สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทำให้บริษัทหลายแห่งย้ายฐานการผลิตออกจากจีน โตชิบาอาจย้ายมาไทย

หลิว เฮ่อ

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, หลิว เฮ่อ รองนายกฯ และหัวหน้าผู้แทนเจรจาการค้าของจีน เดิมมีแผนเจรจาความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า แต่ฝ่ายจีนได้ยกเลิกการเจรจาแล้ว

จีนยกเลิกเจรจาแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าแล้ว ในขณะที่สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯที่ดำเนินต่อไป ทำให้บริษัทต่างชาติหลายแห่งที่เข้ามาลงทุนในจีนเริ่มย้ายฝ่ายการผลิตออกจากจีน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างผู้แทนจากบริษัทเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) จากเกาหลีใต้, บริษัทมิตซูบิชิ (Mitsubishi), โตชิบา แมชชีน (Toshiba Machine) และ โคมัตสุ (Komatsu) จากประเทศญี่ปุ่น ว่า บริษัทเหล่านี้เริ่มที่จะย้ายฝ่ายการผลิตออกไปจากจีนแล้ว

โดยบริษัทมิตซูบิชิได้ยืนยันกับบีบีซีภาคภาษาจีนว่า ช่วงที่จีนและสหรัฐฯ ต่างตั้งกำแพงภาษีต่อกันในเดือนก.ค. นั้น ทางบริษัทได้เริ่มย้ายฝ่ายการผลิตสินค้าที่จะส่งออกไปยังสหรัฐฯ จากโรงงานที่ตั้งอยู่ในเมืองต้าเหลียนของจีน ไปผลิตที่เมืองนาโกยาของญี่ปุ่นแล้ว โฆษกของมิตซูบิชิ กล่าวเพิ่มเติมว่า กำลังการผลิตของโรงงานที่อยู่ภายใต้มิตซูบิชิไม่ได้รับผลกระทบจากแผนการย้ายในครั้งนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้ากล่าวกับบีบีซีภาคภาษาจีนว่า ต้นทุนดำเนินการของบริษัทต่างชาติในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนแล้ว ยังได้รับผลกระทบจากโครงการยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตของจีน ในชื่อ "เมด อิน ไชน่า 2025" อีกด้วย ทำให้ภาคการผลิตของบริษัทต่างชาติหลายรายมีแนวโน้มจะย้ายออกไปจากจีนเร็วขึ้น

บริษัทต่างชาติที่ลงทุนในจีน ยันยันกับบีบีซีภาคภาษาจีนว่า ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และพวกเขาอาจย้ายฝ่ายการผลิตออกไปจากจีน

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, บริษัทต่างชาติที่ลงทุนในจีน ยันยันกับบีบีซีภาคภาษาจีนว่า ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และพวกเขาอาจย้ายฝ่ายการผลิตออกไปจากจีน

"ผลกระทบรุนแรงจากกำแพงภาษี"

ส่วนบริษัทเอสเค ไฮนิกซ์, โตชิบาและโคมัตสุ ยังไม่ยืนยันข่าวรอยเตอร์ หลังบีบีซีภาคภาษาจีนสอบถามไป แต่ บร็อก ซิลเวอร์ส กรรมการผู้จัดการของไข่หยวนแคปิตอล (Kaiyuan Capital) กล่าวกับบีบีซีภาคภาษาจีนว่า เขาคิดว่า รายงานข่าวของรอยเตอร์ "เชื่อถือได้อย่างยิ่ง" บริษัทเหล่านี้ "คงไม่เลือกย้ายฝ่ายการผลิตออกไปภายในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็น" และทำให้รัฐบาลจีนไม่พอใจ

โดยบริษัทเอสเค ไฮนิกซ์ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่า จะลงทุนราว 3.5 ล้านล้านวอน หรือราว 1 แสนล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตสารกึ่งตัวนำแห่งใหม่ในเมืองอินชอนของเกาหลีใต้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนต.ค. 2020 การลงทุนก่อสร้างโรงงานแห่งนี้เพื่อรับมือกับ "ความต้องการแผ่นชิปที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาด"

รอยเตอร์ยังอ้างโฆษกของเอสเค ไฮนิกซ์ ว่า ในส่วนของการผลิตชิป DRAM ที่โรงงานในประเทศจีนและส่งออกไปยังสหรัฐฯ จะย้ายกระบวนการผลิตส่วนนี้กลับไปยังเกาหลีใต้ แต่โฆษกกล่าวเพิ่มเติมว่า จีนเป็นแหล่งผลิตคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง จึงยังมีความต้องการชิป DRAM อยู่ ดังนั้น กระบวนการผลิตส่วนใหญ่ของ เอสเค ไฮนิกซ์ จะไม่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ รอยเตอร์อ้างโฆษกของโตชิบาว่า สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ "ส่งกระผลกระทบอย่างรุนแรง" ต่อบริษัท ดังนั้น ทางบริษัทจึงคาดว่า จะย้ายฝ่ายการผลิตสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ไปผลิตที่โรงงานในประเทศญี่ปุ่นหรือไม่ก็ประเทศไทยในเดือนต.ค. นี้

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานด้วยว่า บริษัท คอมพาล อิเล็กทรอนิกส์ (Compal Electronics) ของไต้หวัน และบริษัทแอลจี (LG) ของเกาหลีใต้ ต่างเริ่มร่างแผนฉุกเฉิน เตรียมรับมือกรณีที่สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ดำเนินต่อไปและรุนแรงมากขึ้น

สหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์จีนหลายครั้ง เกี่ยวกับ การละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา อุปสรรคทางการค้า และนโยบายสนับสนุนภาคธุรกิจของจีน

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, สหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์จีนหลายครั้ง เกี่ยวกับ การละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา อุปสรรคทางการค้า และนโยบายสนับสนุนภาคธุรกิจของจีน
กราฟิก

ทำหินหล่นใส่เท้าตัวเอง

ค่าแรงเฉลียในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีนี้ การที่บริษัทต่างชาติย้ายไปลงทุนในเวียดนาม, ศรีลังกา และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่เรื่องใหม่

ยูโรมอนิเตอร์ (Euromonitor) บริษัทวิจัยตลาดค้าปลีกทั่วโลกที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ได้ออกรายงานเมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า ค่าจ้างเฉลี่ยของแรงงานจีนอยู่ที่ประมาณ 3.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 117 บาท ต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้น 64% จากปี 2011 และคิดเป็น 5 เท่าของค่าจ้างแรงงานในอินเดีย

หลี่ ฉุน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของศูนย์บูรณาการเศรษฐกิจภูมิภาค และฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจจีนองค์การการค้าโลก กล่าวกับบีบีซีภาคภาษาจีนว่า สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ อาจทำให้บริษัทต่างชาติตัดสินใจย้ายการลงทุนของออกจากจีนเร็วขึ้น ผู้ที่ได้รับผลเสียโดยตรงจากสงครามการค้าก็คือสินค้าที่จีนผลิต ถ้าบริษัทแห่งใดส่งออกไปยังสหรัฐฯ เป็นหลัก กำแพงภาษีที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ "ต้นทุนของบริษัทเพิ่มมากขึ้น"

Made in China 2025

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังได้เสนอแผน "เมด อิน ไชน่า 2025" ซึ่งจะเพิ่มระดับเทคโนโลยีการผลิตภายในประเทศให้สูงขึ้น และตัดลดความสามารถในการผลิตที่ล้าสมัยออกไป

ลู่ ซิวฉวน กรรมการผู้จัดการไข่หยวน แคปิตอล (Kaiyuan Capital) อธิบายว่า หากพิจารณาจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในปัจจุบัน บริษัทที่จะได้รับผลกระทบจากแผน "เมด อิน ไชน่า 2025" จะ "ยิ่งมีแรงจูงใจมากขึ้น" ในการนำภาคการผลิตออกไปจากจีน

เขากล่าวว่า ถ้าจีนประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงภาคการผลิตภายในประเทศ ผลกระทบก็จะไม่มากนัก "แต่ถ้าจีนไม่สามารถทำให้ แผนการ เมด อิน ไชน่า 2025 เกิดขึ้นได้จริง รัฐบาลจีนอาจจะรู้ตัวว่า ตัวเองได้ทำหินหล่นใส่เท้าของตัวเอง"

ศ. หลิว เสาเจีย ผู้อำนวยการวิทยาลัยธุรกิจเอชเอสบีซี มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University HSBC Business School) วิทยาเขตในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า แนวโน้มที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อบริษัทบางส่วนเท่านั้น ส่วนบริษัทหลายแห่งอย่างเช่น บริษัทผลิตและประกอบชิป ไม่ได้รับผลกระทบ เขากล่าวกับบีบีซีภาคภาษาจีนว่า บริษัทส่วนหนึ่งอาจใช้ช่วงที่เกิดสงครามการค้าให้เป็นประโยชน์ ด้วยการบอกว่าจะย้ายออกจากจีน จากนั้นก็ขอสิทธิประโยชน์บางอย่างจากรัฐบาลจีน เป็นกลยุทธ์ในการต่อรองทางธุรกิจอย่างหนึ่ง

"ดังนั้น ย้ายออกไปนั้นไม่จริง ที่จริงคือ อยากได้ผลประโยชน์พิเศษเพิ่มมากขึ้น"