วัยรุ่นอังกฤษฟื้นจากโคม่า แล้วพบว่าตัวเองตั้งท้อง-คลอดลูกไม่รู้ตัว

ที่มาของภาพ, SWNS
วัยรุ่นหญิงชาวอังกฤษคนหนึ่งเข้าสู่ภาวะโคม่า หลังจากเข้านอนพร้อมอาการปวดศีรษะ ก่อนที่จะฟื้นขึ้นในอีก 4 วันต่อมา พร้อมกับความประหลาดใจที่พบว่าตัวเองได้ให้กำเนิดลูกสาวโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตัวเองตั้งครรภ์
น.ส.เอโบนี สตีเวนสัน วัย 18 ปี จากเมืองโอลดัม ใกล้กับเมืองแมนเชสเตอร์ เข้านอนในคืนหนึ่งพร้อมกับอาการไม่สบาย เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากมีอาการชักหลายครั้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าเธอตั้งท้อง และใกล้คลอด
ตอนนั้นแพทย์ตรวจพบว่าเด็กในครรภ์ซ่อนอยู่ในหนึ่งในมดลูก 2 ลูกของเธอ ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยาก เรียกว่า ภาวะมดลูกแฝด (Uterus didelphys) เพราะตามปกติผู้หญิงจะมีเพียง 1 มดลูกเท่านั้น
ภาวะดังกล่าวทำให้ เอโบนี ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ เพราะไม่มีสัญญาณใดบ่งบอก ท้องของเธอไม่ได้ขยายใหญ่ ไม่มีอาการแพ้ท้อง และรอบเดือนก็มาตามปกติ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะมดลูกอีก 1 ลูกของเธอยังมีประจำเดือนตามปกติ
นอกจากนี้ มดลูกที่มีทารกอยู่นั้น ยังมีตำแหน่งค่อนไปทางด้านหลัง ทำให้เธอไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ปาฏิหาริย์โดยแท้
แพทย์พบว่า อาการชักของเอโบนี เกิดจากโรคพิษแห่งครรภ์ระยะก่อนชัก (Preeclampsia) แล้วแจ้งให้แม่ของเธอทราบว่าเอโบนีกำลังตั้งท้องและจะต้องทำการผ่าคลอดเอาเด็กออกโดยด่วน ซึ่งทารกหญิงลืมตาดูโลกด้วยน้ำหนักแรกเกิด 3,458 กรัม แพทย์เชื่อว่าเอโบนีอุ้มท้องจนครบกำหนด
หลังจากนอนไม่รู้สึกตัวนาน 4 วัน เอโบนี ก็ฟื้นขึ้นมาในวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับได้เห็นหน้าลูกสาวตัวน้อยเป็นครั้งแรก และเธอตั้งชื่อให้ลูกว่า "เอโลดี"
คุณแม่มือใหม่บอกว่า ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะเรียกว่า "ความรู้สึกท่วมท้น" ก็ยังน้อยเกินไป
"การได้พบหน้าลูกมันเหมือนกับฝันไป มันรู้สึกเหมือนประสบการณ์วิญญาณออกจากร่าง" เธอกล่าว
"ฉันกังวลว่าจะไม่รู้สึกผูกพันกับลูกสาวเพราะไม่ได้เตรียมใจรับกับการเกิดของเธอ แต่ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก..มันคือปาฏิหาริย์โดยแท้ ฉันไม่ขอแลกเอโลดีกับอะไรทั้งนั้น"
จู่ ๆ ท้องก็โตจนเห็นได้ชัดเจน
นางเชอรี สตีเวนสัน วัย 39 ปี แม่ของเอโบนี บอกว่า "ถึงแม้ฉันยืนกรานว่าลูกไม่ได้ท้อง แต่เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินแน่ใจว่าเธอตั้งท้อง แล้วฉันก็ต้องช็อกเมื่อจู่ ๆ ท้องของเธอดูใหญ่ขึ้นมาทันตา"
"พวกเขาคิดว่าอาการชักอย่างรุนแรงอาจทำให้ทารกในครรภ์ย้ายตำแหน่ง จนทำให้สังเกตเห็นได้ชัดเจน"
เอโบนี บอกว่า หนูน้อยเอโลดี ถูกนำไปวางบนอกของเธอทันทีที่เธอฟื้นขึ้นจากโคม่า
"มันฟังดูแย่มากในตอนนี้ แต่ตอนนั้นฉันขอให้พวกเขาอุ้มเธอออกไป เพราะฉันสับสนมาก และมั่นใจว่าพวกเขาทำผิดพลาด" เธอกล่าว
"แต่แม่อธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟังต่อหน้าพยาบาล และพวกเธอก็อุ้มลูกน้อยมาคืนเพื่อให้ฉันได้กอดลูกไว้ในอ้อมอกอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก...แม้ฉันจะรู้สึกสับสนและกลัว แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่งดงามและลูกก็ไม่ร้องไห้โยเย"
หลังจากผ่านประสบการณ์ที่ไม่คาดฝันครั้งนี้ เอโบนี วางแผนจะกลับไปเรียนหนังสือต่อจนจบการศึกษาด้านกายภาพบำบัดทางกีฬา











