไซต์คำนวณปริมาณการปล่อยคาร์บอนไม่ได้คำนวณการเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว แต่หลายบริษัทมีการคำนวณที่เป็นการบริการแก่ลูกค้าเป็นการส่วนตัวเท่านั้น
มีรายงานว่า ในการเสด็จไปยังเมืองนีซของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทั้งสองพระองค์ประทับเครื่องบิน Cessna Citation Sovereign ขนาด 12 ที่นั่ง ซึ่งใช้เชื้อเพลิง 247 แกลลอนต่อชั่วโมง
เที่ยวบินนี้ใช้เวลาเดินทางไปเมืองนีซราว 1 ชั่วโมง 40 นาที หมายความว่า จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิง 411 แกลลอน (1,868 ลิตร)
ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจ พลังงาน และอุตสาหกรรม (BEIS) ระบุว่า การเผาไหม้เชื้อเพลิงทุก ๆ 1 ลิตร ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 2.52 กิโลกรัม
ทั้งนี้ น้ำหนักของคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมามีน้ำหนักมากกว่าเชื้อเพลิง เพราะระหว่างการสันดาป คาร์บอนแต่ละอะตอมจะจับกับออกซิเจนในอากาศ 2 อะตอม
ดังนั้นการเผาไหม้เชื้อเพลิง 1,868 ลิตร จึงปล่อยคาร์บอนรวม 4.7 ตัน และเมื่อคำนวนเที่ยวบินไป-กลับ เท่ากับว่ามีการปล่อยคาร์บอน 9.4 ตัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
มีรายงานด้วยว่า ในเดือนเดียวกันนี้ทั้งสองพระองค์เสด็จไปยังเมืองอิบิซา ประเทศสเปน โดยเครื่องบิน Cessna ขนาด 9 ที่นั่ง ซึ่งใช้เชื้อเพลิงลดลงเล็กน้อย แต่ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที เมื่อคำนวณด้วยวิธีการเดียวกัน พบว่า คาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาอยู่ที่ 5.2 ตัน ต่อเที่ยว เมื่อรวมเที่ยวกลับแล้วจะอยู่ที่ 10.4 ตัน
โดยรวมแล้วการเสด็จโดยเครื่องบินทั้ง 4 ครั้งนี้ ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 19.8 ตัน คิดเป็น 3 เท่าของการปล่อยคาร์บอนโดยเฉลี่ยต่อปีของชาวอังกฤษ 1 คน หรือ 58 เท่า ของการปล่อยคาร์บอนต่อปีของคน 1 คนในประเทศเลโซโท ซึ่งเจ้าชายแฮร์รีเสด็จเยือนในช่วงพักหลังจบการศึกษา และทรงช่วยก่อตั้งองค์กรการกุศลแห่งหนึ่งขึ้นที่นั่น
อย่างไรก็ตาม BEIS ระบุว่า ในการคำนวณหา "ผลกระทบต่อสภาพอากาศสูงสุด" ของเที่ยวบินต่าง ๆ ต้องนำตัวเลขคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาไปคูณกับ 1.9 เพื่อคำนวณการปล่อยก๊าซที่ไม่ใช่คาร์บอนไดออกไซด์ ขณะทำการบินในระดับเพดานบินสูง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าจะส่งผลให้โลกร้อนขึ้น แต่การคำนวณผลกระทบในส่วนนี้ยังไม่มีความชัดเจนนัก
เมื่อคำนวณตามวิธีข้างต้นแล้ว จะได้ตัวเลข 37.6 ตัน หรือมากกว่า 6 เท่าของการปล่อยคาร์บอนต่อปีโดยเฉลี่ยของชาวอังกฤษ 1 คน หรือ 111 เท่าของการปล่อยคาร์บอนต่อปีของคน 1 คนในเลโซโท

ที่มาของภาพ, Reuters
การชดเชยคาร์บอน
เซอร์เอลตัน กล่าวว่า เขาจ่ายค่าชดเชยการปล่อยคาร์บอนที่เกิดจากการเสด็จของทั้งสองพระองค์ ไปยังบ้านของเขาในฝรั่งเศสแล้ว
เงินชดเชยนี้จะถูกนำไปลงทุนในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น การปลูกต้นไม้หรือการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอากาศลงในปริมาณเดียวกันกับคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกมา
ผู้โดยสารสามารถเลือกจ่ายค่าชดเชยนี้เพิ่มได้เมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินของสายการบินบางแห่ง แต่ก็มีบริษัทอิสระที่รับเก็บค่าชดเชยนี้เช่นกัน โดยทางบริษัทเหล่านี้จะคำนวณว่ามีการปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศมากแค่ไหนในแต่ละเที่ยวบิน จากนั้นจะกำหนดราคาในการจ่ายค่าชดเชย โดยตัวเลขการปล่อยคาร์บอนอาจไม่ตรงกันในการเดินทางเดียวกันขึ้นอยู่กับวิธีการคำนวณ
นักเคลื่อนไหวบางส่วนวิจารณ์ว่า การจ่ายค่าชดเชยการปล่อยคาร์บอนเป็นข้ออ้างในการสร้างมลพิษ ต่อไป และระบุว่าการทำเช่นนั้นแทบไม่ได้ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมเลย
ยกตัวอย่างกรณีสนามบินฮีทโธรว์ประกาศว่าจะลงทุนฟื้นฟูพื้นที่ดินพรุ ทางตะวันตกของแมนเชสเตอร์ เพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนทั้งหมดที่เกิดจากสนามบินภายในปี 2020 เป็นต้น
แน่นอนว่าการชดเชยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของเครื่องบินส่วนตัว ต้องแพงกว่าเครื่องบินพาณิชย์ เพราะจะต้องจ่ายสำหรับเครื่องบินทั้งลำ ไม่ใช่แค่ 2-3 ที่นั่ง
เปรียบเทียบการปล่อยคาร์บอนของเครื่องบินส่วนตัวอย่างไร
ในการคำนวณการปล่อยคาร์บอนในเที่ยวบินพาณิชย์ จะมีการคำนวณการปล่อยคาร์บอนของเครื่องบินทั้งลำแล้วนำไปหารด้วยจำนวนคนบนเครื่อง เพื่อหาตัวเลขการปล่อยคาร์บอนสำหรับผู้โดยสาร 1 คน แต่ผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่ง มีพื้นที่ต่อที่นั่งมากกว่าชั้นประหยัด ดังนั้นผู้โดยสารเหล่านั้นจึงมีส่วนในการปล่อยคาร์บอนมากกว่า
แล้วมีการคำนวณตัวเลขนี้ในการเดินทางโดยเครื่องบินส่วนพระองค์ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนอย่างไร
หากคำนวณตามวิธีของบริษัทคาร์บอนฟุตพรินต์ ถ้าเครื่องบินของพระองค์มีผู้โดยสารเต็มจำนวน (ยกตัวอย่างเช่น มีคณะผู้ติดตามโดยสารเครื่องบินลำนี้ด้วย) การปล่อยคาร์บอนต่อคนก็จะมากกว่าผู้โดยสารชั้นประหยัดที่เดินทางไปเมืองนีซและเมืองอิบิซาและเดินทางกลับมายังอังกฤษ มากกว่า 4 เท่า
การปล่อยคาร์บอนของทั้งสองพระองค์จะมากกว่าผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่งราว 3 เท่า
แต่ถ้าการเดินทางนี้ มีเพียงทั้งสองพระองค์และพระโอรสบนเครื่อง ตัวเลขที่ได้ก็จะสูงขึ้นไปอีกเป็นหลายเท่าตัว
ข้อควรพิจารณาอีกอย่างก็คือ การเดินทางโดยใช้เครื่องบินส่วนตัวโดยทั่วไปมักจะปล่อยคาร์บอนสูงกว่า ซึ่งชมรมเครื่องบินส่วนตัวของสหราชอาณาจักร ระบุว่า เป็นเพราะเครื่องบินส่วนตัวโดยทั่วไปจะทำการบินโดยไม่มีผู้โดยสารบนเครื่องราว 40% ของช่วงเวลาทำการบิน
อาจจะมีการใช้เครื่องบินส่วนตัวในการเดินทางเพียงขาเดียว แล้วเครื่องบินเหล่านี้ก็อาจจะต้องบินไปที่อื่นเพื่อรับผู้โดยสารคนต่อไป ขณะที่สายการบินพาณิชย์จะวางแผนเส้นทางบินอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า













