โควิดสายพันธุ์ใหม่ "XEC" เริ่มแพร่ระบาดแล้วน่ากังวลแค่ไหน

Woman with a positive Covid test after checking it at home

ที่มาของภาพ, Getty

    • Author, มิเชล โรเบิร์ตส์
    • Role, บรรณาธิการสุขภาพดิจิทัล

นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า เริ่มมีผู้คนติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่คาดว่าอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกลายเป็นสายพันธุ์หลักในไม่ช้า

สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน XEC ถูกพบครั้งแรกในเยอรมนีเมื่อเดือน มิ.ย. และหลังจากนั้นก็พบรายงานผู้ติดเชื้อในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก และอีกหลายประเทศ ตามข้อมูลจากผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (ซึ่งเดิมชื่อทวิตเตอร์)

เชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ใหม่บางส่วนที่อาจช่วยให้แพร่กระจายได้ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า วัคซีนต้านไวรัสยังคงช่วยป้องกันอาการรุนแรงได้

ในสหราชอาณาจักร สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยอาการรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด ทางระบบบริการสาธารณสุขแห่งชาติ หรือ NHS มีให้บริการวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือ วัคซีนบูสเตอร์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

วัคซีนดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับการพัฒนาสายพันธุ์ล่าสุดมากขึ้น แม้จะไม่รวมสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน XEC ที่เกิดขึ้นจากการเป็นลูกผสมของสายพันธุ์ย่อยสองสายพันธุ์ก่อนหน้านี้

ศาสตราจารย์ฟรองซัวส์ บาลู ผู้อำนวยการสถาบันพันธุศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กล่าวกับบีบีซีว่า แม้สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน XEC จะมี "ความได้เปรียบเล็กน้อยในการแพร่กระจาย" เหนือกว่าสายพันธุ์โควิดล่าสุดอื่น ๆ แต่วัคซีนยังคงให้การป้องกันที่ดีได้

ทั้งนี้ เขายังกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน XEC จะกลายเป็นสายพันธุ์ย่อยที่แพร่ระบาดหลักในช่วงฤดูหนาวนี้

สถานการณ์ในไทย

ล่าสุด ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ระบุว่าแม้ปัจจุบันยังไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศไทย แต่การตระหนักรู้จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการชะลอการแพร่ระบาดออกไปได้

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ ชี้ว่า รูปแบบการป้องกันที่ประชาชนรู้จักอยู่แล้ว เช่น "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" หรือการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย แม้จะเป็นมาตรการ "ที่หลายคนรู้สึกเบื่อ แต่ถ้าทำเป็นครั้งคราวประชาชนก็น่าจะรับได้"

หัวหน้าศูนย์จีโนมฯ ชี้ว่า การจะหยุดยั้งการแพร่ระบาดอาจเป็นเรื่องยาก เพราะปัจจุบันนี้เชื้อโควิดกลายพันธุ์ตลอดทุก ๆ หกเดือน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการพัฒนาวัคซีนทุก ๆ หนึ่งปี ซึ่งจะเหมือนกับกรณีของไข้หวัดทั่วไป "ที่เขาจะมีคณะกรรมการพิจารณาทุกปี ว่าจะคงวัคซีนเดิมไว้ไหม หรือจะเปลี่ยนใหม่"

ขณะที่ประเด็นเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดมายังประเทศไทยนั้น ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ ชี้ว่า ฝั่งกระทรวงสาธารณสุขมีระบบป้องกันและคัดกรองตามสนามบินอยู่แล้ว โดยจะมีมาตรการเพิ่มเติมในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยง เพื่อติดตามเพิ่มเติมได้

"กำลังจะกลายเป็นสายพันธุ์หลัก"

เอริค โทพอล ผู้อำนวยการสถาบัน Scripps Research Translational Institute ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การแพร่กระจายของ "สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน XEC เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น"

"และจะใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือสองสามเดือนก่อนที่มันจะแพร่ระบาดอย่างเต็มที่และเริ่มก่อให้เกิดการระบาดในวงกว้าง" เขากล่าวกับหนังสือพิมพ์แอลเอ ไทมส์ (LA Times)

"สายพันธ์ย่อยโอมิครอน XEC จะกลายเป็นสายพันธุ์หลักอย่างแน่นอน"

"ดูเหมือนว่าสายพันธุ์นี้จะเป็นตัวถัดไป"

"แต่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนก่อนที่จะระบาดถึงระดับสูง"

อาการหลังติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน XEC

อาการหลังติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน XEC คาดว่า เหมือนกับอาการไข้หวัดหรือคล้ายกับอาการไข้หวัดใหญ่ เช่น:

  • มีไข้สูง
  • ปวดตามร่างกาย
  • รู้สึกเหนื่อยล้า
  • ไอหรือเจ็บคอ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะหายดีภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่อาจใช้เวลานานกว่านั้นสำหรับบางคน

ข้อมูลจาก ไมค์ ฮันนี นักวิเคราะห์ข้อมูลโควิดระบุว่า มีแพร่กระจายตัวอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์ ย่อยโอมิครอน XEC ในเดนมาร์กและเยอรมนี เนื่องจากปัจจุบัน มีการตรวจหาเชื้อเป็นประจำ ลดน้อยลง ทำให้ยากต่อการประเมินการแพร่ระบาดว่าเป็นอย่างไร

สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) ระบุว่า การกลายพันธุ์ของไวรัสเป็นเรื่องปกติ โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์ได้รับวัคซีนบูสเตอร์ฟรี ประกอบด้วย

  • ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา
  • ผู้มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปในกลุ่มเสี่ยงทางการแพทย์
  • เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบางส่วน

การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และโควิดหลักจะเริ่มในเดือนตุลาคม โดยบางคนอาจได้รับวัคซีนเร็วกว่า

ดร. กายาตรี อมฤตลิงกัม รองผู้อำนวยการ UKHSA กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ไวรัสจะมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมเมื่อเวลาผ่านไป และ UKHSA จะติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องพร้อมแนะนำให้ผู้ที่ได้รับการติดต่อจาก NHS เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน