ทำไมเครื่องบินรบเอฟ-16 ถึงเป็นตัวเปลี่ยนเกม และอาจทำให้ยูเครนชนะสงครามเหนือรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ยูเครนร้องขอให้พันธมิตรต่างชาติ ส่งเครื่องบินรบมาสนับสนุน ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่รัสเซียเข้ารุกราน จนในที่สุดคำสั่งอนุมัติจากสหรัฐฯ ให้เดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ส่งมอบเครื่องบินเอฟ-16 ให้ยูเครน อาจทำให้สงครามรัสเซีย-ยูเครน ถึงจุดเปลี่ยนก็เป็นได้
การเดินทางเยือนเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อไม่นานมานี้ นำมาสู่ข้อตกลงว่า ยูเครนจะได้รับเครื่องบินรบเอฟ-16 จำนวน 61 ลำ ในจำนวนนี้ 41 ลำมาจากเนเธอร์แลนด์ และ 19 ลำจากเดนมาร์ก
ผู้นำยูเครน เปรียบวันที่บรรลุข้อตกลงนี้ว่า “เป็นข้อตกลงที่ทรงพลังและเปี่ยมผลลัพธ์” และขอบคุณรัฐบาลของประเทศทั้งสอง รวมถึงสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนยูเครนเสมอมา
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
เช่นเดียวกับรถถังเลโอพาร์ด และระบบป้องกันอากาศยานแพทริออต ที่ยูเครนได้รับมาก่อนหน้านี้ การส่งมอบเครื่องบินเอฟ-16 ให้ยูเครน ถือเป็นผลลัพธ์ของการเจรจาที่ยาวนาน
ปฏิกิริยาของรัสเซีย
มหาอำนาจตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ระมัดระวังที่จะอนุมัติการจัดส่งเครื่องบินรบให้ยูเครนมาตลอด เพราะกลัวว่าจะนำไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงกับรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย อเล็กซานเดอร์ กรุชโค เตือนว่า ชาติตะวันตกจะต้องเผชิญกับ “ความเสี่ยงอันใหญ่หลวง” หากส่งมอบเครื่องบินรบให้รัสเซีย
ด้านเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำเดนมาร์ก วลาดิเมียร์ บาร์บิน แสดงความเห็นคล้ายกัน โดยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวของเดนมาร์กว่า “ข้อเท็จจริงว่าเดนมาร์กได้ตัดสินใจบริจาคเครื่องบินเอฟ-16 ให้ยูเครน นำมาสู่การยกระดับความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น”
ตารางการส่งมอบเอฟ-16
ยูเครนและผู้สนับสนุนยูเครนในต่างประเทศ พยายามรณรงค์ให้นานาประเทศส่งมอบเครื่องบินรบเหล่านี้มาหลายเดือนแล้ว โดยระบุว่า การช่วงชิงความได้เปรียบทางอากาศเหนือรัสเซีย เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้การชิงดินแดนของยูเครนกลับคืนมา เป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น
โฆษกกองทัพอากาศยูเครน ยูริ อิห์แนต กล่าวเมื่อเดือน พ.ค. ว่า “ถ้าเราได้เครื่องบินรบเอฟ-16 มา เราจะชนะสงครามนี้” ผู้เชี่ยวชาญทางทหารในชาติตะวันตกเองก็ชี้ว่า การทำสงครามโดยไม่มีการสนับสนุนทางอากาศ จะนำมาซึ่งการสูญเสียกำลังทหารจำนวนมากที่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เมตเต เฟรเดอริคเซน อธิบายถึงแผนการส่งมอบว่า “เป้าหมายของการส่งมอบเครื่องบินรบเหล่านี้ ก็เพื่อปกป้องยูเครน เราวางแผนจะส่งมอบเครื่องบินรบใกล้ช่วงปีใหม่นี้ จำนวน 6 ลำ จากนั้นอีก 8 ลำในปีหน้า และอีก 5 ลำในปีถัดไป”
แม้ข่าวนี้จะสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวยูเครน แต่การส่งมอบเครื่องบินรบต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน หมายความว่า ยูเครนจะยังไม่ได้ใช้เครื่องบินรบเหล่านี้ในสงครามทันที
แผนการส่งเครื่องบินรบชุดสุดท้ายของเดนมาร์กคือปี 2025 ซึ่งสะท้อนว่า นี่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวของพันธมิตรชาติยุโรปของยูเครน
อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นนี้ก็สะท้อนถึงการสนับสนุนยูเครนระยะยาวด้วย เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปีหน้าจะออกมาเป็นอย่างไร

ที่มาของภาพ, Getty Images
เอฟ-16 เป็นเครื่องบินรบแบบไหน
เอฟ-16 ถือได้ว่าเป็นเครื่องบินรบที่พึ่งพาได้มากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก
ข้อมูลจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ระบุว่า เอฟ-16 มีสมรรถนะที่ทำหน้าที่ได้หลากหลาย สามารถติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีที่แม่นยำ รวมถึงระเบิด โดยเครื่องบินสามารถบินได้ด้วยความเร็ว 2,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ศักยภาพการจู่โจมเป้าหมายของเอฟ-16 จะช่วยให้ยูเครนโจมตีกองกำลังรัสเซียได้ในทุกสภาพอากาศ รวมถึงในเวลากลางคืน ได้ด้วยความแม่นยำสูง
ปัจจุบัน ยูเครนมีเครื่องบินรบหลายสิบลำ แต่ส่วนใหญ่เป็นเครื่องรุ่น MiG ซึ่งมีอายุใช้งานมาตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียต ขณะที่รัสเซียนั้น ใช้เครื่องบินรบที่ทันสมัยกว่า และสามารถบินได้ในระดับที่สูงกว่าเครื่องบินรบของยูเครน รวมถึงสามารถตรวจจับเครื่องบินลำอื่นได้จากระยะไกลกว่าด้วย
“เรดาร์ของเครื่องบินรบรัสเซียมีศักยภาพตรวจจับเครื่องบินลำอื่นไกลกว่าเครื่องบินรบของเรา 2-3 เท่า” ยูริ อิฮัต โฆษกศูนญ์บัญชาการกองทัพอากาศยูเครน บอกกับวอลล์สตรีทเจอร์นัล “เครื่องบินรบของเราเหมือนตาบอด มองไม่เห็น”
ยูเครนจำเป็นต้องมีเครื่องบินรบทันสมัยเพื่อพิทักษ์น่านฟ้า จากขีปนาวุธและการโจมตีด้วยโดรนจากรัสเซียที่กระหน่ำเข้ามาทุกวัน รวมถึงใช้เครื่องบินรบเพื่อสนับสนุนการตอบโต้ในพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของยูเครน ที่จนถึงตอนนี้ ยังรุกคืบไปได้อย่างจำกัด
ข้อมูลจากล็อกฮีด มาร์ติน บริษัทผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ทางทหารจากสหรัฐฯ และเป็นผู้ผลิตเครื่องบินรบเอฟ-16 ระบุว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีเครื่องบินรบเอฟ-16 อยู่ 3,000 ลำ และใช้งานอยู่ใน 25 ประเทศ
ทำไมต้องรอสหรัฐฯ อนุมัติ
การส่งออกและการนำเครื่องบินรบไปใช้งานอื่น ๆ นอกเหนือจากข้อตกลงซื้อขาย จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากทางการสหรัฐฯ ในฐานะผู้ผลิตเสียก่อน
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีมิติทางการเมืองด้วย เพราะสหรัฐฯ เป็นสมาชิกที่ทรงอิทธิพลที่สุดของนาโต หากประเทศใดต้องการเปลี่ยนนโยบายด้านยูเครน ก็ต้องได้รับการอนุมัติจากสหรัฐฯ ก่อน
แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ เพื่อสนับสนุนการส่งมอบเครื่องบินรบนี้ “เป็นความจำเป็นอย่างมากที่ยูเครนต้องสามารถปกป้องตัวเองจากการรุกรานของรัสเซีย และการละเมิดอธิปไตยได้” เขาเขียน
สำหรับยูเครนแล้ว คำสั่งอนุมัตินี้มีผลมากกว่านั้น เพราะอาจเปิดช่องทางสู่การเข้าถึงเครื่องบินรบที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ ที่หลายประเทศอาจบริจาคให้ยูเครนเพิ่มอีกด้วย
ก่อนจะบรรลุข้อตกลงเอฟ-16 กับเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ ประธานาธิบดีเซเลนสกี ได้เดินทางเยือนสวีเดน ซึ่งเขาประกาศว่าการฝึกฝนนักบินยูเครนกับเครื่องบินรบ ยาส 39 กริพเพน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เป็นการบ่งชี้ว่า ในอนาคต ยูเครนอาจได้รับเครื่องบินรบรุ่นนี้มาด้วย











