สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน: ทรัมป์กำลังทำอะไร และส่งผลกระทบต่อเราอย่างไร?
ราคากางเกงยีนส์, โทรศัพท์, ร่ม หรือแม้แต่เซ็กส์ทอย อาจปรับเพิ่มขึ้นในอีกไม่นาน เพราะสหรัฐฯ กำลังตั้งกำแพงภาษี ต่อสินค้าที่ผลิตในจีน ลองมาวิเคราะห์กันเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน
การที่สองมหาอำนาจต่อสู้กัน ย่อมส่งผลกระทบต่อทั่วทั้งโลก
สงครามการค้า คืออะไร?
มันคือการที่ประเทศต่าง ๆ พยายามทำลายการค้าของกันและกัน ด้วยการใช้กำแพงภาษี ซึ่งเก็บจากสินค้าส่งออก หรือ นำเข้า
ทำไมเราต้องสนใจเรื่องนี้?
เพราะคุณอาจจะบริโภคสินค้านำเข้าหลายอย่างอยู่ก็ได้ ถ้าคุณกำลังอ่านข่าวนี้ทางไอโฟน มันถูกออกแบบในสหรัฐฯ แต่ประกอบในจีน และชิ้นส่วนสำคัญมาจากหลายที่ เช่น ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้
ดังนั้น ถ้าสหรัฐฯ ใช้กำแพงภาษี ประเทศเหล่านี้จะได้รับผลกระทบ ในด้านของการจ้างงาน แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องรับภาระอีก พวกเขาอาจปรับราคาขายโทรศัพท์ขึ้นไป
ทำไมสงครามการค้า จึงเกิดขึ้นในตอนนี้?
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ต้องการให้สหรัฐฯ ผลิตสินค้ามากขึ้น เพื่อกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงาน และลดการขาดดุลการค้าลง จริง ๆ แล้ว สหรัฐฯ ซื้อสินค้าจากจีนมากกว่าขายให้
แต่จีนต้องการเป็น ผู้นำโลกด้านเทคโนโลยี อย่างปัญญาประดิษฐ์ และมีแผนจะทำเรื่องนี้ในโครงการที่ชื่อว่า "เมด อิน ไชน่า 2025" (Made in China 2025)
เกิดอะไรขึ้นแล้วบ้าง?
สหรัฐฯ ได้บังคับใช้กำแพงภาษีในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงเหล็กและอะลูมิเนียม นอกจากนี้ยังขู่ว่าจะตั้งกำแพงภาษีเพิ่ม ส่วนจีนตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีในสินค้าด้านการเกษตรของสหรัฐฯ เช่น ถั่วเหลือง
แต่ใครที่ได้ผลประโยชน์ จากเรื่องนี้?
ประเทศที่มาช่วยอุดช่องว่างให้แก่สหรัฐฯ และจีน ด้วยการขายสินค้าที่ถูกกว่า เช่น อุตสาหกรรมฝ้ายของบังกลาเทศ, ผู้ผลิตของเล่นในเม็กซิโก และคนตัดเย็บเสื้อผ้าในเวียดนาม
แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ บอกว่า ขณะที่สินค้ามีราคาแพงขึ้นจากสงครามการค้า ผู้ได้รับความเสียหายคือ ผู้บริโภค
