เชื้อแบคทีเรียจากการทำออรัลเซ็กส์อาจทำให้เกิดโรคช่องคลอดอักเสบ BV

BV bacteria covering cells

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพจำลองให้เห็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรค BV ปกคลุมเซลล์

งานวิจัยในสหรัฐฯ พบหลักฐานบ่งชี้ว่า การมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก หรือ ออรัลเซ็กส์ อาจทำให้เกิดสภาวะที่เหมาะสมต่อการเกิดโรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (bacterial vaginosis หรือ BV) ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในสตรี

BV ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่เป็นอาการอักเสบในช่องคลอด ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของแบคทีเรียภายในช่องคลอด โดยอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง คัน และมีตกขาวผิดปกติ

โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกช่วงวัย แต่มักพบมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีอายุระหว่าง 15 - 49 ปี

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในสหรัฐฯ ได้ศึกษาว่าแบคทีเรียภายในช่องปากจะส่งผลอย่างไรต่อแบคทีเรียที่อาศัยและเติบโตอยู่ในช่องคลอด

นักวิทยาศาสตร์พบอะไร

ผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLoS Biology พบหลักฐานว่า เชื้อแบคทีเรียชนิดที่มักพบในช่องปากคนเราซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคเหงือกและคราบหินปูน อาจทำให้เกิดสภาวะที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค BV

นักวิจัยได้ทำการทดลองเรื่องนี้ในตัวอย่างช่องคลอดของมนุษย์ และในหนูทดลองเพื่อสังเกตพฤติกรรมของเชื้อแบคทีเรีย และพบว่า เชื้อแบคทีเรียในช่องปากที่ชื่อ "ฟิวโซแบคทีเรีย นิวคลีเอตัม" (Fusobacterium nucleatum) ดูเหมือนจะช่วยทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรค BV

ดร.อแมนดา ลิวอิส และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า หลักฐานที่ค้นพบแสดงให้เห็นว่าออรัลเซ็กส์อาจทำให้เกิดโรค BV ได้ในบางกรณี

Female reproductive organs, illustration

ที่มาของภาพ, Science Photo Library

คำบรรยายภาพ, โรค BV สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกช่วงวัย แต่มักพบมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์

BV อันตรายเพียงใด

ตามปกติ BV ไม่ใช่โรคที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ก็ควรได้รับการรักษา เนื่องจากการเป็นโรคนี้ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะได้รับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

หากสตรีมีครรภ์เป็นโรคนี้ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการคลอดก่อนกําหนด

BV มีอาการอย่างไร

แม้ผู้หญิงที่เป็นโรค BV บางคนจะไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการนั้น โดยมากมักจะมีปัญหาตกขาวผิดปกติ ซึ่งอาจมีสีเทา หรือสีขาวที่มีลักษณะเป็นน้ำ และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์รุนแรงคล้ายกลิ่นคาวปลา

ดังนั้น ผู้ที่มีอาการเหล่านี้จึงควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง โดยแพทย์จะทำการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทั้งชนิดเม็ด เจล หรือครีม

BV มีสาเหตุจากอะไรบ้าง

ผู้หญิงที่ไม่เป็นโรค BV มักมีแบคทีเรีย "ชนิดดี" ที่เรียกว่า แลคโตบาซิลไล (lactobacilli) ซึ่งอยู่ในสกุล แลคโตบาซิลัส (lactobacillus) ที่ช่วยรักษาให้ช่องคลอดมีภาวะเป็นกรด และมีค่า pH ต่ำ

แต่บางครั้งค่าความสมดุลนี้อาจลดลงและทำให้แบคทีเรียชนิดอื่นที่อาศัยอยู่ภายในช่องคลอดเจริญเติบโตขึ้น แม้ปัจจุบันแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค BV ที่ชัดเจน แต่ชี้ถึงปัจจัยที่อาจก่อโรคไว้ดังนี้

  • การมีเพศสัมพันธ์ (แต่ผู้หญิงบางคนก็อาจเป็นโรค BV ได้โดยไม่ต้องมีเพศสัมพันธ์)
  • การเปลี่ยนคู่นอน
  • การคุมกำเนิดโดยวิธีใส่ห่วงอนามัย
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีส่วนผสมของน้ำหอมสวนล้างภายในช่องคลอด หรือบริเวณรอบ ๆ

ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญทราบอยู่แล้วว่าโรค BV อาจมีสาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ด้วย ซึ่งรวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงด้วยกัน

ศาสตราจารย์คลอเดีย เอสต์คอร์ต โฆษกสมาคมเพื่อสุขภาพทางเพศและเอชไอวีของอังกฤษ ระบุว่า งานวิจัยในลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจโรค BV ให้มากขึ้น

"เรารู้อยู่แล้วว่าโรค BV มีลักษณะที่ซับซ้อน เพราะมีปัจจัยก่อโรคหลายประการ"

เธอยังระบุด้วยว่า ออรัลเซ็กส์อาจแพร่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ ตลอดจนเชื้อแบคทีเรียชนิดที่อาจก่อโรคได้ด้วย