สหรัฐฯ ไม่โวยตุรกีบุกปราบเคิร์ดในซีเรีย ชี้จะหาทางออกร่วมกัน

ขบวนรถถังของตุรกีเคลื่อนข้ามพรมแดนเข้ากวาดล้างกองกำลังชาวเคิร์ดในทางตอนเหนือของซีเรีย

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, ขบวนรถถังของตุรกีเคลื่อนข้ามพรมแดนเข้ากวาดล้างกองกำลังชาวเคิร์ดในทางตอนเหนือของซีเรีย

นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยอมรับว่า ตุรกีมีความจำเป็นต้องรุกรานซีเรียเพื่อปราบปรามกองกำลังชาวเคิร์ดที่เป็นภัยความมั่นคง ส่วนรัฐบาลตุรกียืนกรานให้สหรัฐฯหยุดสนับสนุนกองกำลัง YPG ของชาวเคิร์ดในทันที

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวขณะอยู่ที่กรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักรว่า สหรัฐฯ เข้าใจดีว่าตุรกีมีความกังวล "โดยชอบธรรม" ต่อปัญหาความมั่นคงภายในประเทศ และมีสิทธิป้องกันตนเองจากกลุ่มก่อการร้าย แต่อย่างไรก็ตามสหรัฐฯขอให้ทั้งสองฝ่ายที่สู้รบกันอยู่มีความยับยั้งชั่งใจ ในระหว่างที่สหรัฐฯกำลังหาทางออกร่วมกับตุรกีและทุกฝ่ายเพื่อให้เสถียรภาพของภูมิภาคดังกล่าวกลับคืนมา

มีรายงานว่ามาตรการเพื่อสันติภาพที่สหรัฐฯ เสนอต่อตุรกีและชาติพันธมิตรอื่น ๆ นั้น รวมถึงการจัดตั้ง "เขตปลอดภัย" ที่ปราศจากกองกำลังชาวเคิร์ดขึ้นตลอดแนวพรมแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียที่ติดต่อกับตุรกี ซึ่งสอดคล้องกับแผนการที่นายกรัฐมนตรีตุรกีประกาศก่อนหน้านี้ว่า ต้องการวางแนวกันชนที่ลึกเข้าไปในเขตแดนซีเรียราว 30 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม นายเบคีร์ บอซแดก รองนายกรัฐมนตรีตุรกีแถลงว่า ตุรกีต้องการจะร่วมมือกับทางสหรัฐฯ แต่รัฐบาลสหรัฐฯจะต้องหยุดให้การสนับสนุนกองกำลังก่อการร้ายของชาวเคิร์ดเสียก่อน โดยหยุดเสริมสร้างกำลังรบให้กลุ่มเหล่านี้ รวมทั้งทวงคืนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยมอบให้กลับคืนไปด้วย

กองทัพตุรกีและกองกำลังชาวเคิร์ดยิงต่อสู้กันมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, กองทัพตุรกีและกองกำลังชาวเคิร์ดยิงต่อสู้กันมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกีประกาศว่า จะจัดการกับปัญหาในเมืองอะฟรินของซีเรียให้เรียบร้อย โดยจะไม่ถอยทัพหรือถอนกำลังทหารอย่างเด็ดขาด เพราะทางรัฐบาลตุรกีได้หารือกับรัสเซียในเรื่องนี้มาก่อนแล้วและรัสเซียก็เห็นพ้องด้วย

สำหรับความคืบหน้าในการสู้รบที่เมืองอะฟรินของซีเรีย สำนักข่าวอนาโดลูของทางการตุรกีรายงานว่า กองกำลังภาคพื้นดินของตุรกีได้เข้ายึดครองพื้นที่หมู่บ้านไว้ได้หลายแห่ง ทำให้ชาวซีเรียในแถบนั้นพากันอพยพหนีการสู้รบกันเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามฝ่ายกองกำลัง YPG ของชาวเคิร์ดปฏิเสธข่าวการยึดหมู่บ้านดังกล่าว และอ้างว่าได้ยิงจรวดเข้าถล่มพื้นที่ชายแดนของตุรกีเป็นการตอบโต้ โดยจรวดตกใส่ค่ายพักของกลุ่มกบฏชาวซีเรียในจังหวัดฮะทายของตุรกี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 12 ราย

องค์กรสังเกตการณ์ซีเรียเพื่อสิทธิมนุษยชน (SOHR) รายงานว่ามีกองกำลังของทั้งสองฝ่ายเสียชีวิตในการสู้รบไปแล้ว 54 ราย และมีพลเรือนเสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 24 ราย อย่างไรก็ตามทางการตุรกีปฏิเสธว่าไม่มีพลเรือนเสียชีวิตแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ตุรกีตัดสินใจยกกำลังเข้ารุกรานซีเรีย เพื่อปราบปรามกองกำลัง YPG และ SDF ของชาวเคิร์ด ซึ่งตุรกีเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (PKK) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ก่อเหตุรุนแรงขึ้นในตุรกีหลายครั้งเพื่อเรียกร้องแบ่งแยกดินแดน

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯประกาศสนับสนุนกองกำลังชาวเคิร์ดให้สร้างเสริมกำลังตามแนวพรมแดนซีเรีย-ตุรกี เพื่อป้องกันการกลับมาของกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ทำให้ตุรกีเกรงว่ากองกำลังชาวเคิร์ดจะมีความแข็งแกร่งขึ้น และกลับมาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายภายในประเทศขึ้นอีกได้