รู้จักรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ ที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์มาเลเซีย

ที่มาของภาพ, Syed Saddiq Syed Abdul Rahman/FACEBOOK
- Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
พลังเงียบของคนรุ่นใหม่ ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกพันธมิตรฝ่ายค้านปากาตัน ฮาราปัน ยัดเยียดความปราชัยให้กับพรรครัฐบาล ที่ครองอำนาจมากกว่าหกทศวรรษ และส่งผลให้ มหาเธร์ โมฮัมหมัด กลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุมากที่สุดในโลก
ฟันเฟืองหนึ่งที่ช่วยสร้างความสำเร็จของ ดร. มหาเธร์ ในการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียที่ผ่านมา คือ "ไซเอ็ด ซาดิก ไซเอ็ด อับดุล ราห์มาน"นักการเมืองหนุ่มวัย 25 ปี หัวหน้าปีกยุวชนพรรคสหประชาชนมาเลย์ (Parti Pribumi Bersatu Malaysia) หรือ PPBM ผู้ถึงพร้อมด้วยรูปร่างหน้าตา สติปัญญา และ วาทศิลป์ เส้นทางชีวิตของนักการเมืองหนุ่มที่ไม่ได้คาบช้อนทองมาเกิดผู้นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจยิ่ง
นอกจากนี้ ล่าสุดวันนี้ (2 ก.ค.) เขายังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่ากระทรวงเยาวชนและกีฬา ซึ่งถือว่าเป็นรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์มาเลเซีย
ไซเอ็ด ซาดิก เสนอตัวเข้าสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ โดยชูจุดเด่นเรื่องการเป็นปากเสียงของคนรุ่นใหม่ เช่น การมีที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และเงินกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาพร้อม ๆ ไปกันนโยบายสร้างให้เมืองมูอาร์ เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของรัฐยะโฮร์ เพื่อผลักดันให้มาเลเซียผงาดเป็นเสือเศรษฐกิจของเอเชียอีกครั้ง
ผลที่ตามมาคือ เขาสามารถโค่นคู่แข่งคนสำคัญ คือ ราซาลี อิบราฮิม อดีตรองนายกฯ ซึ่งเป็น ส.ส.ในเขตมูอาร์มาแล้วสามสมัยและยังเป็นสมาชิกระดับสูงของพรรคอัมโน และคู่แข่งอีกคนจากพรรค PAS ในเขตมูอาร์ ของรัฐยะโฮร์ บ้านเกิดของเขา
ทิ้งทุน ป.โท ม.ออกซ์ฟอร์ด เพื่ออนาคตทางการเมือง
ไซเอ็ด ซาดิก เติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นกลางในมาเลเซีย จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งชาติมาเลเซีย ในระหว่างนั้น เขายังได้รับรางวัลชนะการโต้วาทีระดับเอเชีย หรือ Asia's Best Speaker Award จาก Asian British Parliament Debating Championship ถึงสามสมัยโดยสมัยที่สาม คือเป็นช่วงเดียวกับกับปีสุดท้ายที่ศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ก่อนที่เขาจะเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยทหารแห่งชาติมาเลเซีย

ที่มาของภาพ, SYEDSADDIQ/Instagram
เขาเข้าสู่วงการเมืองราวปี 2016 ในฐานะโฆษกพรรคสหประชาชนมาเลย์ และเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ร่วมก่อตั้งพรรคด้วย ต่อมาในเดือน มิ.ย. ปีที่แล้วเขาเปิดเผยว่า เขาได้รับทุนเรียนต่อปริญญาโท ด้านนโยบายสาธารณะ (Public Policy) จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ ซึ่งถือเป็นความฝันอย่างหนึ่งของเด็กหนุ่มที่ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวย

ที่มาของภาพ, @SyedSaddiq/Twitter
แต่ต่อมาในเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว เขาได้ออกมาแถลงข่าวเขาตัดสินใจที่จะไม่รับทุนดังกล่าว เพื่อมาสานต่องานด้านการเมืองและเตรียมสู่สนามเลือกตั้งในปีนี้
หนังสือพิมพ์นิว สเตรทไทม์ส สื่อท้องถิ่นของมาเลเซีย รายงานว่า ทุนเรียนต่อปริญญาโท สาขานโยบายสาธารณะ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดมีมูลค่ากว่า 400,000 ริงกิต หรือราว 3.23 ล้านบาท ด้านเว็บไซต์เอเชียน คอร์เรสปอนเดนท์ ระบุว่าเหตุผลหนึ่งในการตัดสินใจครั้งนี้ของเขาคือ การเดินหน้าต่อสู้การทุจริต จนทำให้ถูกข่มขู่และเสนอสินบนแลกกับการยุติบทบาททางการเมือง
บทบาทหัวหน้าปีกยุวชน คือ ลมใต้ปีก
นายไซเอ็ด ซาดิก ในฐานะที่เป็นหัวหน้าปีกยุวชนของพรรคสหประชาชนมาเลย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับบีบีซีไทยว่า ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะผู้ก่อตั้งพรรค หน้าที่หลัก คือการขับเคลื่อนพลังของกลุ่มผู้ใช้สิทธิอายุต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งถือว่าเป็นฐานที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด สิ่งที่สำคัญคือการเอาชนะใจและความคิดของกลุ่มดังกล่าว
"เสียงของผมและเสียงของกลุ่มคนรุ่นใหม่จะไม่เป็นถูกละเลยอีกต่อไปในมาเลเซีย เพราะตอนนี้เสียงของพวกเราได้มีค่าและสิทธิเพียงพอที่รัฐสภาจะได้ยินแล้ว" นายไซเอ็ด ซาดิกกล่าวย้ำ
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Instagram เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Instagram และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Instagram ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด Instagram โพสต์
สร้างฐานจากคนขี่ จยย.
เขาเล่าให้ฟังว่า กลยุทธ์หลักในการเข้าคนรุ่นใหม่กลุ่มต่าง ๆ คือ การผลักดันให้แต่ละกลุ่มกล้าที่จะสะท้อนความคิดเห็นผ่านตัวแทน เช่น กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่กำลังเรียน และกลุ่มที่จบการศึกษาไปแล้วทั้งที่ได้งานและยังไม่ได้งาน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ยังตกงาน ซึ่งมีอัตราการสูงเป็นสี่เท่าของอัตราการว่างงานเฉลี่ยในประเทศ นอกจากนี้นักเรียนบางคนยังต้องแบกรับภาระหนี้สิน จากเงินกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาจำนวนมาก
"ตอนผมจัดตั้งปีกยุวชนฯ ขึ้นมา ผมพยายามเข้าถึงผู้นำกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อเป็นต้วแทนสะท้อนความต้องการของพวกเขา หนึ่งในนั้นคือ มีตัวแทนจากกลุ่มผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ผมเป็นที่รู้จักอย่างมากในวงการซึ่งมีผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หลายหมื่นคน" เขากล่าว
กลยุทธ์อีกอย่างคือ การที่เขาใช้สื่อโซเชียลเพื่อพูดคุยกับฐานผู้ติดตาม โดยเฟซบุ๊กมีผู้ติดตามราว 218,000 คน มีผู้ติดตามผ่านอินสตาแกรม 589,000 คน และทางทวิตเตอร์ 454,000 คน
พลังสึนามิเงียบจากคนรุ่นใหม่
แม้ว่าก่อนการเลือกตั้ง จะมีการสำรวจความคิดเห็นทางการเมืองคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งพบว่า คนรุ่นใหม่ไม่สนใจการเมือง โดยไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้และไม่เชื่อว่า ส.ส. ที่เลือกจะใส่ใจดูแลพวกเขา
แต่ นายไซเอ็ด ซาดิก อธิบายว่า ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ชาวมาเลเซียรุ่นใหม่ให้ความสนใจการเมืองไม่น้อยไม่แตกต่างจากอนาคตของพวกเขา แต่ที่พวกเขาต้องแสดงความคิดเห็นแบบเป็นกลาง หรือบางคนอาจจะบอกว่าไม่ได้สนใจการเมือง เมื่อถูกสอบถาม ก็เพียงเพราะว่าพวกเขาไม่อยากได้รับผลกระทบทางการเมือง เช่น ตกงาน หรือ ครอบครัวตกที่นั่งลำบาก

ที่มาของภาพ, Getty Images
แต่เมื่อมาถึงคูหาเลือกตั้ง ผลที่ปรากฏออกมาก็ทำให้ทราบว่ากลุ่มคนอายุน้อยกว่า 40 ปี จำนวนมากที่ลงคะแนนให้กับพรรคแนวร่วมฝ่ายค้าน
"ผมเรียกว่า พลังสึนามิเงียบจากคนรุ่นใหม่ (silent youth tsunami) อันเป็นปัจจัยหนุนพรรคแนวร่วมฝ่ายค้านในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา" นายไซเอ็ด ซาดิก กล่าว
จากข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งมาเลเซีย ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมาทำให้พบว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 21 - 39 ปี มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2556

เมื่อมองลึกลงไปถึงสัดส่วนของผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วก็จะพบว่ากลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 40-49 ปี ขณะที่หากพิจารณาเพิ่มเติมจะเห็นว่ากลุ่มผู้ที่มีสิทธิในการลงคะแนนอายุระหว่าง 21-30 ปี มีจำนวนมากเป็นสองเท่าของกลุ่มคนสูงวัย

นักวิชาการสองรายจากโครงการด้านมาเลเซีย จากวิทยาลัยนานาชาติศึกษา เอส ราชา รัตนัม แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานยางในสิงคโปร์เขียนบทความลงในเว็บไซต์ทูเดย์ออนไลน์ของสิงคโปร์ว่า การสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้พรรคแนวร่วมฝ่ายค้านได้ โดยเฉพาะในยุคที่ชาวมาเลเซียนิยมบริโภคข่าวผ่านทางช่องทางสื่อออนไลน์แบบส่วนตัว (private social media platform) เช่น วอทส์แอป ซึ่งยากต่อการควบคุมของรัฐบาล

ที่สำคัญคือ การสื่อสารในลักษณะนี้ยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก และเป็นกลุ่มที่ชี้ขาดผลการเลือกตั้งครั้งนี้อีกด้วย
ไร้ปัญหา แม้มีช่องว่างแห่งวัย
การก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งของนายมหาเธร์ นอกจากจะเป็นการคว้าชัยชนะของพรรคแนวร่วมฝ่ายค้านแล้ว ด้วยอายุ 92 ปี ยังทำให้เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุมากที่สุดของโลกอีกด้วย แต่นั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงานกับบรรดาสมาชิกพรรคคนรุ่นใหม่

ที่มาของภาพ, Reuters
นายไซเอ็ด ซาดิก บอกว่า นายมหาเธร์ค่อนข้างที่จะเป็นผู้สนับสนุนบทบาทของคนรุ่นใหม่ แม้ว่าจะมีความแตกต่างทางวัย แต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะทั้งเขา สมาชิกพรรคคนอื่น ๆ รวมทั้ง นายมหาเธร์ต่างก็มีความปรารถนาร่วมกัน
"ตลอด 20 ปี ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดร.มหาเธร์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในการให้การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูง ๆ ในรัฐบาล" เขากล่าว
ต้องจับตาดูกันว่า ดร. มหาเธร์ จะส่งเสริม ไซเอ็ด ซาดิก ให้ไปไกลแคไหน
หมายเหตุ: รายงานชิ้นนี้ได้รับการปรับปรุงเนื้อหาเพิ่มเติมในย่อหน้าที่ 3 จากต้นฉบับที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2561








