หนุ่มอินโดฯ เล่าประสบการณ์เฉียดตายหลังลอยคว้างกลางทะเล 49 วัน

คำบรรยายวิดีโอ, หนุ่มอินโดฯ เล่าประสบการณ์ติดกลางทะเล 49 วัน

วัยรุ่นชายชาวอินโดนีเซียกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก จากการรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ หลังจากแพจับปลาของเขาถูกคลื่มลมแรงพัดไปลอยคว้างกลางทะเลนาน 49 วัน ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือในที่สุด แต่เขาเผยกับบีบีซีว่า ประสบการณ์เฉียดตายเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเขา

อัลดี โนเวล อาดิลัง วัย 18 ปี ชาวเมืองมานาโด บนเกาะสุลาเวสี เล่าว่าเขาประสบเหตุการณ์แพหลุดออกไปกลางทะเลมาแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง แต่ครั้งล่าสุดนี้กินเวลา 49 วัน ถือเป็นครั้งที่นานที่สุดและเป็นประสบการณ์แสนสาหัสที่สุด

อัลดี ทำงานเป็นคนจุดตะเกียงล่อปลาบนเรือนแพจับปลาที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "รอมปอง" ซึ่งลอยอยู่นอกชายฝั่งอินโดนีเซีย 125 กม. โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดคลื่นลมแรงพัดกระหน่ำจนทำให้เชือกที่ยึดแพไว้กับสมอที่ก้นทะเลขาดลง ส่งผลให้แพถูกกระแสน้ำพัดลอยไปไกลเกือบ 2,000 กิโลเมตร เกือบถึงเกาะกวมในมหาสมุทรแปซิฟิก

Presentational white space
Indonesian teenager on floating fish trap survives 49 days adrift at sea

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อัลดีรอดชีวิตมาได้เป็นเพราะเรือนแพของเขามีหลังคา

"เชือกยึดรอมปองของผมขาดหลังจากมันไปเสียดสีกับรอมปองของเพื่อน" อัลดี เล่าให้ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาอินโดนีเซียฟังจากบ้านพักของพ่อแม่เขาบนเกาะสุลาเวสี "โชคร้ายที่เพื่อนหลับอยู่เขาเลยไม่รู้ว่ารอมปองของผมหลุดลอยออกไป"

ช่วง 2-3 วันแรกหลังเกิดเหตุ อัลดีอยู่ได้ด้วยเสบียงที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ทุกอย่างก็หมดไปภายในเวลา 1 สัปดาห์

"ข้าว น้ำดื่ม เครื่องเทศ แก๊สหุงต้ม และเสบียงอื่น ๆ หมดลง ผมจึงต้องต้องจับปลาแล้วใช้รั้วไม้ของรอมปองก่อไฟทำอาหาร และผมยังต้องกินปลาดิบด้วย" อัลดีเล่าให้ฟังพร้อมรอยยิ้ม

ปัญหาใหญ่คือการหาน้ำสะอาด แล้วทางแก้ปัญหาของเขาคืออะไรกัน ?

อัลดี บอกว่า เขาใช้เสื้อผ้าจุ่มน้ำทะเล แล้วบิดกินน้ำที่ไหลออกมา โดยเสื้อผ้าดังกล่าวทำหน้าที่เป็นที่กรองเฉพาะหน้า ซึ่งอัลดีอ้างว่าวิธีการนี้ช่วยให้ความเค็มของน้ำทะเลลดลง

Presentational white space
อัลดีกลับมาอยู่กับพ่อแม่ได้อย่างปลอดภัย

ที่มาของภาพ, EVA ARUPERES

คำบรรยายภาพ, อัลดีกลับไปอยู่กับพ่อแม่อย่างปลอดภัย

"ช่วยด้วย ช่วยด้วย"

ตลอดระยะเวลา 49 วันกลางทะเล อัลดี บอกว่า มีเรือกว่า 10 ลำแล่นผ่านไป แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเขาเลย

ตอนที่อยู่ลำพังกลางท้องทะเลอันเวิ้งว้าง อัลดี ทำได้เพียงร้องเพลงคริสเตียน อ่านคัมภีร์ไบเบิล และสวดภาวนาขอให้ตนเองได้พบหน้าพ่อแม่อีกครั้ง

เขายอมรับว่ามีช่วงหนึ่งที่รู้สึกเศร้าและสิ้นหวังจนคิดจะกระโดดน้ำตาย แต่ก็ผ่านช่วงนั้นมาได้ด้วยการสวดภาวนา

จนกระทั่งวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา อัลดีเห็นเรือบรรทุกถ่านหินลำหนึ่งผ่านมา

"ตอนนั้น ผมร้องตะโกนว่า ช่วยด้วย ๆ (เป็นภาษาอินโดนีเซีย) นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมรู้" ตอนนั้นอัลดียังไม่รู้ว่าเรือนแพของตัวเองลอยจากน่านน้ำอินโดนีเซียไปไกลเกือบถึงเกาะกวม

ลูกเรือบนเรือสัญชาติปานามา ช่วยอัลดีขึ้นจากทะเล แล้วให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า และให้น้ำเขาดื่ม

อัลดี อยู่บนเรือลำดังกล่าวร่วมหนึ่งสัปดาห์ กว่าที่เรือจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 6 ก.ย. เจ้าหน้าที่บนเรือได้แจ้งไปยังสถานกงสุลใหญ่อินโดนีเซียที่นครโอซากา ทำให้ในที่สุดอัลดีได้ขึ้นเครื่องบินกลับบ้านไปพบหน้าครอบครัวอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 ก.ย.

Presentational white space
Aldi Novel Adilang poses with parent as he shows his pictures of being rescued by the Japanese Coast Guards in North Minahasa

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, อัลดีถ่ายภาพกับพ่อแม่ พร้อมโชว์ภาพถ่ายตอนที่เขาได้รับการช่วยเหลือ เขาปฏิญาณกับตัวเองว่าต่อไปนี้จะไม่ออกทะเลอีกแล้ว

"ไม่เอาอีกแล้ว"

อัลดี บอกว่า ประสบการณ์เรือนแพหลุดลอยออกไปกลางทะเล 2 ครั้งก่อนหน้านี้ เทียบไม่ได้กับครั้งล่าสุด

"ครั้งแรก ผมลอยออกทะเล 1 สัปดาห์ และได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าของเรือนแพจับปลา ส่วนครั้งที่ 2 กินเวลาเพียง 2 วันก่อนที่เจ้าของแพจะมาช่วย"

เรือนแพจับปลาที่อัลดีอยู่ไม่มีอุปกรณ์นำทาง หรืออุปกรณ์ชูชีพเลย เขาไม่มีแม้แต่เข็มทิศ

ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ อัลดี เซ็นสัญญาทำงานเป็นเวลา 1 ปี โดยได้ค่าจ้างราว 4,300 บาทต่อเดือน เขามีหน้าที่จุดตะเกียงล่อปลาบนเรือนแพจับปลาซึ่งเป็นหนึ่งในเรือนแพจำนวน 50 หลังของบริษัท ที่กระจายอยู่นอกชายฝั่งเกาะสุลาเวสี ตามปกติแล้ว ในทุกสัปดาห์จะมีคนจากบริษัทเจ้าของแพมารับปลาที่เขาจับได้ และคอยส่งอาหาร น้ำดื่ม รวมทั้งเชื้อเพลิงให้กับเขา

แต่หลังจากได้ประสบกับเหตุการณ์เฉียดตายครั้งล่าสุดนี้ อัลดี ปฏิญาณกับตัวเองว่าเขาจะไม่ออกทะเลอีกแล้ว