ถ้ำหลวง: ผู้รอดชีวิตจากติดเหมือง 69 วัน ในชิลี แนะ 3 วิธีเอาชีวิตรอด

ที่มาของภาพ, AFP
- Author, ดาริโอ บรูกส์
- Role, บีบีซี นิวส์ มุนโด
เมื่อคนงานเหมืองชาวชิลี 33 คน ติดอยู่ใต้ดินลึก 750 เมตร นาน 69 วัน ในปี 2010 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ดูน่าสิ้นหวัง
พวกเขากำลังทำงานอยู่ลึกลงไปในเหมือง ขณะเกิดเหตุอุโมงค์ที่อยู่เหนือจุดที่พวกเขาอยู่พังถล่ม ทำให้พวกเขาติดอยู่โดยไม่มีทางออกมา
แม้ว่าพวกเขาจะทำงานเหมือง และคุ้นเคยกับทำงานในความมืดโดยไม่หยุดพักนานหลายชั่วโมง แต่พวกเขาก็รู้สึกสิ้นหวังในการหาทางออกมา
นั่นคือเหตุผลที่ ลูอิส อูร์ซูอา หนึ่งในคนงานเหมืองกลุ่มนั้น บอกว่า เขารู้สึกเห็นอกเห็นใจเด็ก 12 คน และผู้ฝึกสอน ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่ติดอยู่ในถ้ำของไทยมานานกว่า 10 วันแล้วในขณะนี้
ลูอิส อูร์ซูอา เป็นคนที่ทำให้คนในกลุ่มมีความหวังว่าจะได้รับการช่วยชีวิต ผ่านปฏิบัติการที่ยุ่งยาก ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า 2 เดือน
"มันทรหด เป็นสถานการณ์ที่ทรหดมากจริง ๆ" เขากล่าวกับ บีบีซี นิวส์ มุนโน (บีบีซี นิวส์ ภาคภาษาสเปน) โดยเฉพาะเมื่อเด็ก ๆ และผู้ฝึกสอนไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเช่นนั้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
"เคราะห์ร้าย เด็ก ๆ อาจจะไม่แข็งแกร่งพอที่จะทานทนเรื่องแบบนี้" คนงานเหมืองวัย 62 กล่าว
กลุ่มเด็กไทยอายุระหว่าง 11-16 ปี และผู้ฝึกสอนวัย 25 ปี หายตัวไปหลังจากเข้าไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้เวลาค้นหาหลายวันต่อมา และพบสิ่งของที่พวกเขานำติดตัวไป โดยต้องใช้เวลานาน 9 วัน กว่าที่นักดำน้ำจะพบว่าพวกเขามีชีวิตอยู่ พวกเขาหลบอยู่บนชั้นหินขนาดเล็กในถ้ำที่อยู่ลึกเข้าไป เพื่อหนีจากน้ำที่ท่วมสูงขึ้น
เมื่อวันพุธ (4 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ทางการไทย ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่า เด็ก ๆ ใช้ผ้าห่มฟอยล์คลุมตัว ยิ้ม และโบกมือให้กล้อง
ปัญหาหลักสำหรับภารกิจกู้ภัยในตอนนี้คือ การนำตัวเด็กออกมาจากถ้ำโดยไม่ให้ได้รับอันตราย แต่การอพยพอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

ฝนตกหนักในพื้นที่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
หลายพื้นที่ของถ้ำถูกน้ำท่วม และมีความเสี่ยงว่าหินอาจจะหล่นลงมา
ส่วนที่ด้านนอกถ้ำ น้ำฝนทำให้เส้นทางเข้าถ้ำมีความยากลำบาก และส่งผลกระทบต่อการส่งอากาศเข้าไปภายในถ้ำ รวมถึงความพยายามในการอพยพด้วย
นายอูร์ซูอา ซึ่งเป็นคนงานเหมืองที่มีประสบการณ์ รู้ดีว่าเด็กจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง
หลังจากติดอยู่ในเหมืองนาน 69 วัน เขารู้ว่า ช่วงเวลาที่อยู่ใต้ดินนั้นส่งผลกระทบต่อต่อสภาพร่างกายและจิตใจอย่างไร
เขาจึงต้องการให้คำแนะนำสำหรับการเอาชีวิตรอดจากประสบการณ์ของเขาเอง 3 ข้อ:
1. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง

ที่มาของภาพ, Getty Images
จากประสบการณ์เลวร้ายที่เขาพบ อูร์ซูอา บอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดลำดับแรกในตอนนี้คือ สุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็ก ๆ
อูร์ซูอา เป็นคนที่คุมงานอยู่ในปี 2010 เมื่อเขาและเพื่อนร่วมงานอีก 32 คนกำลังทำงานในเหมืองซานโฆเซทางตอนเหนือของชิลี
พวกเขาเข้ากะทำงานปกติ จนกระทั่งอุโมงค์ด้านบนพังถล่ม คนงานเหมือง 33 ชีวิตถูกฝังทั้งเป็นนาน 69 วัน
ตอนนี้ อูร์ซูอา กำลังติดตามข่าวการช่วยเหลือเด็กติดถ้ำในไทยอย่างใจจดใจจ่อ
เขาดีใจที่ได้ยินข่าวการพบตัวเด็ก ๆ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว เขารู้ว่าปฏิบัติการกู้ภัยยังต้องใช้เวลาอีกนาน
เด็ก ๆ ในไทยติดอยู่ที่ระดับความลึกใต้พื้นดินราว 800 เมตร และผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถนำตัวพวกเขาออกมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานาน

จนถึงปัจจุบัน มีเพียงนักดำน้ำมืออาชีพที่สามารถไปถึงจุดที่เด็ก ๆ ติดอยู่ได้ ซึ่งอยู่ห่างจากทางเข้าหลักของถ้ำประมาณ 2-3 กิโลเมตร และต้องฝ่าเส้นทางที่ถูกน้ำท่วม
"เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการเรื่องการขนส่งสำหรับคนที่สามารถช่วยเหลือเด็ก ๆ เหล่านี้ เพื่อที่พวกเขาจะสามารถเข้าไปถึงจุดที่เด็กติดอยู่ และทำให้พวกเขารู้สึกมั่นคงทางจิตใจ" เขากล่าว
"การรักษาสถานการณ์เป็นเรื่องสำคัญ ตอนนี้มาถึงด้านจิตวิทยาของปฏิบัติการนี้, การจัดการเรื่องอาหาร และยังมีงานอีกหลายอย่างที่อาจยังไม่มีใครเห็น แต่เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง"
อูร์ซูอา กล่าวว่า ตอนนี้เป็นเวลาของ "แพทย์และนักจิตวิทยา ซึ่งเป็นคนที่อาจช่วยคุณในสถานการณ์นี้ได้"
หลังจากไม่ได้รับสารอาหารมาเป็นเวลานาน อาจเกิดอันตรายขึ้นได้ ถ้ากินอาหารบางอย่างโดยไม่มีการควบคุมดูแล
อาหารบางชนิดอาจส่งผลข้างเคียงด้านลบหลายอย่าง และอาจจะทำให้เกิดการหมดสติ หรือ เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้
2. คิดบวก
อูร์ซูอา เข้าใจถึงความกลัวและความไม่แน่นอนที่เด็ก ๆ ในถ้ำต้องเผชิญ "จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่มีใครหาเราเจอ?"
ตอนนี้สถานการณ์ดูผ่อนคลายลง มีคนพบพวกเขาแล้ว พวกเขาได้ยินข่าวคราวจากครอบครัว พวกเขารู้ว่า มีคณะเจ้าหน้าที่จำนวนมากกำลังพยายามช่วยพวกเขาออกไป

ที่มาของภาพ, AFP
แต่หลังจากความรู้สึกดีใจในช่วงแรกผ่านพ้นไป พวกเขาก็จะเข้าสู่ช่วงที่ต้องเผชิญปัญหาด้านจิตวิทยาช่วงที่สองคือ การก้าวข้ามความผิดหวัง
พวกเขาทั้งหมด ซึ่งไม่มีใครที่ว่ายน้ำหรือดำน้ำเป็นเลย ยังออกจากถ้ำไม่ได้ในทันที และขณะนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่า พวกเขาจะต้องติดอยู่อีกนานแค่ไหน
อูร์ซูอา และเพื่อนร่วมงานของเขา ผ่านความรู้สึกเช่นเดียวกันนั้นมาแล้ว การที่เจ้าหน้าที่หาตัวพวกเขาพบ ทำให้พวกเขาได้รู้ว่า จะยังไม่ได้ออกจากที่นี่ในเวลาอันรวดเร็ว

ที่มาของภาพ, Getty Images
"นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา เมื่อทีมกู้ภัยบอกว่า อาจต้องใช้เวลา 4-5 เดือนในการนำเราขึ้นไปสู่ผิวดิน" เขาจำความรู้สึกนั้นได้
"พวกเราหลายคนซึมเศร้ามาก" อูร์ซูอา กล่าว "หลังจากมีการติดต่อกันได้ครั้งแรก พวกเราบางคนก็คิดว่า 'พอกันที เราปลอดภัยแล้ว'"
แต่กลับต้องใช้เวลาอีก 69 วันในการนำคนงานเหมืองคนแรกขึ้นมาสู่ผิวดิน
อูร์ซูอา เป็นคนสุดท้ายที่ได้รับการช่วยขึ้นมาจากเหมือง 70 วันหลังจากติดอยู่
หนทางเดียวที่คนงานเหมืองชาวชิลีติดต่อกับโลกภายนอกได้คือ การใช้เครื่องมือที่ถูกส่งผ่านท่อกว้าง 12 เซนติเมตร
อาหารและการสื่อสารทุกอย่างต้องส่งผ่านช่องทางแคบ ๆ นี้

ที่มาของภาพ, AFP
ในสภาพเช่นนี้ อูร์ซูอา บอกว่า หนทางเดียวที่ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายนั้นไปได้คือ การติดต่อกับคนที่อยู่บนผิวดินเพื่อที่พวกเขาจะได้ยังมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งต่อไป
แต่ในสถานการณ์ในประเทศไทย เรื่องยิ่งมีความท้าทายมากขึ้น เพราะว่า คนที่ติดอยู่เป็นเด็ก
"ต้องทำให้เด็ก ๆ มีความมั่นคงทางจิตใจ พวกเขายังเด็ก แต่ต้องเผชิญสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้" นายอูร์ซูอา กล่าว "ด้านจิตวิทยา จะมีบทบาทสำคัญ จะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างถูกต้องเหมาะสม"
จนกระทั่งตอนนี้ เด็กไทยยังมีขวัญกำลังใจที่ดีอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ สภาพจิตใจของพวกเขาอาจย่ำแย่ลง
ดร. ซาริตา โรบินสัน ผู้บรรยายอาวุโสที่วิทยาลัยจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลแลงคาเชียร์ของอังกฤษ กล่าวว่า "ตราบใดที่พวกเขาปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมปัจจุบันได้ และรับรู้ว่าชีวิตพวกเขาจะไม่ตกอยู่ในอันตรายในสถานการณ์นี้ พวกเขาก็จะไม่เป็นไร"
3. ทำงานกันเป็นทีม

ที่มาของภาพ, AFP
เด็ก ๆ ถูกพบอยู่รวมกันที่บริเวณชั้นหินขนาดเล็กภายในถ้ำ ห่างไกลจากทางเข้าหลักของถ้ำ
สภาพแวดล้อมมีความชื้นและอบอุ่น พวกเขาต้องทำตัวให้แห้งไว้
อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 26 องศาเซลเซียส แต่กำลังมีการสังเกตการณ์อุณหภูมิอยู่ การที่อุณหภูมิลดลงอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเผชิญกับสภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ
ก้อนหินร่วงหล่นก็เป็นอันตรายอย่างหนึ่งเช่นกัน แต่ความกังวลหลักของทีมกู้ภัยคือ ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
แม้ว่าน้ำที่ท่วมจะไม่ปลอดภัยสำหรับการใช้ดื่ม แต่เด็ก ๆ ก็กินน้ำที่ไหลมาตามผนังและเพดานถ้ำ ทำให้พวกเขาไม่ขาดน้ำ
อูร์ซูอา กล่าวว่า สภาพที่เด็ก ๆ เผชิญคล้ายคลึงกับที่เขาและเพื่อน ๆ เคยเผชิญมาก่อน แต่ "เราติดอยู่ที่จุดเดียวอยู่ตลอด เรารู้ว่าเราไปไหนไม่ได้จากจุดที่อยู่ตรงนั้น"
การตกอยู่ในสภาพที่มีพื้นที่จำกัด คนงานเหมืองชิลี เล่าว่า "การได้พูดคุย การได้สนทนา เป็นหนึ่งในเรื่องที่ช่วยได้ ลองหาอะไรทำเล็ก ๆ น้อย ๆ"

ที่มาของภาพ, Getty Images
อูร์ซูอา กล่าวว่า การเป็นผู้นำที่ดี และบทบาทของผู้ฝึกสอนมีความสำคัญในการทำให้เด็ก ๆ มีชีวิตอยู่รอจนกระทั่งพวกเขาได้รับการช่วยเหลือออกไป
เขากล่าวว่า "ผมเชื่อว่า วิธีการรับมือกับสถานการณ์ของผู้ฝึกสอนของเด็ก ๆ ในช่วง 9-10 วันที่ผ่านมา มีความสำคัญมากในการทำให้พวกเขามีสภาพร่างกายที่แข็งแรง"
ขณะที่ทีมกู้ภัยกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อหาวิธีอพยพพวกเขาออกมาอย่างปลอดภัย การรักษาบรรยากาศที่ดีในกลุ่มไว้ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
อูร์ซูอา กล่วว่า พวกเขาจะต้องคิดบวก
"นี่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ครั้งนั้นที่ยังคงแจ่มชัดสำหรับเรา ทุกวันนี้เรายังยืนยันคำเดิม เรามีความหวังที่เราจะได้มีชีวิตรอดกลับออกไป"










