แอบซุกซ่อนมากับเครื่องบินเพื่อหนีเข้าเมือง อันตรายเพียงใดและเคยมีผู้รอดชีวิตหรือไม่

Plane landing gear.

ที่มาของภาพ, Getty Images

กรณีศพปริศนาตกจากฟ้าใส่สวนหย่อมของบ้านหลังหนึ่งในกรุงลอนดอนได้สร้างความตกตะลึงให้ผู้พบศพ รวมทั้งผู้ที่ได้ทราบข่าว ซึ่งในเวลาต่อมาทราบว่าผู้ตายเป็นชายผู้หลบหนีเข้าเมืองที่แอบซุกซ่อนอยู่บริเวณช่องเก็บล้อของเครื่องบินโดยสารจากประเทศเคนยาที่มุ่งหน้าสู่สนามบินฮีทโธรว์ ในอังกฤษ

ศพดังกล่าวตกใส่สวนของบ้านหลังหนึ่งในย่านแคลปแฮม ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอนเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริเวณพื้นปูนที่ศพตกกระแทกยุบลงเป็นแอ่ง เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าจุดเกิดเหตุมีรอยเลือดกระจายเต็มกำแพงสวน

ตำรวจนครบาลลอนดอน ระบุก่อนการชันสูตรว่าเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นการตายที่น่าสงสัย โดยเชื่อว่า ชายผู้เสียชีวิตตกลงมาจากเครื่องบินของสายการบินเคนยา แอร์เวย์ส ที่เดินทางจากกรุงไนโรบี มายังสนามบินฮีทโธรว์ แต่ได้ตกลงมาก่อนที่เครื่องบินจะถึงจุดหมายปลายทาง

The garden where the body landed

ที่มาของภาพ, SWNS

คำบรรยายภาพ, บริเวณพื้นปูนที่ศพตกกระแทกยุบลงเป็นแอ่ง เพื่อนบ้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าจุดเกิดเหตุมีรอยเลือดกระจายเต็มกำแพงสวน

ขณะที่สายการบินเคนยา แอร์เวย์ส แถลงว่า ในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้พบกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบและเสบียงอาหารจำนวนหนึ่งบริเวณช่องเก็บล้อเครื่องบิน

โฆษกสายการบินเคนยา แอร์เวย์ส แถลงว่า "เที่ยวบินนี้ มีระยะทาง 6,840 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง 50 นาที โชคไม่ดีที่มีผู้ต้องเสียชีวิตจากการซุกซ่อนมากับเครื่องบินของเรา พวกเราขอแสดงความเสียใจต่อกรณีที่เกิดขึ้น"

ข่าวนี้ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า ผู้ลับลอบขึ้นเครื่องบินเพื่อเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้น ทำได้อย่างไร จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และเคยมีผู้รอดชีวิตจากการกระทำเช่นนี้หรือไม่

เกิดขึ้นบ่อยเพียงใด

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุสลดทำนองนี้กับเครื่องบินโดยสารที่มุ่งหน้าสู่สนามบินฮีทโธรว์ เพื่อนบ้านของบ้านหลังเกิดเหตุเล่าว่า เขาได้โทรแจ้งเรื่องกับท่าอากาศยานฮีทโธรว์ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่ากรณีแบบนี้เกิดขึ้นทุก 5 ปี

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานการบินพลเรือนของสหราชอาณาจักร ระบุว่า ระหว่างเดือน ม.ค. 2004 ถึงเดือน มี.ค. 2015 พบคนที่แอบซุกซ่อนมากับเครื่องบินโดยสารที่ท่าอากาศยานในสหราชอาณาจักร 6 ราย ส่วนอีกรายพบซุกซ่อนในเครื่องของสายการบินอังกฤษที่สนามบินต่างประเทศ

จากการรวบรวมข้อมูลของบีบีซีพบว่า ระหว่างปี 1997-2010 มีผู้เสียชีวิตจากการแอบซุกซ่อนในเครื่องบินที่เดินทางเข้าสหราชอาณาจักร และสายการบินของสหราชอาณาจักรในต่างแดนอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย โดยผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่มักมากับเที่ยวบินระยะทางสั้น หรือบินอยู่ต่ำกว่าระดับ 25,000 ฟุตเหนือพื้นดิน และมักเป็นผู้ชายในวัยฉกรรจ์

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนของสหรัฐฯ พบคนแอบซุกซ่อนในเครื่องบินโดยสารต่าง ๆ รอบโลก 96 ราย ระหว่างปี 1947-2012 ในเที่ยวบิน 85 เที่ยว

ทำได้อย่างไร

กรณีที่เกิดขึ้นหลายรายพบว่าผู้แอบซุกซ่อนมากับเครื่องบินเพื่อเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้น มักเป็นคนจากประเทศกำลังพัฒนาที่แสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในต่างแดน

การที่ในหลายประเทศมีการควบคุมพื้นที่การบินอย่างหละหลวม และไม่มีการตรวจสอบเครื่องบินที่จะออกเดินทางอย่างเข้มงวด จึงทำให้มีผู้ลักลอบเข้าไปแอบอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ใต้เครื่องบินได้

ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

ผู้ที่ซุกซ่อนมาบริเวณใต้ท้องเครื่องบินต้องเผชิญอันตรายมากมายจากสภาพแวดล้อมสุดขั้วต่าง ๆ

Plane wheels

ที่มาของภาพ, Thinkstock

คำบรรยายภาพ, ผู้ที่ซุกซ่อนมาบริเวณใต้ท้องเครื่องบินต้องเผชิญอันตรายมากมายจากสภาพแวดล้อมสุดขั้ว

อันตรายเหล่านี้ได้แก่ การถูกบีบอัดขณะที่เครื่องบินพับเก็บล้อ เกิดอาการเนื้อเยื่อถูกทำลายจากความเย็นจัด สูญเสียการได้ยิน หูอื้อ ภาวะเลือดเป็นกรด (acidosis) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

การที่เครื่องบินอยู่ในระดับสูงมาก ๆ ยังทำให้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็นที่อาจแตะ -63 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิลดต่ำเกินไป จนอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะหัวใจและสมองทำงานผิดปกติ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ที่ระดับความสูง 18,000 ฟุต (5,490 เมตร) จะทำให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อพร่องออกซิเจน (hypoxia) ซึ่งร่างกายมีปริมาณออกซิเจนในเนื้อเยื่อต่ำทำให้มีอาการอ่อนแรง ตัวสั่น วิงเวียนศีรษะ และมีปัญหาทางสายตา

โดยทั่วไป เที่ยวบินระยะไกลมักบินอยู่ที่ระดับ 33,000 ฟุต (10,065 เมตร) หรือสูงกว่า ทำให้ปอดไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

เมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง จะมีการเปิดช่องใต้ท้องเครื่องบินที่ระดับความสูงราว 2,000-3,000 ฟุต เพื่อเตรียมลงจอด ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้แอบซุกซ่อนอยู่บริเวณนั้นมักพลัดตกเสียชีวิต

คำบรรยายวิดีโอ, Video shows stowaway Yahya Abdi emerging from jet plane wheel

การรอดชีวิตที่น่าทึ่ง

ข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนของสหรัฐฯ ระบุว่า พบผู้รอดชีวิตจากการลักลอบมากับเครื่องบิน 23 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของผู้เดินทางลักษณะนี้ที่เอาชีวิตรอดมาได้

ปี 1969 นายอาร์มันโด โซคาร์ราส มาริเรซ วัย 22 ปี สามารถเอาชีวิตรอดจากการแอบซุกซ่อนมากับเที่ยวบินจากกรุงฮาวานาของคิวบา ที่มุ่งหน้าสู่กรุงมาดริดของสเปน โดยมีเพียงอาการเนื้อเยื่อถูกทำลายจากความเย็นจัด แต่ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง

ปี 1996 นายประทีป ไซไน วัย 23 ปี เอาชีวิตรอดจากการแอบซุกซ่อนมากับเที่ยวบินจากกรุงนิวเดลีสู่กรุงลอนดอนที่กินเวลาประมาณ 10 ชั่วโมง แต่นายวิชัย พี่น้องผู้ชายของเขาเสียชีวิตเพราะพลัดตกจากเครื่องบินขณะกำลังจะลงจอดที่สนามบินฮีทโธรว์

ปี 2000 นายฟีเดล มารุฮี รอดชีวิตจากเที่ยวบินระยะทาง 6,437 กิโลเมตรบนเครื่องบินโบอิง 747 จากเกาะตาฮีตีสู่นครลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ

ปี 2002 นายวิกเตอร์ อัลวาเรซ โมลินา วัย 22 ปี สามารถเอาชีวิตรอดจากเที่ยวบิน 4 ชั่วโมง ที่เดินทางจากประเทศคิวบาสู่นครมอนทรีออลของแคนาดา

ปี 2014 นายยาห์ยา อับดี วัย 15 ปี แอบมากับเครื่องบินโบอิง 767 เส้นทางจากเมืองซานโฮเซ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สู่เกาะเมาวี ในฮาวาย