สงครามซีเรีย: ชาวเมืองหนีตายออกจากอีสเทิร์นกูตา
ทิร์นกูตา

ที่มาของภาพ, AFP
ชาวเมืองจำนวนมากอพยพออกจากภูมิภาคอีสเทิร์นกูตา (Eastern Ghouta) ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มกบฏ ขณะที่สถานการณ์เลวร้ายลงจนถึงขั้น "เลยจุดวิกฤต"
กองทัพของซีเรียดูเหมือนจะเพิ่มแรงกดดันที่แนวรบหลายด้านเพื่อพยายามยึดคืนพื้นที่ทางตะวันออกของกรุงดามัสกัส
หน่วยงานสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรีย ระบุว่า กองกำลังของรัฐบาลยึดคืนพื้นที่มาได้แล้วราว 10%
ขบวนขนส่งความช่วยเหลือของสหประชาชาติที่มีแผนจะขนส่งความช่วยเหลือเข้าไปในวันอาทิตย์ ยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่นี้ได้
แถลงการณ์ของสหประชาชาติระบุว่า เจ้าหน้าที่ทางการซีเรียไม่อนุญาตให้รถบรรทุก 40 คันที่ขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปเมืองดูมา
สหประชาชาติระบุด้วยว่า "การลงโทษพลเมืองโดยไม่มีการเจาะจงเช่นนี้เป็นเรื่องที่สามารถยอมรับได้"
ขณะนี้มีประชาชนราว 393,000 คน ติดค้างอยู่ในเมืองที่ถูกปิดล้อม การหยุดยิงประจำวัน 5 ชั่วโมงตามคำสั่งของรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของซีเรีย และการหยุดยิงทั่วประเทศตามคำสั่งของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ต่างก็ไม่ได้นำไปสู่การบรรเทาปัญหาด้านมนุษยธรรมในพื้นที่นี้ได้
แหล่งข่าวจากฝ่ายค้านและผู้สื่อข่าวที่อยู่ในพื้นที่ได้พูดคุยกับประชาชนหลายร้อยคนที่อพยพหนีการทิ้งระเบิดในเมืองบีตซาวา ซึ่งอยู่ทางริมด้านตะวันออกของศูนย์กลางภูมิภาคที่มีผู้อยู่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่ในภูมิภาคอีสเทิร์นกูตา ซึ่งประกอบด้วยเมืองต่าง ๆ และพื้นที่การเกษตรหลายแห่ง
มีรายงานว่า ชาวเมืองซึ่งจำนวนมากเป็นเด็กและผู้หญิง ได้พากันหนีเข้าไปที่ศูนย์กลางเมืองเพื่อหาที่กำบัง หลังการสู้รบได้ทวีความรุนแรงขึ้นในเมืองบีตซาวา ระหว่างกองกำลังของรัฐบาลและกลุ่มจาอิช อัล-อิสลาม หนึ่งในกลุ่มกบฏหลัก 3 กลุ่ม
ชาวเมืองคนหนึ่งที่ได้พูดคุยกับบีบีซี บอกว่า สถานการณ์ในอีสเทิร์นกูตาเลวร้ายถึงขั้น "เลยจุดวิกฤต"
รายงานหลายแห่งระบุว่า กองกำลังของรัฐบาลกำลังพยายามจะแบ่งภูมิภาคนี้ออกเป็นสองส่วน
กองทัพของซีเรียระบุว่า กำลังพยายามจะปลดปล่อยภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มกบฏ ให้หลุดพ้นจากกลุ่มคนที่ทางการเรียกว่า ผู้ก่อการร้าย แต่รัฐบาลก็ถูกกล่าวหาว่าพุ่งเป้าโจมตีพลเรือนเช่นกัน
การสู้รบตั้งแต่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 650 คน ในจำนวนนี้มากกว่า 150 เป็นเด็ก








