สำรวจเหตุกราดยิงในสหรัฐฯ ตลอดปี 2023

ความรุนแรงที่เกิดจากอาวุธปืนถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวอเมริกันไปแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นการเมืองที่เข้มข้น ซึ่งผู้ที่สนับสนุนการควบคุมอาวุธปืนต้องมาเผชิญหน้ากับผู้ที่สนับสนุนสิทธิการครอบครองปืน

บีบีซีสำรวจสถิติเกี่ยวกับอาวุธปืนในสหรัฐฯ ดังข้อมูลด้านล่าง

เหตุกราดยิงในสหรัฐฯ กำลังเพิ่มขึ้น

ในปีนี้มีเหตุกราดยิงทั่วสหรัฐฯ แล้วกว่า 560 ครั้ง ตามข้อมูลขององค์กร Gun Violence Archive ทั้งนี้เหตุกราดยิงในที่นี้หมายถึงเหตุความรุนแรงด้วยอาวุธปืนที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน ทั้งนี้ สถิติดังกล่าวนับรวมทั้งเหตุกราดยิงที่เกิดในบ้านและในพื้นที่สาธารณะ

ในช่วง 3 ปีหลังสุด ทั่วสหรัฐฯ มีเหตุกราดยิงมากกว่าปีละ 600 ครั้ง หรือเทียบได้เท่ากับเกือบ 2 ครั้งต่อวันโดยเฉลี่ย

เหตุกราดยิงที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเกิดขึ้นที่ลาสเวกัสในปี 2017 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 50 รายและบาดเจ็บอีกกว่า 500 คน อย่างไรก็ตาม เหตุกราดยิงในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ทำให้มีคนเสียชีวิตน้อยกว่า 10 คน

ผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนในสหรัฐฯ มีมากน้อยแค่ไหน

มีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนในสหรัฐฯ 48,830 รายในปี 2021 ตามข้อมูลล่าสุดของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) โดยตัวเลขดังกล่าวถือเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 8% เมื่อเทียบกับสถิติในปี 2020 ทั้งที่ตัวเลขในปี 2020 นับว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์แล้วในตอนนั้น

แม้ว่าเหตุกราดยิงและการฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนจะได้รับความสนใจจากสื่อมากกว่า แต่มากกว่าครึ่งของผู้เสียชีวิตด้วยอาวุธปืนในสหรัฐฯ ในปี 2021 เป็นการฆ่าตัวตาย โดยในปี 2021 นี้ การเสียชีวิตมากกว่า 20,000 รายเกิดจากการฆาตกรรม ทั้งนี้ จากชุดข้อมูลเดียวกันของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่ามีคนมากกว่า 50 รายต่อวันที่ถูกฆ่าด้วยอาวุธปืน

สัดส่วนผู้เสียชีวิตด้วยการฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนในสหรัฐฯ ถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเทียบกับแคนาดา ออสเตรเลีย อังกฤษ เวลส์ รวมถึงอีกหลายประเทศ

ทั่วสหรัฐฯ มีปืนอยู่มากแค่ไหน

แม้การคำนวณจำนวนอาวุธปืนที่อยู่ในการครอบครองของผู้คนทั่วโลกจะทำได้ยาก แต่ข้อมูลล่าสุดจากโครงการวิจัยของสวิตเซอร์แลนด์ที่ชื่อ Small Arms Survey ได้ประเมินว่ามีปืนอยู่กว่า 390 ล้านกระบอกวนเวียนอยู่ในสหรัฐฯ ในปี 2018

โดยในปี 2018 นี้ สัดส่วนการครอบครองปืนต่อประชากรในสหรัฐฯ อยู่ที่ปืน 120.5 กระบอกต่อประชากร 100 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 88 กระบอกต่อ 100 คนในปี 2011 โดยตัวเลขดังกล่าวนี้สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกอย่างมาก

ข้อมูลที่ใหม่กว่าจากสหรัฐฯ เองชี้ว่าการครอบครองปืนในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กีปีที่ผ่านมา การศึกษาที่ตีพิมพ์โดยวารสารการแพทย์ Annals of Internal Medicine ในเดือน ก.พ. พบว่ามีประชากรผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ กว่า 7.5 ล้านคนที่ได้กลายเป็นผู้ครอบครองปืนหน้าใหม่ในช่วงระหว่างเดือน ม.ค. 2019 ถึง เม.ย. 2021

นี่ทำให้มีผู้คนในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 11 ล้านคนที่เข้าถึงอาวุธปืนได้จากบ้านของตัวเอง ซึ่งนี่รวมถึงเด็กอีกกว่า 5 ล้านคนที่เข้าถึงปืนได้เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่กลายเป็นผู้ครอบครองปืนหน้าใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นผู้หญิง และกว่า 40% เป็นชาวผิวดำหรือไม่ก็มีเชื้อสายฮิสแปนิก

ใครสนับสนุนการควบคุมอาวุธปืน

ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการควบคุมอาวุธปืน

แม้ว่าตัวเลขจะลดลงจากปีก่อน แต่โพลที่ทำโดยแกลลัพชี้ว่าชาวอเมริกันกว่า 57% อยากเห็นกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มข้นขึ้น โดยมี 32% ที่ระบุว่ากฎหมายควบคุมปืนควรจะคงไว้เช่นเดิม และมีเพียง 10% เท่านั้นที่พูดว่ากฎหมายควบคุมปืนควร "ผ่อนปรนมากขึ้น"

แต่ประเด็นเรื่องการควบคุมอาวุธปืนถือเป็นเรื่องที่แตกเป็นสองขั้วอย่างมากในสหรัฐฯ โดยประเด็นดังกล่าวนี้ถูกแบ่งขั้วตามสองพรรคการเมืองหลักในสหรัฐฯ ด้วย

"ผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตสนับสนุนกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดมากขึ้นอย่างเกือบเป็นเอกฉันท์" โดยกว่า 91% เห็นด้วยกับกฎหมายควบคุมปืนที่เข้มงวดขึ้น ตามโพลของแกลลัพอีกอันหนึ่ง

สำหรับผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน มีเพียง 24% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับประเด็นนี้ ส่วนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ไม่ได้สนับสนุนพรรคใดเป็นพิเศษ มีอยู่ 45% ที่เห็นด้วยกับการควบคุมอาวุธปืนเข้มข้นขึ้น

ทั้งนี้ มีบางมลรัฐที่เริ่มกระบวนการในการแบนหรือกำกับการครอบครองปืนกึ่งอัตโนมัติอย่างเข้มงวดแล้ว แม้ว่ากฎหมายจะแตกต่างกันไปตามแต่ละมลรัฐ แต่มลรัฐแคลิฟอร์เนียก็ได้แบนการครอบครองปืนกึ่งอัตโนมัติแล้ว โดยมีข้อยกเว้นเพียงบางประการ

อย่างไรก็ตาม มีมาตรการควบคุมอาวุธปืนบางมาตรการที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองฟากฝั่งทางการเมือง เช่น การจำกัดการขายปืนให้กับบุคคลที่มีอาการป่วยทางจิต หรือคนที่อยู่ในรายชื่อ "บุคคลที่ต้องจับตา" ของทางการ

ใครคัดค้านการควบคุมอาวุธปืน

แม้จะประสบปัญหาทางการเงินและความขัดแย้งภายในมาต่อเนื่องหลายปี แต่สมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (National Rifle Association: NRA) ยังคงเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลที่สุดต่อเรื่องการควบคุมอาวุธปืนในสหรัฐฯ โดยสมาคมดังกล่าวมีงบประมาณมหาศาลที่จะล็อบบี้สมาชิกสภาคองเกรสในเรื่องนโยบายเกี่ยวกับปืน

โดยในรอบการเลือกตั้งหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา สมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติและองค์กรอื่น ๆ ที่มีจุดยืนเดียวกัน ได้ใช้จ่ายเงินมหาศาลไปกับการสนับสนุนสิทธิในการครอบครองอาวุธปืน โดยจ่ายไปมากกว่าอีกฟากฝั่งที่พยายามล็อบบี้เรื่องการควบคุมอาวุธปืนอย่างมาก

มีหลายมลรัฐที่ในขณะนี้ได้ยกเลิกข้อจำกัดเรื่องการครอบครองอาวุธปืนไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่นในเดือน มิ.ย. 2021 เกรก แอบบอตต์ ผู้ว่าการมลรัฐเทกซัส ได้ลงนามในกฎหมายที่อนุญาตให้ประชาชนในมลรัฐสามารถพกพาปืนพกได้โดยที่ไม่ต้องมีการขออนุญาตหรือการฝึกฝนใด ๆ

ย้อนไปในเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว จอเจียได้กลายเป็นมลรัฐที่ 25 ในประเทศที่ได้ยกเลิกกฎที่บังคับให้ต้องมีใบอนุญาตในการพกปืน ไม่ว่าจะพกโดยปกปิดหรือเปิดเผย นั่นหมายความว่าประชาชนในมลรัฐจอเจียมีสิทธิ์ที่จะพกอาวุธปืนโดยที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตและไม่ต้องขออนุญาตก่อน

กฎหมายดังกล่าวได้รับการหนุนหลังโดยสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ โดยเหล่าผู้นำของสมาคมฯ ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าวว่าเป็น "โมเมนต์ที่สำคัญยิ่งสำหรับเรื่องสิทธิ์ในการครอบครองปืนตามรัฐธรรมนูญ"