ชาวม้งจากลาวกลายเป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงปากท้องผู้คนในเฟรนช์เกียนาได้อย่างไร
หลังจากสงครามเวียดนามสิ้นสุดลง ฝรั่งเศสได้พาชาวม้ง 45 คน อพยพออกจากลาวไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในดินแดนโพ้นทะเลของตนในทวีปอเมริกาใต้ที่มีชื่อว่า เฟรนช์เกียนา ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเกิดของพวกเขาออกไป 16,000 กม.
ชาวม้ง ต้องหลบหนีการประหัตประหารจากฝ่ายคอมมิวนิสต์ในช่วงทศวรรษที่ 1960-1970 เพราะพวกเขาเป็นพันธมิตรที่ยาวนานของฝรั่งเศส และเคยสู้รบอยู่ฝ่ายเดียวกับกองทัพสหรัฐฯ
ในตอนนั้น ฝรั่งเศสต้องการให้ชาวม้งเข้าไปหักล้างถางพงเพาะปลูกพืชผลในป่าแอมะซอน เพราะตอนที่อยู่ลาว พวกเขาคือเกษตรกรที่เก่งกาจ พวกเขาจึงได้เริ่มบุกเบิกป่าและปลูกพืชผลต่าง ๆ แล้วสร้างหมู่บ้านของตัวเองที่มีชื่อว่า "กาเกา"
นายมัว พ่อเฒ่าของหมู่บ้านกาเกา เล่าถึงตอนที่เดินทางมาถึงดินแดนแห่งนี้ใหม่ ๆ ว่าคนในท้องถิ่นคิดว่าพวกเขาเป็นคนจากบ้านป่าเมืองเถื่อน
"ตอนแรกที่เรามาถึงที่นี่ คนท้องถิ่นคิดว่าชาวม้งเป็นมนุษย์กินคน"
กว่า 40 ปีให้หลัง ชาวม้งกลุ่มเล็ก ๆ ในเฟรนช์เกียนายังคงยึดอาชีพเกษตรกรรมที่พวกเขาถนัดเรื่อยมา และปัจจุบันได้กลายเป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงปากท้องผู้คนในดินแดนแห่งนี้ไปเสียแล้ว
โดยผลผลิตของพวกเขาคิดเป็น 60-70% ของพืชผักและผลไม้ทั้งหมดที่บริโภคกันที่นี่ ซึ่งช่วยให้เฟรนช์เกียนาสามารถพึ่งพาตนเองในด้านการเกษตรได้ถึง 80%
ชาวม้ง (Hmong) เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามภูเขาในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยในช่วงสงครามอินโดจีนครั้งที่หนึ่งและสงครามอินโดจีนครั้งที่สอง ชาวม้งในลาวได้ต่อสู้กับขบวนการคอมมิวนิสต์ของลาว จึงทำให้ชาวม้งบางส่วนต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ
ปัจจุบันมีชาวม้งอาศัยอยู่ในประเทศจีน ไทย เวียดนาม ลาว สหรัฐฯ และชาติตะวันตกอื่น ๆ โดยชุมชนชาวม้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์



