ตุรกีเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรียแล้ว

เครื่องบินรบตุรกีโจมตีเป้าหมายซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังชาวเคิร์ดในดินแดนซีเรีย

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, เครื่องบินรบตุรกีโจมตีเป้าหมายซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังชาวเคิร์ดในดินแดนซีเรีย

เครื่องบินรบตุรกีเปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังชาวเคิร์ดในภูมิภาคอะฟรินของซีเรีย ซึ่งตั้งอยู่ตรงแนวพรมแดนติดกับทางตอนใต้ของประเทศ โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังชาวเคิร์ดที่ตุรกีเชื่อว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย แม้จะเสี่ยงสร้างความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ที่สนับสนุนกองกำลังเหล่านี้มาก่อนก็ตาม

เครื่องบินรบหลายลำของตุรกีได้ถล่มฐานที่มั่นของกองกำลัง YPG ซึ่งเคยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯให้ต่อสู้กับกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ทำให้มีนักรบชาวเคิร์ดเสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย และมีเป้าหมายทางทหาร 108 แห่งถูกทำลาย โดยปฏิบัติการทางอากาศนี้มีขึ้น หลังตุรกีประกาศเริ่มการกวาดล้างกองกำลังชาวเคิร์ดตามแนวพรมแดนเมื่อวานนี้ (20 ม.ค.)

ปฏิบัติการดังกล่าวมีชื่อว่า "ช่อมะกอก" (Olive Branch) ซึ่งตุรกีประกาศว่าเป็นปฏิบัติการทางทหารทั้งทางบกและทางอากาศ เพื่อกวาดล้างทั้งกองกำลังชาวเคิร์ดและกองกำลังไอเอสที่ยังหลงเหลืออยู่ในคราวเดียว โดยรัฐบาลตุรกียืนยันว่าได้แจ้งเรื่องนี้ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งแจ้งต่อทางการซีเรียก่อนเริ่มปฏิบัติการแล้ว ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกียังเน้นย้ำว่า จะดำเนินปฏิบัติการครั้งนี้โดยเคารพต่อบูรณภาพทางดินแดนของประเทศซีเรีย

ปฏิบัติการโจมตีในครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ว่าตุรกีจะบาดหมางกับสหรัฐฯหนักขึ้น

ที่มาของภาพ, REUTERS

คำบรรยายภาพ, ปฏิบัติการโจมตีในครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ว่าตุรกีจะบาดหมางกับสหรัฐฯ หนักขึ้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลซีเรียแย้งว่าตุรกีไม่ได้แจ้งหารือกับฝ่ายตนก่อนดำเนินปฏิบัติการดังกล่าว ทั้งยังตำหนิว่าเป็นการโจมตีที่โหดร้ายทารุณ และถือเป็นการรุกรานซีเรียอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ตุรกีมีความวิตกกังวลเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดนด้านที่ติดกับซีเรียมากขึ้น เมื่อสหรัฐฯประกาศจะช่วยกองกำลังพันธมิตรชาวเคิร์ดสร้างเสริมกำลังตามแนวพรมแดนเพื่อป้องกันการกลับมาของไอเอส ทำให้ตุรกีเกรงว่ากองกำลัง YPG และ SDF ของชาวเคิร์ดจะมีความแข็งแกร่งขึ้น และหันมาโจมตีรวมทั้งสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายภายในประเทศขึ้นอีกได้

คาดว่าเหตุดังกล่าวทำให้ตุรกีเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้ ซึ่งทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯต้องรีบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียและตุรกีในทันที เพื่อหามาตรการนำเสถียรภาพในภูมิภาคดังกล่าวของซีเรียกลับคืนมา

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียระบุว่า รัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับซีเรียและเพิ่งถอนกำลังทหารออกไปจากภูมิภาคที่เกิดการสู้รบ ไม่ต้องการเข้าแทรกแซงในกรณีดังกล่าว เพราะรัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งต่อตุรกีและซีเรีย เว้นแต่จะเกิดเหตุที่เป็นภัยต่อฐานทัพรัสเซียในซีเรียเท่านั้น