จักรพรรดิญี่ปุ่น : 35 ปีแห่งการต่อต้าน กับขบวนการที่ถดถอย

คำบรรยายวิดีโอ, 35 ปีแห่งการต่อต้านระบอบเจ้าญี่ปุ่น กับขบวนการที่ถดถอย
    • Author, เรื่องโดย นพพร วงศ์อนันต์ บรรณาธิการ
    • Role, วิดีโอโดย ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล ผู้สื่อข่าววิดีโอ

พื้นที่ 20 ตารางเมตรในสำนักงานบนชั้น 2 ของอาคารขนาดเล็ก ใกล้กับ สถานีรถไฟคันดะ กลางกรุงโตเกียว คือสำนักงานของเครือข่าย "ต้านเจ้า" ในญี่ปุ่น

กลางห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าอัดแน่นไปด้วยหนังสือ เอกสารการเคลื่อนไหว และใบปลิว ของ Han-Tennōsei Undō Renraku Kai หรือ "เครือข่ายต่อต้านระบอบจักรพรรดิ" ที่ใช้ชื่อย่อว่า Hantenren

มุมหนึ่งของห้องคือที่เก็บแผ่นป้ายประท้วงที่ใช้แล้วนำมาวางกองสุมกัน หนึ่งในนั้นเป็นป้ายภาพหน้าคน ครึ่งหนึ่งคือหน้าฮิตเลอร์ อีกครึ่งหนึ่งคือ สมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ ที่นำพาญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 จนประเทศพ่ายแพ้ สูญเสียชีวิตทหารและพลเรือนไปราว 2.6-3.1 ล้านคน

อีกมุมหนึ่งของห้อง ภาพการ์ตูนล้อเลียนสีสันสดใสแขวนอยู่บนผนัง เป็นภาพของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระจักรพรรดินี มิชิโกะในพระราชวังในกรุงโตเกียว มีเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ บินอยู่เหนือพระราชวัง ถัดไปเป็นโทรโข่งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ แขวนอยู่

รูปการ์ตูนล้อเลียนจักรพรรดิและจักรพรรดินี

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

ตรงกลางห้องเป็นโต๊ะประชุมสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก มีฉากหลังเป็นป้ายผ้าสีเหลืองสดขนาดยาวเกือบเท่าโต๊ะเขียนไว้ว่า "ร่วมกำจัดระบอบจักรพรรดิ"

ชายผู้ได้รับมอบหมายจาก Hantenren ให้มาคุยกับ บีบีซีไทย บอกกับเราว่า เขาชื่อ "โนะมุระ" เขาเรียกตัวเองว่าเป็น "ผู้ประสานงาน" ของเครือข่ายนี้

รูปโคลสอัพ คนพูด

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

เราสอบถามกับเขาว่า ต้องการเปิดเผยใบหน้าตัวเองมากน้อยแค่ไหนในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เพราะทราบมาว่าสื่อญี่ปุ่นมักเบลอภาพของกลุ่มแกนนำผู้เคลื่อนไหว เวลาถ่ายทำ เพื่อความปลอดภัยของคนเหล่านี้ เพราะพวกเขาถูกคุกคามจากพวกฝ่ายขวาจัดในประเทศเป็นครั้งคราว

เราเสนอเขาว่าต้องการหมวกโม่งคลุมหน้า เปิดตา หรือ หน้ากากกรองอากาศพิษ เขาเลือกอย่างหลัง และใส่หมวกแก๊ปหนังปิดหน้าผาก เพราะ "ไม่อยากดูเหมือนผู้ก่อการร้าย"

คำบรรยายวิดีโอ, “หนึ่งคำ” เมื่อชาวญี่ปุ่นพูดถึงสมเด็จพระจักรพรรดิ

วิจารณ์จักรพรรดิไม่ผิดกฎหมายญี่ปุ่น

รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น ซึ่งสหรัฐอเมริกาช่วยร่างให้หลังแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เปลี่ยนสถานะของสมเด็จพระจักรพรรดิจาก "พระเจ้า" ในประเพณีความเชื่อแบบเดิมให้กลายเป็น "กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ" การวิจารณ์-ตำหนิ-ประท้วง-ต่อต้าน สมเด็จพระจักรพรรดิไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายในประเทศญี่ปุ่น การเคลื่อนไหวทำนองนี้ ไม่เคยห่างหายไปจากญี่ปุ่น นับแต่ที่ประเทศประกาศยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ 74 ปีก่อน โดยเฉพาะในจังหวัดโอกินาวา ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งครั้งหนึ่งคือ "อาณาจักรริวกิว" แต่ต่อมาญี่ปุ่นเข้ายึดครองสมัยเมจิ เปลี่ยนชื่อ แล้วผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในช่วงที่ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย

รูปจักรพรรดิเยี่ยมสนามรบ1

ที่มาของภาพ, Getty Images

จากนักศึกษาสู่นักเคลื่อนไหวมืออาชีพ

โนะมุระ บอกกับเราว่า เมื่อสมัยเป็นนักศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยในโตเกียว ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 เขาเข้าร่วมประท้วงต่อต้านฐานทัพอเมริกันในญี่ปุ่น และสงครามเวียดนาม และทนไม่ได้ที่เห็นการปราบปรามผู้ประท้วงด้วยความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาเห็นว่าระบอบจักรพรรดิคือรากฐานของปัญหาทั้งหมด

ต่อมา เขาเข้าร่วมก่อตั้ง เครือข่ายต่อต้านจักรพรรดิของเขาในปี 1984 ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกองค์กรเครือข่าย "นับสิบ" หลังจากที่รัฐบาลปรับเปลี่ยนพื้นที่ฐานทัพอากาศของญี่ปุ่นที่สหรัฐฯ เข้ามาใช้งานหลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม ให้กลายเป็นสวนหย่อนใจขนาดใหญ่ในย่านทาชิกาวา ของกรุงโตเกียว แล้วตั้งชื่อว่า อุทยานุสรณ์โชวะ (Showa Memorial Park) เป็นเกียรติแก่ พระจักรพรรดิที่พาประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วต้องมายอมแพ้ในภายหลัง เกิดการประท้วงโครงการนี้บ่อยครั้ง และผู้ประท้วงก็ถูกปราบปรามรุนแรง

รูปจักรพรรดิเยี่ยมสนามรบ2

ที่มาของภาพ, Getty Images

"รัฐบาลพยายามสร้างภาพว่าพระจักรพรรดิเป็นคนดี รักสันติ" เขาย้อนรำลึกถึงที่มาของการก่อตั้งเครือข่ายปัจจุบัน และเสริมว่า หลังจากที่จักรพรรดิฮิโรฮิโตะเริ่มแก่ตัวลง รัฐบาลสมัยนั้นพยายามแก้ไข ประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ฮิโรฮิโตะทำลงไป เพื่อนำไปอ้างสร้างความชอบธรรมทางการเมือง ซึ่งเขาไม่คิดว่าจักรพรรดิเป็นคนไม่ดี แต่เพราะถูกทหารหลอก

"จักรพรรดิจริง ๆ แล้ว รักสันติภาพ แต่ถูกพวกทหารหลอกใช้... องค์กรของพวกเรา จึงพยายามสร้างความตระหนักรู้ให้นักศึกษา แก้ไขประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนนี้"

คำบรรยายวิดีโอ, กลุ่มต้านระบอบจักรพรรดิประท้วงก่อนสละราชสมบัติ

ปกปิดแหล่งที่มาเงิน

เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของเครือข่ายนี้ มีแหล่งทุนจากที่ใด เขาเลี่ยงการตอบคำถามนี้ แต่บอกว่าตัวเขาเองมีรายได้จากการทำงานด้านรวบรวมและจัดเลือกเฟ้นเรื่องลงพิมพ์ รวมทั้งการรีวิวเกม และสวนสนุก

ในด้านของการสนับสนุนจากประชาชนทั่วไป เราถามว่า เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร คำตอบที่ได้คือ ในการเคลื่อนไหวในทศวรรษ 1980 เขาสามารถระดมผู้ประท้วงได้คราวละ 2-3 พันคน แต่ไม่บอกว่าปัจจุบัน เป็นเท่าไร ทว่าภาพที่ปรากฏทางเว็บไซต์ของเครือข่ายแสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ชุมนุมอยู่ในหลักร้อย

ส่วนผู้ร่วมลงชื่อคัดค้านการเปลี่ยนศักราชใหม่ ในการรณรงค์ราย 2 เดือนเมื่อปีที่แล้ว แต่ละครั้งผันแปรไป อยู่ระหว่าง 1.4-6.8 พันคน

รูปประท้วงขาวดำ

ที่มาของภาพ, Getty Images

การเคลื่อนไหวยุคใหม่

เครือข่ายต่อต้านระบอบจักรพรรดิ ใช้จดหมายข่าวรายเดือนและเว็บไซต์สื่อสารกับสมาชิกและสังคม เนื้อหาเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียว มุ่งเน้นไปที่การ ต่อต้านการสละราชบัลลังก์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ สมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ที่ 125 ของประเทศ ซึ่งการสละราชบังลังก์ขณะยังไม่สิ้นชนม์ เป็นครั้งแรกในรอบ 202 ปี ของประวัติศาสตร์นับพันปีของราชวงศ์เบญจมาศ

เครือข่ายฯ อ้างว่าการสละราชบัลลังก์ไม่เคยปรากฏมาก่อน เป็นเรื่องที่ผิดรัฐธรรมนูญ อันเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ทำให้ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกมาตราพิเศษมาเพื่อระบุสถานะของพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะหลังการสละราชสมบัติ ทว่า รัฐสภาญี่ปุ่นได้มีมติเห็นชอบผ่านร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเตรียมสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เมื่อกลางปี 2017 กฎหมายฉบับดังกล่าวจะเป็นกฎหมายฉบับประวัติศาสตร์ ที่จะบังคับใช้ครั้งเดียวเป็นกรณีพิเศษ โดยพระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกที่ทรงทำเช่นนี้ในรอบ 2 ศตวรรษ

รูปประท้วงสี

ที่มาของภาพ, Getty Images

สถานีต่อไป ?

ผ่านมาแล้วกว่า 30 ปี ของการเคลื่อนไหวของเครือข่าย "ต้านเจ้า" แต่ดูเหมือนว่า ความสำเร็จยังอยู่อีกไกล ในขณะที่วัยของเราก็เลยเลขหก เราถามโนมุระว่า เขาได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือยัง แต่เราไม่ได้คำตอบที่ต้องการ เขาเลือกตอบคำถามที่ง่ายกว่า คือ ตราบเท่าที่สุขภาพยังดีอยู่ "ผมคิดว่าจะเดินหน้ารณรงค์ต่ออีกอย่างน้อยสัก 10 ปี เพื่อให้สังคมเปลี่ยนแปลงอีกนิดหนึ่งก็ยังดี"

ในสายตาของนักวิชาการแห่งคณะนิติศาสตร์ ม.โฮเซ ยาซุฮิโตะ อาซามิ มองปรากฏการณ์ของเครือข่ายนี้อีกด้าน โดยกล่าวกับบีบีซีไทยว่า "ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้อ่อนตัวลงจากในอดีต เพราะคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ได้รู้สึกไม่ดีต่อจักรพรรดิเฮเซ ซึ่งต่างจากในอดีต ที่มีคนวิจารณ์พระจักรพรรดิโชวะต่อบทบาทของพระองค์ในช่วงสงคราม"

"ไม่รักจักรพรรดิ ก็ออกไปจากญี่ปุ่น"

การคัดค้านระบอบจักรพรรดิของกลุ่ม Hantenren ก็เผชิญกับการต่อต้านจากกลุ่มปกป้องชาติและสถาบันพระจักรพรรดิมาโดยตลอด คนกลุ่มนี้ก็จะจัดการกิจกรรมคู่ขนานเพื่อแสดงความเห็นของพวกเขาเช่นกัน

เมื่อ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ผู้ชุมนุมราว 80 คนจากฮันเท็นเร็นจัดการปราศรัยและเดินขบวนไปตามท้องถนนไปที่สวนสันติภาพอนุสรณ์จักรพรรดิโชวะ ท่ามกลางการอารักขาจากตำรวจคุมฝูงชนหลายร้อยนาย และเตรียมชุมนุมเพิ่มในวันที่ 30 เม.ย. และ 1 พ.ค. นี้

กลุ่มคนปกป้องสถาบันจักพรรดิญี่ปุ่น

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

หลังข่าวนี้เผยแพร่ออกไป กลุ่มผู้ "รักชาติ" และ สนับสนุนระบอบจักรพรรดิ ได้ระดมพลมาจัดกิจกรรมต่อต้านกลุ่มฮันเท็นเร็นในย่านชินจูกุ และชิมบาชิ

เวลา 10.00 น. ของวันที่ 29 เม.ย. กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า โชคนจุกุ (Shoukonjuku) ขับรถตู้ติดเครื่องขยายเสียงมารวมตัวกับเครือข่ายอีก 2 คัน จอดริมฝั่งสถานีชินจุกุฝั่งตะวันออก บริเวณหน้าตึก Altra เพื่อเตรียมตัวรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มฮันเท็นเร็นซึ่งจะมีขึ้นในช่วงบ่าย 4 โมงเย็น

ชายวัย 49 ปี ที่บอกว่าเป็นแกนนำของ โชคนจุกุ เรียกตัวเองว่า วาตานาเบ บอกกับบีบีซีไทยว่า หลักการของกลุ่มเขา คือ เชิดชูสถาบันจักรพรรดิและกิจกรรมของศาลเจ้ายาสุกุนิ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของจิตวิญญาณนักรบชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในสงคราม

รักจักพรรดิญี่ปุ่น

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

เขามองว่า การเคลื่อนไหวของกลุ้มต่อต้านจักรพรรดิเป็นเรื่องไร้สาระ คนเหล่านี้ไม่เข้าใจคุณค่าของความเป็นญี่ปุ่น และไม่ควรจะอยู่ในประเทศนี้

"คนเหล่านี้ไม่เข้าใจคุณค่าของความเป็นญี่ปุ่น และไม่ควรจะอยู่ในประเทศนี้" เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ขณะนั่งอยู่หลังพวงมาลัยของรถตู้ที่ผ่านการปรับแต่งเพื่องานปราศรัย และจอดอยู่ย่านชินจูกุ

"จักรพรรดิเป็นสัญลักษณ์ของประเทศมาตั้งแต่ในอดีต การปฎิเสธจักรพรรดิ ต้องการให้ล้มเลิกระบอบก็เท่ากับการปฏิเสธความเป็นญี่ปุ่น ไม่ยอมรับตัวตนของญี่ปุ่น"

เขากล่าวต่อพร้อมกับชี้มือไปยังผู้คนที่เดินขวักไขว่ตามท้องถนนย่านชินจูกุว่า "จักรพรรดิไม่มีความหมายต่อผู้คนเหล่านี้แล้ว แต่เขารักญี่ปุ่น รักความเป็นญี่ปุ่น ย่อมต้องการถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านี้ผ่านทางกิจกรรมของกลุ่ม"

คนต้านเจ้า

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, การประท้วงของกลุ่มต้านระบอบจักรพรรดิ ก่อนพระราชพิธีสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ

วาตานาเบบอกว่า กลุ่มโชกนจุกุของเขามีสมาชิกประมาณ 50 คน แต่รวมกับสมาชิกกลุ่มต่าง ๆ ที่มีแนวคิดฝ่ายขวาด้วยทั่วประเทศแล้วก็มีอยู่ประมาณหมื่นคน

วาตานาเบ มีอาชีพหลักคือ เป็นพนักงานโรงงาน เริ่มสนใจกิจกรรมของฝ่ายขวาจากการพูดคุยกับรุ่นพี่ จนเริ่มสนใจไปฟังอบรมและการปราศรัยของกลุ่มฝ่ายขวา

เขาเน้นว่าแม้เขาจะเชิดชูสถาบัน รักญี่ปุ่น ต้องการแสดงออกเพื่อสนับสนุนรัฐบาลในการต่อสู้เพื่อเชิดชูญี่ปุ่น ในข้อพิพาทระหว่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี รัสเซีย แต่เขาไม่ได้เกลียดชังคนต่างชาติ เขาไม่พอใจท่าทางของรัฐบาลของแต่ละประเทศ ทว่ามิได้เป็นพวกเหยียดเชื้อชาติ เหมือนฝ่ายขวาที่เหยียดเชื้อชาติในญี่ปุ่น เช่น กลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านคนเกาหลีที่โอคุโบะ

"ผมไม่ได้รังเกียจคนต่างชาติ ผมไม่ชอบต่างชาติในฐานะของรัฐที่เป็นศัตรูต่อญี่ปุ่น ไม่ใช่เกลียดที่ปัจเจกบุคคลซึ่งอาศัยอยู่ประเทศญี่ปุ่น"