ยานอวกาศโซเวียตหนักครึ่งตัน กำลังจะดิ่งลงสู่พื้นโลกโดยไร้การควบคุม ต้นเดือน พ.ค. นี้

Illustration of a space object burning up in the atmosphere

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ขณะยานอวกาศลำดังกล่าวร่วงสู่พื้นโลก เราอาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยมันอาจมีลักษณะคล้ายกับรูปนี้
    • Author, นิวส์เดสก์
    • Role, บีบีซี นิวซ์ แผนกภาษารัสเซีย

ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ยานอวกาศที่มาจากยุคโซเวียตซึ่งหนักราวครึ่งตัน จะพุ่งลงสู่พื้นโลกโดยไร้การควบคุม เศษซากในอวกาศดังกล่าวคือยานลงจอดของยานคอสโมส 482 (Kosmos 482) ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศเมื่อปี 1972 โดยมุ่งหน้าสู่ดาวศุกร์

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความผิดพลาดทางเทคนิค ชิ้นส่วนยานดังกล่าวจึงคงอยู่ในวงโคจรของโลก

แม้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานดังกล่าวจะตกลงสู่พื้นผิวโลกเมื่อใด แต่พวกเขาคาดว่ามันจะร่วงลงสู่พื้นโลกในช่วงต้นเดือน พ.ค. นี้

ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งบอกกับบีบีซีว่า มีความเสี่ยงที่ยานจะร่วงลงใส่ย่านที่อยู่อาศัย

นักวิทยาศาสตร์กล่าวด้วยว่า ภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป คือพื้นที่ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่ยานจะพุ่งชนเมื่อมันร่วงลงสู่พื้นดิน

การปล่อยยาน

Soyuz TMA-19M blasts off to the International Space Station on 15 December 2015 from Baikonur Cosmodrome in Kazakhstan

ที่มาของภาพ, Getty Images / Nasa

คำบรรยายภาพ, ในภาพคือฐานปล่อยจรวด ไบโคนอร์ คอสโมโดรม (Baikonur Cosmodrome) ในประเทศคาซัคสถาน ระหว่างการปล่อยยานโซยุซ โดยยานคอสโมส 482 ถูกปล่อยขึ้นสู่ห้วงอวกาศจากฐานเดียวกันนี้ในปี 1972

ยานอวกาศที่มุ่งหน้าสู่ดาวศุกร์ลำนี้ถูกปล่อยจากฐานปล่อยจรวด ไบโคนอร์ คอสโมโดรม (Baikonur Cosmodrome) เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 1972

ยานดังกล่าวเป็นยานสำรองของสถานีอวกาศอีกแห่ง แต่ทั้งสองคือส่วนหนึ่งของโครงการเวเนรา 8 (Venera 8) โดยยานทั้งสองลำมีอุปกรณ์และคุณลักษณะเหมือนกันทุกประการ

การปล่อยยานซ้ำดังกล่าว ก็เพื่อเพิ่มโอกาสการประสบความสำเร็จในการสำรวจดาวเคราะห์ ณ ขณะนั้น

การทดลองนี้ใช้จรวด Molniya-M ซึ่งเป็นจรวดในตระกูลเดียวกับจรวดที่ถูกใช้ในภารกิจโซยุซ ซึ่งมีมนุษย์ควบคุมยาน ทั้งนี้การทำงานของจรวดของคอสโมส 482 มีอีกหนึ่งขั้นตอนพิเศษ คือการปล่อยจรวดลำเลียงที่มีน้ำหนักมากกว่าเพื่อขึ้นสู่วงโคจรที่สูงขึ้น

ยานเวเนรา 8 ถูกปล่อยตัวก่อนหน้านั้นเพียงสี่วัน และไปถึงจุดหมาย พร้อมทั้งดำเนินโครงการสำรวจดาวเคราะห์จนเสร็จสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ยานสำรองที่กำลังเป็นข่าวอยู่นี้ประสบปัญหาจรวดขัดข้อง และไม่สามารถออกจากวงโคจรของโลกได้

อุบัติเหตุ

สามขั้นแรกของการปล่อยจรวดเป็นไปตามที่วางแผนไว้ โดยได้ขับเคลื่อนหัวยานเข้าสู่วงโคจรใกล้โลก จากนั้นสถานีอวกาศระหว่างดาวเคราะห์ก็ควรจะถูกปล่อยเพื่อไปยังจุดหมาย

ทว่า สถานีอวกาศดังกล่าวไม่สามารถเข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องการเหนือพื้นโลกได้ เนื่องจากเครื่องยนต์ไม่สามารถควบคุมยานได้อย่างถูกต้อง

The Soyuz rocket is transported by train to the launch pad at Site 31 at the Baikonur Cosmodrome in Baikonur, Kazakhstan on 8 September 2024

ที่มาของภาพ, Getty Images / Nasa

หลังจากนั้น สถานีอวกาศนี้ก็ได้รับชื่อรหัสว่า "คอสโมส 482" ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1970 รัฐบาลโซเวียตได้ปกปิดการปล่อยยานที่ไม่ประสบความสำเร็จภายใต้ชื่อรหัสว่า คอสโมส แล้วตามด้วยตัวเลขที่ต่างกัน

ตามหน้าเว็บไซต์ของนาซาที่อุทิศให้กับยานลำนี้ ยานดังกล่าวได้แยกออกเป็นสี่ส่วน โดยสองส่วนยังคงอยู่ในวงโคจรต่ำของโลก และถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศภายใน 48 ชั่วโมง

อีกสองส่วนที่เหลือ ซึ่งสันนิษฐานว่าคือส่วนยานลงจอด และบล็อกที่มีเครื่องยนต์หลัก ได้เข้าสู่วงโคจรรูปวงรีที่อยู่สูงกว่า

"องค์ประกอบของถังเชื้อเพลิงไทเทเนียมออกจากวงโคจรภายในไม่กี่วันและตกลงมาที่ประเทศนิวซีแลนด์" จอร์จี ทริชกิน ผู้ผลิตเนื้อหาจาก Tekhasskiy Vestnik ซึ่งเป็นช่องยอดนิยมในแอปพลิเคชันเทเลแกรมซึ่งเน้นเรื่องการปล่อยยานอวกาศ กล่าวกับบีบีซีแผนกภาษารัสเซีย

"บางส่วนของสถานีและส่วนที่สี่ของจรวดซึ่งเรียกอีกอย่างว่าบล็อกแอล (Block L) ยังคงอยู่ในวงโคจรรูปวงรี

"จุดสูงสุดอยู่ห่างจากโลกประมาณ 9,800 กม. และจุดที่ต่ำที่สุดอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 210 กม." เขากล่าว

องค์การนาซา (NASA) ระบุว่า ยานลงจอดนี้มีน้ำหนัก 495 กก.

ยานลงจอดที่แข็งแรงมาก

การตกของยานอวกาศจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เมื่อยานอวกาศแตกและถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ หรือเมื่อการตกดังกล่าวได้รับการคำนวณและควบคุมจากพื้นโลก

ตัวอย่างเช่น สถานีอวกาศมีร์ (Mir) ถูกปลดออกจากวงโคจร และส่งลงมายังโลกเพื่อให้เศษซากของยานจมลงในมหาสมุทรแปซิฟิก

STS-79 astronauts took this photo of the Mir space station against the blackness of space over Earth's horizon in Debruary 2001

ที่มาของภาพ, Getty Images / NASA / Newsmakers

คำบรรยายภาพ, ทางการรัสเซียได้บังคับให้สถานีอวกาศมีร์ร่วงลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกอย่างมีระบบระเบียบ เมื่อมันสิ้นสุดอายุการใช้งานที่ออกแบบไว้

อย่างไรก็ตาม การตกของยานคอสโมส 482 จะไม่สามารถถูกควบคุมได้ สิ่งที่อันตรายอย่างยิ่งคือยานจะสลายตัวและเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศได้ไม่หมด

ทั้งนี้ เนื่องจากยานลงจอดของมันได้รับการออกแบบมาให้ลงจอดบนพื้นผิวของดาวศุกร์ ซึ่งมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นกว่าและอุณหภูมิสูงกว่า

ดังนั้น ยานลงจอดนี้จึงได้รับการออกแบบอย่างแข็งแรงเพื่อให้สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายกว่าการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกได้

"โมดูลลงจอดได้รับการออกแบบมาให้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศที่รุนแรงกว่าของดาวศุกร์ ดังนั้นแผ่นกันความร้อนและช่องปิดของยานจึงน่าจะสามารถอยู่รอดได้แม้จะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกแล้วก็ตาม" จอร์จี ทริชกิน อธิบาย

"แต่ไม่น่าเป็นไปได้ที่อุปกรณ์จะอยู่รอดอย่างสมบูรณ์ การสังเกตโดยอ้อมบ่งชี้ว่ายานอาจปล่อยร่มชูชีพออกไปนานแล้ว ซึ่งหมายความว่าความสมบูรณ์ของโครงสร้างได้รับความเสียหาย และหลายอย่างขึ้นอยู่กับวิธีที่มันจะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก" เขากล่าว

ยานจะตกสู่พื้นที่ไหน

ทริชกิน กล่าวว่า การคำนวณตามเส้นทางโคจรของยาน บ่งชี้ว่าเศษซากมีแนวโน้มที่จะตกลงมาบนพื้นดิน เขากล่าวว่าประเทศอียิปต์ ซีเรีย ตุรกี และอาเซอร์ไบจาน อยู่ในเส้นทางการคำนวณนี้ จึงมีความเสี่ยงที่เศษซากจะตกลงมาในพื้นที่อยู่อาศัย

"ถ้าเราสันนิษฐานว่าอุปกรณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ได้อย่างสมบูรณ์และตกลงสู่พื้นดินด้วยความเร็วที่คำนวณไว้คือ 242 กม./ชม. พลังงานที่กระทบจะอยู่ที่ประมาณ 1.1-1.2 เมกะจูล ซึ่งอาจเทียบเท่ากับการระเบิดของไดนาไมต์สองสามร้อยกรัม" เขากล่าว

ตามการประมาณการต่าง ๆ การตกของคอสโมส 482 จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 8-14 พ.ค. นี้