ซึมเศร้า : หญิงชาวอังกฤษเผยประสบการณ์ก้าวข้ามอาการป่วยด้วยโรคซึมเศร้าที่มากับการตั้งครรภ์

ที่มาของภาพ, ANNA CEESAY
เมื่อแอนนา ซีเซย์ ตั้งท้องลูกคนที่สอง เธอเริ่มรู้สึกซึมเศร้าและวิตกกังวล แต่ยังเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แม้สามีก็ไม่ล่วงรู้ แต่ตอนนี้เธอตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่คนอื่น ๆ ที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน
อย่างที่คนเป็นพ่อแม่มักจะพูดเสมอว่าจะมีบางช่วงเวลาของวันที่คุณรู้สึกได้ เมื่อไหร่ที่อยู่ในความเงียบงัน จะเป็นเวลาที่คุณคิดและรู้สึกถึงมัน
"ตอนเพิ่งตื่นเป็นเวลาที่ฉันมีความรู้สึกนี้มากที่สุด"
แอนนา นักข่าวและคุณแม่วัย 33 ปี เล่าว่าปัญหาเริ่มเกิดกับเธอตอนที่กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้ 6 เดือน ตอนนั้นลูกสาวคนแรกอายุแค่ 3 ขวบ
"มันมาเป็นเวลาค่ะ ตอนเช้าตรู่ ร่างกายของฉันรู้สึกถึงมันได้ มันเป็นอาการจมดิ่งที่เกิดอยู่ในท้อง"
"บางทีมันก็หายไป แต่บางทีก็เป็นอยู่อย่างนั้น บางวันก็ดี บางวันก็แย่" เธอบอก
สิ่งที่มาพร้อมกับความรู้สึกที่ "จมดิ่ง" คือ ความวิตกกังวล แอนนาเล่าว่า เธอกังวลในสิ่งที่ไม่เคยกังวลมาก่อน

ที่มาของภาพ, ANNA CEESAY
เธอพยายามคิดว่ามันน่าจะเป็นเพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ทั้งการต้องทำงาน ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว เพราะสามีไปทำงานที่อื่น บ้านที่อยู่ก็กำลังซ่อมแซม แต่แม้จะซ่อมแซมบ้านเสร็จแล้ว อาการวิตกกังวลก็ยังไม่หายไป
แอนนาเล่าว่าเธอกังวลมากในบางเรื่อง อย่างการทำไก่อบที่เธอเคยทำอยู่บ่อย ๆ แต่กลับต้องคอยกูเกิลดูเวลาอบไก่ให้แน่นอน เพราะกลัวว่าจะทำให้คนอื่นท้องเสีย
"ฉันคิดเอาเองว่า ฉันต้องทำผิด และจะทำให้ทุกคนที่กินต้องท้องเสีย และใครสักคนต้องตายเพราะกินมันเข้าไป"
แอนนา ซ่อนปัญหาสุขภาพจิตของเธอไม่ให้ใครรู้ ไม่ว่าจะเป็นสามี พ่อแม่ เพื่อน และไม่แม้แต่จะยอมรับกับตัวเองว่ากำลังมีปัญหา
เธอรู้ว่าเธอคงไม่ใช่คนเดียวที่ผลักปัญหาไว้ข้างหลัง ไม่ใส่ใจ และใช้ชีวิตต่อไป แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งเธอรู้ว่าต้องการความช่วยเหลือ และเริ่มโทรไปหาสายด่วน Pandas เพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งนั่นก็ยากเย็นยิ่งสำหรับเธอ
"ครั้งแรกที่ฉันได้พูดอะไรบางอย่างออกมาจริง ๆ คือตอนที่ฉันโทรไปหาแพนด้า เฮลป์ไลน์ (Pandas helpline) ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก ฉันยังจำเสียงสะอื้นของตัวเองได้"
อาสาสมัครผู้หญิงที่ปลายสายให้กำลังใจและบอกว่าแอนนากำลังมีอาการ "ซึมเศร้าหลังการคลอดบุตร" และแนะนำให้ไปพบแพทย์
"พอวางหูจากเธอ ฉันก็โทรไปเล่าให้สามีฟังทันที ตอนนั้นเขาอยู่ที่สหรัฐฯ" แอนนา เล่า เธอเชื่อว่าสามีทั้งงงและกังวล

ที่มาของภาพ, ANNA CEESAY
บาบู ซีเซย์ สามีของแอนนา ซึ่งทำงานเป็นนักแสดงเล่าว่า การใช้ชีวิตและการทำงานที่ยุ่งมากทำให้คนทั้งสองไม่รู้สึกเลยว่าพายุใหญ่กำลังจะมา
"อย่างแรกเลย ผู้หญิงคนนี้คือคนที่ผมเฝ้ามองด้วยความชื่นชมตลอดมา แต่เธอกลับต้องจมอยู่กับความเครียดอย่างแสนสาหัส มันให้ผมเศร้าเหลือเกิน ตอนนั้นผมคิดว่าจะหาเที่ยวบินกลับบ้านให้เร็วที่สุดได้ยังไง"
เขาอธิบายด้วยว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขา "เงียบ" และ "ฟัง" ในสิ่งที่แอนนาพรั่งพรูออกมา
ฉันกลัวว่าเขาจะเอาลูกไป ถ้าฉันบอกว่ามีอาการซึมเศร้า
ก่อนที่แอนนาจะไปพบแพทย์และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ทั้งความวิตกกังวล ความรู้สึกเศร้าหมอง และอาการทางกายที่เกิดกับเธอ มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวที่จะเข้ารับการช่วยเหลือ นั่นก็คือผลกระทบที่จะตามมา
"มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวจริง ๆ เวลาที่คุณมีลูก แล้วไปพบหมอเพื่อบอกว่าสภาพจิตใจของตัวเองไม่พร้อม ฉันคุยกับผู้หญิงหลายคนที่เป็นกังวลเรื่องนี้เหมือนกัน พวกเธอไม่อยากไปหาหมอเลย เพราะกลัวผลกระทบที่จะเกิดกับครอบครัวและลูก ๆ"
แต่แพทย์บอกกับแอนนาว่าเธอทำในสิ่งที่ถูกต้อง และไม่มีใครจะพรากลูกไปจากเธอได้ จากนั้นแอนนาก็ได้พบนักจิตบำบัดที่เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตหลังการคลอดบุตร
สุขภาพจิตช่วงก่อนและหลังตั้งครรภ์
ศ. ลอเรนน์ เชอร์ นักจิตวิทยา และหัวหน้าศูนย์สุขภาพจิต มหาวิทยาลัยลอนดอน (UCL) อธิบายว่าการตั้งครรภ์สามารถกระตุ้นให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต และจะทำให้คนที่มีปัญหาอยู่แล้วมีอาการทรุดลง
อาการที่ว่าอาจรวมถึงการร้องไห้ เซื่องซึม เฉื่อยชา นอนไม่ปกติ ในบางรายพบอาการทางร่างกายด้วย
ผู้เชี่ยวชาญรายนี้แนะนำให้สตรีมีครรภ์ที่ตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ พูดคุยกับคนรอบข้าง พบแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ และไม่ลังเลที่จะขอรับความช่วยเหลือทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ฉันเป็นแม่ที่ล้มเหลว เพราะฉันผ่าท้องคลอดลูก
ตอนที่ตั้งครรภ์ได้เกือบ 9 เดือน แอนนาไปพบจิตแพทย์อีกครั้ง เธอเล่าให้จิตแพทย์ฟังว่าการที่เธอไม่อาจคลอดด้วยวิธีธรรมชาติเหมือนตอนตั้งครรภ์ครั้งแรกได้ ทำให้เธอวิตกกังวลและเกรงว่าจะไม่สามารถรับมือกับการต้องผ่าท้องคลอดได้
"ฉันเป็นแม่ที่ล้มเหลว เพราะแม้แต่การคลอดธรรมชาติ ฉันยังทำไม่ได้"

ที่มาของภาพ, ANNA CEESAY
แต่จิตแพทย์ตั้งคำถามกลับว่าจะเล่าให้เพื่อนที่เพิ่งรู้ว่าเธอต้องผ่าท้องคลอดฟังอย่างไร
"ฉันจะบอกว่า ตราบใดที่ทารกเกิดมาสุขภาพดี นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว"
ตอนนั้นแอนนาเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าภาษาที่ใช้อย่างคำว่า "ผ่าตัดคลอด" ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เมื่อมองย้อนกลับไปแอนนารู้ว่าการได้พูดคุยถึงมันอย่างชัดแจ้ง ช่วยทำให้เธอคลายกังวล
หลังคลอดลูกคนที่สอง แอนนาพักการบำบัดไปชั่วคราวและกลับมาพบจิตแพทย์อีกครั้งเมื่อลูกอายุได้ 6 เธอบอกว่าตอนนั้นอารมณ์ของเธอขึ้น ๆ ลง ๆ แต่นั่นเป็นการเปลี่ยนแปลงธรรมดาทั่วไป
บทเรียน
"ประสบการณ์ครั้งนี้สอนว่า ฉันไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ความคิดเข้ามาครอบงำ ฉันอาจกังวลหรือรู้สึกแย่ได้ แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของฉัน มันเป็นแค่ความคิดที่ฉันควบคุมและจัดการได้"
คุณแม่ลูกสองยอมรับว่า ทุกวันนี้เรื่องสุขภาพจิตยังเป็นบาดแผลทางใจของเธออยู่ แต่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอก่อตั้ง "มาเธอร์ดอม (Motherdom)" นิตยสารสุขภาพจิตสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกอายุไม่เกินห้าขวบ
"เมื่อฉันอยู่ในจุดที่ดำมืดที่สุด ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างสิ้นเชิง แต่มันช่างไร้สาระ เพราะจริง ๆ แล้วฉันไม่ได้อยู่คนเดียวเลยสักนิด มันเป็นแค่ความรู้สึกเท่านั้น"









