ถ้ำหลวง: เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย ประเมินความเสี่ยงก่อนพาทีมหมูป่าดำน้ำสู่ทางรอด

เด็กทีมหมูป่า

ที่มาของภาพ, THAI NAVYSEAL/FACEBOOK

คำบรรยายภาพ, หน่วยซีลเผยแพร่คลิปวิดีโอทีมหมูป่าทักทายคนนอกถ้ำ ช่วงเช้า 4 ก.ค.

เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ที่เยาวชนนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่ในส่วนลึกของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อรอการเตรียมพร้อมความช่วยเหลือให้ออกมาได้โดยปลอดภัย ซึ่งดูจะเป็นภารกิจที่ยากยิ่งกว่าการค้นหาตัวพวกเขาในตอนแรกเสียอีก

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการค้นหาผู้สูญหายฯ ทั้ง 13 คน ยืนยันมาโดยตลอดว่า "น้องเข้าไปข้างหน้า ต้องออกข้างหน้า" ซึ่งอาจหมายถึงการใช้วิธีให้เด็กในถ้ำดำน้ำกลับออกมา ท่ามกลางเสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายว่า วิธีนี้มีความเสี่ยงเป็นอันตรายถึงชีวิตได้สูงอย่างยิ่ง

ทางรอดด้วยการดำน้ำเสี่ยงแค่ไหน ?

ทางการไทยระบุว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังสอนหลักสูตรดำน้ำแบบเร่งรัดให้ทีมหมูป่าที่หลายคนยังว่ายน้ำไม่เป็น โดยหวังว่าเด็ก ๆ จะสามารถสวมหน้ากากดำน้ำแบบเต็มหน้า (Full-face mask) ลงดำน้ำแบบมีผู้เชี่ยวชาญคอยประกบ เพื่อพากันเคลื่อนย้ายออกมายังปากถ้ำได้ ซึ่งในการนี้จะมีเชือกนำทางและถังบรรจุอากาศ รวมทั้งอาจจะมีแท่งเรืองแสงให้ความสว่าง ติดตั้งไว้ตามเส้นทางเป็นระยะ

หน้ากากดำน้ำแบบเต็มหน้า (Full-face mask)

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, หน้ากากดำน้ำแบบเต็มหน้า (Full-face mask) ใช้ง่ายเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มหัดดำน้ำ โดยหายใจได้ตามปกติไม่ต้องสูดลมหายใจทางปาก

นายมาร์ติน ฟาร์ นักดำน้ำสำรวจถ้ำมืออาชีพจากแคว้นเวลส์ของสหราชอาณาจักร บอกว่ากรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ถ้ำสลีตส์กิลล์ (Sleets Gill ) มณฑลยอร์กเชียร์ เมื่อปี 1992 โดยเป็นการดำน้ำพาตัวชายสองคนออกจากถ้ำ แต่ระยะทางที่ต้องอยู่ใต้น้ำสั้นเพียง 200 เมตรเท่านั้น

"กรณีของทีมหมูป่านั้นยากกว่ามาก การฝึกให้เด็กดำน้ำในถ้ำไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้แต่ในสหราชอาณาจักรเอง ผู้ที่จะเข้าเรียนหลักสูตรดำน้ำในถ้ำได้จะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป การดำน้ำแบบนี้ใช้ทักษะระดับสูง รวมทั้งต้องมีสมาธิและอารมณ์มั่นคงไม่ตื่นตระหนกจนใช้อากาศในถังหมดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผลอไปเตะตะกอนที่พื้นถ้ำให้ฟุ้งขึ้น จนน้ำขุ่นทึบมองอะไรไม่เห็น" นายฟาร์กล่าว

"การใช้หน้ากากดำน้ำแบบเต็มหน้านั้นมีข้อดี คือผู้ใช้หายใจทางจมูกได้ตามปกติ โดยไม่ต้องฝึกใช้อุปกรณ์สูดลมหายใจทางปาก แต่ก็มีข้อเสียคือทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวว่าจะหายใจไม่ออกมากยิ่งขึ้นไปอีก หากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นทำให้หน้ากากชำรุด น้ำจะเข้ามาในทันทีและแก้ไขได้ยาก หากยังดำอยู่ในจุดที่ห่างจากช่องว่างเก็บอากาศในถ้ำ จะไม่สามารถขึ้นหายใจเหนือน้ำได้เลย"

แม้หลายคนจะมองว่าการให้เด็ก ๆ ที่สุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ทั้งยังขาดประสบการณ์เรื่องการดำน้ำในถ้ำมืด ลงดำน้ำเป็นระยะทางไกลกินเวลานานหลายชั่วโมงนั้นเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษบางคนยังมีความเห็นว่า สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกคือต้องนำสมาชิกทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำให้ได้ ก่อนที่ฝนจะตกหนักลงมาอีก จนทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงและพัดพาเอาตะกอนขุ่นเข้ามาในถ้ำเพิ่มขึ้น

นักดำน้ำในถ้ำส่วนใหญ่จะให้ถังบรรจุอากาศอยู่ข้างลำตัว แต่หน่วยซีลของไทยใช้วิธีแบกไว้บนหลัง

ที่มาของภาพ, THAI NAVY SEALS

คำบรรยายภาพ, นักดำน้ำในถ้ำส่วนใหญ่จะให้ถังบรรจุอากาศอยู่ข้างลำตัว แต่หน่วยซีลของไทยใช้วิธีแบกไว้บนหลัง

นายมาร์ติน กราสส์ ประธานกลุ่มดำน้ำในถ้ำ (Cave Diving Group - CDG) จากสหราชอาณาจักรระบุว่า เขาคาดหวังว่าเด็ก ๆ ทุกคนจะได้รับหน้ากากดำน้ำแบบเต็มหน้า รวมทั้งชุดเว็ทสูท (Wetsuit) แบบน้ำหนักเบา และน่าจะมีการสอนใช้ตีนกบหรือฟินด้วย

"ผู้สอนดำน้ำควรจะย้ำให้เด็ก ๆ หลีกเลี่ยงการกลั้นหายใจ ใช้ตีนกบเพื่อเคลื่อนไหวไปข้างหน้าช้า ๆ และหายใจเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ" ประธานกลุ่ม CDG กล่าว

ส่วนการที่เจ้าหน้าที่หน่วยซีลไทยจะช่วยนำทางให้เด็ก ๆ ดำน้ำออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่นั้น นายกราสส์มองว่าขึ้นอยู่กับขนาดตัวของบรรดาสมาชิกทีมหมูป่า โดยระหว่างที่ดำน้ำเด็ก ๆ อาจถือถังบรรจุอากาศหายใจด้วยตนเอง หรือให้นักประดาน้ำของหน่วยซีลช่วยถือให้ก็ได้

กราฟฟิค

เด็กแต่ละคนควรจะมีหน่วยซีลประกบเพื่อช่วยเหลือระหว่างดำน้ำ 1-2 คน เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจะไม่เกิดอาการตื่นเต้นตกใจขณะอยู่ใต้น้ำ โดยอาจมีการใช้เชือกโยงตัวเด็กพ่วงกับหน่วยซีลที่ดูแล ป้องกันการพลัดหลงสูญหายในกระแสน้ำที่ไหลแรงและขุ่นมัวยากต่อการมองเห็น

ทีมหมูป่าอาจใช้เวลาดำน้ำครั้งละ 10-15 นาที ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าทางออกแต่ละช่วงถูกน้ำท่วมมากน้อยเพียงใด ทั้งยังต้องใช้การเดินและลอดช่องแคบหลายครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลาทั้งหมด 11 ชั่วโมงเดินทางเข้าออกจากถ้ำในแต่ละเที่ยว โดยขาเข้าใช้เวลาราว 6 ชั่วโมง และขาออกอีก 5 ชั่วโมง

"โชคดีที่ทุกคนยังอายุน้อย เด็กทั่วไปมักจะไม่หวั่นเกรงล่วงหน้าว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับตน ทั้งยังอาจจะมองเรื่องแบบนี้เป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นด้วย" นายกราสส์กล่าว

ควรรออีก 4 เดือน หรือขุดเจาะถ้ำโดยด่วน ?

ประธานกลุ่ม CDG เห็นว่า ควรเร่งให้เด็กดำน้ำออกมาจากถ้ำโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากใกล้ฤดูฝนเข้าไปทุกขณะ และไม่มีใครรู้ว่าน้ำจะไหลเข้าท่วมช่องว่างต่าง ๆ ภายในถ้ำจนมิดในที่สุดหรือไม่

การเฝ้ารอเป็นเวลาอย่างน้อยอีก 4 เดือน เพื่อให้น้ำลดลงเองเมื่อถึงฤดูแล้ง จึงอาจเป็นทางเลือกในการช่วยเหลือที่เสี่ยงมากไม่แพ้การให้เด็กลงดำน้ำ

แม้ใช้เครื่องสูบน้ำพลังสูงเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำตลอดวัน แต่ระดับน้ำลดลงเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 เซนติเมตรเท่านั้น

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แม้ใช้เครื่องสูบน้ำพลังสูงเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำตลอดวัน แต่ระดับน้ำลดลงเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 เซนติเมตรเท่านั้น

ส่วนการใช้เครื่องสูบน้ำพลังสูงเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำตลอดวันนั้น แม้จะได้ระบายน้ำไปแล้วนับหลายล้านลิตร แต่ก็ดูจะไม่ได้ผลนัก เพราะทำให้ระดับน้ำลดลงได้เฉลี่ยชั่วโมงละ 1 เซนติเมตรเท่านั้น ทั้งยังมีน้ำจากทางน้ำใต้ดินในภูเขาไหลเข้ามาเพิ่มในปริมาณมากอีกด้วย ซึ่งสถานการณ์จะยิ่งย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อถึงฤดูฝน

การขุดเจาะถ้ำเพื่อระบายน้ำและเปิดช่องทางนำตัวทีมหมูป่าออกจากทางด้านบนของถ้ำ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งดำเนินการอยู่ แต่ความหนาของชั้นหินและสภาพภูมิประเทศที่เป็นเขาชันยากต่อการติดตั้งเครื่องไม้เครื่องมือ อาจทำให้ถึงขั้นต้องสร้างถนนเพื่อลำเลียงอุปกรณ์ขุดเจาะขึ้นไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมเลยทีเดียว ซึ่งตำแหน่งเหมาะในการขุดเจาะที่ว่านี้ จะต้องอาศัยการสำรวจภูมิประเทศโดยรอบถ้ำเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมกันอีกมาก

จนท.เจาะถ้ำ

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ชั้นหินหนาและสภาพภูมิประเทศที่เป็นเขาชัน ยากต่อการลำเลียงและติดตั้งอุปกรณ์ขุดเจาะถ้ำ

สถานการณ์ภายในถ้ำขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?

สภาพภายในถ้ำบริเวณที่ทีมหมูป่าติดอยู่ค่อนข้างชื้นแฉะและเจ้าหน้าที่มีความกังวลเรื่องอากาศหมุนเวียน ซึ่งล่าสุดปริมาณออกซิเจนภายในบริเวณดังกล่าวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 15% ต่ำกว่าปริมาณออกซิเจนในสภาพอากาศปกติซึ่งอยู่ที่ 21% ทำให้ต้องเร่งลำเลียงถังออกซิเจนเข้าไปเพื่อปรับปรุงคุณภาพของอากาศในถ้ำแล้วกว่า 100 ถัง

อาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นได้เข้าไปถึงมือของเด็ก ๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา (3 ก.ค.) และเพื่อให้ทีมหมูป่าได้รับสารอาหารบำรุงฟื้นฟูร่างกายอย่างเพียงพอ แต่ละคนจะได้ดื่มน้ำแร่ผสมวิตามินวันละ 1 ลิตร ทั้งรับประทานอาหารเหลวที่มีส่วนผสมของยาที่จำเป็นอีกวันละ 1 ลิตร ตลอดช่วง 7 วันข้างหน้า

กราฟฟิค

สำหรับประเด็นเรื่องสภาพจิตใจของเด็ก ๆ นั้น มีการประเมินกันว่าไม่น่าเป็นห่วงเท่าใดนัก เนื่องจากไม่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มืดสนิทอีกต่อไป และมีเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลคอยดูแลอยู่ด้วยตลอดเวลา ทั้งมีโอกาสได้สื่อสารกับครอบครัวที่รออยู่ภายนอกผ่านทางจดหมายแล้ว