4 "อาวุธ" จีนอาจตอบโต้สงครามการค้ากับสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, AFP
ที่ผ่านมา สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกายังจำกัดอยู่แค่มาตรการภาษี ชาติมหาอำนาจทั้งสองต่างขู่กันไปมาว่าจะคว่ำบาตรทางการค้าระหว่างกัน ตั้งแต่ ม.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีจีนด้วยมาตรการจำกัดสินค้าจากจีนหลายร้อยชนิด ฝ่ายจีนก็ตอบโต้กลับด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ทว่า หากข้อพิพาทการค้าลุกลามไปกว่านี้
มหาอำนาจแห่งเอเชียยังมี "อาวุธ" อีก 4 ประเภทที่จะใช้กดดันพญาอินทรีย์
1.กดดันบริษัทสหรัฐฯ
มีหลายวิธีที่จะสามารถกดดันบริษัทสหรัฐฯ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความยุ่งยากในกระบวนการภาษีศุลกากร กำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ขึ้น หรือทำให้บริษัทต่างชาติเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นหากมาดำเนินธุรกิจในจีน
"ในอดีต จีนเคยทำแบบนี้นี้มาก่อน และเห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ทำให้บริษัทอเมริกันกังวล" แมรี เลิฟลี อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ กล่าวกับบีบีซีภาคภาษาสเปน
"แต่กลยุทธ์นี้จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเสียหาย ทำให้แนวโน้มที่ผู้ส่งออกจะลงทุนในตลาดจีนและสหรัฐฯ น้อยลง นอกจากนี้ ยังจะทำให้เกิดการแข่งขันน้อยลง ทำให้ราคาสูงขึ้น และทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกน้อยลงอีกด้วย"

ที่มาของภาพ, Getty Images
2.โดดเดี่ยวสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีจีนสามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ต่างจากประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ที่มีเวลาบริหารงานอย่างจำกัด นั่นหมายความว่าผู้นำจีนไม่ได้มีความกดดันที่จะบริหารงานให้ได้ผลลัพธ์อย่างทันทีทันใด ในเรื่องการค้า ผู้นำจีนสามารถค่อย ๆ รวบรวมเครือข่ายประเทศอื่น ๆ ให้เป็นพันธมิตรและทิ้งให้สหรัฐฯ อยู่อย่างโดดเดี่ยว
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ากลยุทธ์ดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เห็นได้จากที่จีนได้เริ่มสร้างสัมพันธ์และดำเนินข้อตกลงกับประเทศในยุโรป เอเชีย และละตินอเมริกา ในช่วงที่ผ่านมา บ้างเชื่อว่าจีนสามารถจะเป็นผู้นำในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ซึ่งไม่ได้หยุดดำเนินการไปในขณะนี้หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนการสนับสนุนของสหรัฐฯ ไป
เหตุผลหนึ่งที่เครือข่ายพันธมิตรใหม่อาจเกิดขึ้นได้คือ จีนไม่ใช่เพียงประเทศเดียวที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แคนาดาและเม็กซิโก ล้วนตกอยู่ในสภาวะเดียวกัน และเป็นสมาชิก TPP ด้วย
3.ลดค่าเงินหยวน
หากจีนอยากจะตอบโต้สหรัฐฯแบบซึ่งหน้า รุนแรง ก็อาจเลือกใช้การลดค่าเงินหยวนได้ ค่าเงินหยวนที่อ่อนลงจะทำให้ราคาสินค้าส่งออกของจีนถูกลง ได้เปรียบในการแข่งขัน และจะทำให้ราคาสินค้าอเมริกันแพงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่โดนภาษีนำเข้าสูง
ทว่า แม้กลยุทธ์ปรับค่าเงินจะสร้างผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว นี่อาจจะเป็นดาบสองคมได้ การกะเก็งในตลาดเงินตราว่าจะเกิดการลดค่าเงิน อาจส่งผลให้มูลค่าหยวนลดลงต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งอาจทำให้ระบบการเงินของจีนไร้เสถียรภาพในที่สุด
ค่าเงินหยวนที่ต่ำลงจะทำให้มาตรการภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯมีผลกระทบต่อจีนลดลง อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ก็อาจจะตอบโต้โดยเพิ่มอัตราภาษีขึ้นไปอีก

ที่มาของภาพ, Reuters
4.ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
จีนถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นมูลค่ารวม 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่าจีนอาจลดการถือครองพันธบัตรเพื่อเป็นการตอบโต้ในอนาคต
การขายพันธบัตรออกมามาก ๆ จะทำให้ตลาดการเงินโลกปั่นป่วน ทำให้มูลค่าพันธบัตรลดลงมาก และทำให้ต้นทุนในการกู้ของบริษัทและผู้บริโภคในสหรัฐฯ สูงขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงในที่สุด

ที่มาของภาพ, Getty Images








