ประธานศาลรัฐธรรมนูญเสียใจ ปม "เอกสารมีชัยหลุด" ย้ำ ประชุม 8 ก.ย. ยังไม่ตัดสินคดี “นายกฯ 8 ปี”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ประธานศาลรัฐธรรมนูญ “เสียใจ” และ “กังวลเป็นอย่างมาก” หลังเอกสารที่อ้างว่าเป็นความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ตีความว่าการนับวาระนายกฯ ต้องเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 หลุดหรือรั่วไหลไปสู่โซเชียลมีเดีย ไม่ยืนยันเป็นของจริงหรือไม่ พร้อมสยบข่าวลือนัดตัดสินคดี “นายกฯ 8 ปี"
ตลอดสองวันมานี้ สังคมให้ความสนใจกับเอกสารที่ใช้ชื่อเรื่องว่า "ความเห็นเห็นเกี่ยวกับ มาตรา 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย" ลงนามนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ. ส่งถึงประธานศาลรัฐธรรมนูญ ความยาว 3 หน้ากระดาษ โดยเอกสารดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในหมู่นักการเมือง สื่อมวลชน และประชาชน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่วานนี้ (6 ก.ย.) ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดออกมายืนยันว่าเป็นเอกสารจากอดีตประธาน กรธ. จริงหรือไม่ แม้แต่เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องนี้
นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดแถลงข่าวด่วนวันนี้ (7 ก.ย.) ยืนยันว่า การนัดประชุม 8 ก.ย. ไม่ใช่เรื่องที่ศาลไปเร่งเวลา หรือทำให้เวลาช้าลงแต่อย่างใด พร้อมย้ำว่าได้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอนที่อยู่ในกระบวนพิจารณาของศาลตามปกติ
เขายังปฏิเสธข้อวิเคราะห์และข่าวลือเกี่ยวกับคดี “นายกฯ 8 ปี” ที่มีการคาดหมายกันว่าศาลอาจมีคำวินิจฉัยในวันพรุ่งนี้ และมีการอ้างถึงมติของตุลาการด้วย โดยระบุว่า กระบวนการยังไม่ไปถึงขั้นนั้น เพราะเป็นเพียงการนำพยานหลักฐานที่ศาลขอมาจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาว่าทุกอย่างที่ได้มา เพียงพอจะพิจารณาวินิจฉัยต่อไปได้หรือไม่
ส่วนการคาดการณ์จากบุคคลภายนอก นายเชาวนะกล่าวว่า ศาลไม่ได้รับฟัง และไม่ได้ตำหนิติเตียนใด ๆ พร้อมยืนยันว่าตุลาการทั้ง 9 คนล้วนเป็นอิสระ ไม่มีใครรู้ว่าใครจะวินิจฉัยอย่างไร
“ณ เวลานี้ ยังไม่เป็นที่ยุติว่าพยานหลักฐานคดีนี้มีเพียงพอหรือยัง และยังไกลเกินไปที่จะบอกว่าท่านตัดสินแล้ว ก็เป็นการด่วนสรุปที่จะเร็วเกินไป” เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าว
เมื่อ 24 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของ ส.ส. ฝ่ายค้าน ที่ยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลง ตามมาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยฝ่ายค้านเห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ครบ 8 ปี ในวันที่ 23 ส.ค. 2565 นับจากได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ ครั้งแรกเมื่อ 24 ส.ค. 2557 และมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ให้ พล.อ. หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 24 ส.ค. 2565 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
แจงขั้นตอนพิจารณาคดีของศาล รธน.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายเชาวนะชี้แจงขั้นตอนการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ไว้ดังนี้
- ถ้าข้อเท็จจริงพยานหลักฐานต่าง ๆ เพียงพอต่อการพิจารณา ก็ให้ศาลยุติการแสวงหาพยานหลักฐาน
- กำหนดประเด็นวินิจฉัย
- ศาลนัดอ่านคำแถลงของตุลาการแต่ละคนในที่ประชุม ปรึกษาหารือ และลงมติ
- ถ้าเป็นคำร้องที่มีคู่กรณี โดยประเพณีปฏิบัติ ศาลจะลงมติในช่วงเช้า และอ่านในช่วงเย็นหรือบ่าย “การที่ศาลจะอ่าน ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในระหว่างการไต่สวน ศาลจะนัดล่วงหน้า โดยมีกรอบเวลาขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 7 วัน ให้คู่ความมาฟังศาลอ่านคำวินิจฉัย”
ประธานศาล รธน. เสียใจ ปม “เอกสารหลุด”
นายเชาวนะกล่าวด้วยว่า นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ แสดงความ “ห่วง” “เสียใจ” “กังวลเป็นอย่างมาก” และ “ไม่ได้นิ่งนอนใจ” ภายหลังปรากฏข่าวว่าหนังสือของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) หลุดหรือรั่วไหลไปสู่โซเชียลมีเดีย โดยให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเอกสารมีที่มาที่ไปอย่างไร
“ท่านประธานมีความเสียใจอย่างยิ่งต่อเอกสารที่รั่วไหล แม้ยังไม่ทราบที่มาที่ไป แต่ก็กระทบกับผู้ให้ความเห็น และกระทบถึงคู่ความในคดีด้วย” เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าว
แม้ไม่ได้ตอบคำถามชัดเจนว่าเอกสารของนายมีชัยใช่ของจริงหรือไม่ แต่เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญยอมรับว่า “ศาลขอความเห็นไปจริง” เอกสารที่รั่วไหล มีการอ้างว่านายมีชัยส่งให้ศาล จึงมีความจำเป็นที่ศาลต้องตรวจสอบ เพื่อให้เห็นว่ามาตรการที่ศาลกำหนดไว้ทำให้มีข้อบกพร่องได้อย่างไร เพราะเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดี และมีผลกระทบต่อผู้ให้ความเห็นและผู้เกี่ยวข้องที่วิจารณ์และคาดการณ์ถึงผลดังกล่าวว่าจะทำให้เกิดการตัดสินไปในทางนั้นทางนี้
“ยังยืนยันไม่ได้ เพราะเราก็เห็นแบบเดียวกับสื่อ เห็นในโซเชียล” นายเชาวนะ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามย้ำว่าสรุปแล้วใช่เอกสารจริงหรือไม่
เช่นเดียวกับคำถามที่ว่าจะมีการเอาผิดคนปล่อยเอกสารหรือไม่ ซึ่งนายเชาวนะไม่ได้ตอบชัดเจน โดยบอกว่าขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเรื่องว่าเป็นทางไหน
สำหรับเอกสารที่อ้างว่าเป็นของนายมีชัย มีความเห็นสอดคล้องกับนักกฎหมายหลายคน รวมถึงนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เห็นว่า การตีความว่านายกฯ คนปัจจุบัน เพิ่งมีสถานะเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ จึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 และครบ 8 ปี วันที่ 5 เมษายน 2568 เนื่องจาก "มีกฎหมายลายลักษณ์อักษรบัญญัติชัดเจน"

วิษณุอ่านแล้ว เชื่อไม่ส่งผลต่อคำวินิจฉัยศาล
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นอีกคนที่ได้อ่านเอกสารที่อ้างว่าเป็นคำชี้แจงของนายมีชัยแล้ว โดยเขาขอให้รอฟังคำวิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะรู้เอง เพราะจะหยิบทุกอย่างมาพิจารณาหมด ส่วนเอกสารดังกล่าว ไม่ทราบว่าหลุดมาหรือไม่ได้หลุด และคิดว่าไม่ส่งผลต่อคำวินิจฉัย เนื่องจากไม่ใช่ความลับอะไร เพราะเมื่อยื่นต่อศาล เอกสารก็จะอยู่ในมือมากกว่าคณะตุลาการ 9 คน ซึ่งไม่มีปัญหา เพียงแต่ไม่ควรเปิดเผยออกมา
แม้เป็นลูกศิษย์คนสนิทของนายมีชัย แต่รองนายกฯ วิษณุบอกว่า ไม่ได้คุย ไม่ได้พบกับนายมีชัยมา 10 กว่าวันแล้ว เช่นเดียวกับ พล.อ. ประยุทธ์ก็ไม่ได้พบ เห็นเฉพาะในวิดีโอคอล
ส่วนคำชี้แจงของ พล.อ. ประยุทธ์ ที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญนับการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปีไหนนั้น นายวิษณุตอบว่า ไม่ใช่ 24 ส.ค. 2557 แน่นอน ส่วนจะเป็นวันใดก็แล้วแต่ศาล โดยคำชี้แจงจะต้องบอกเหตุผลว่าทำไมจึงไม่ใช่วันนั้น
ขณะที่รองโฆษกรัฐบาล น.ส. ทิพานัน ศิริชนะ ร้องขอให้สังคมหยุดวิพากษ์วิจารณ์ก่อน เพราะเอกสารยังไม่มีการรับรองว่าเป็นเอกสารจริงและข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ อีกทั้งเนื้อหาดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นข้อสรุปคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
"ขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวังเป็นอย่างมากในการวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ อยากให้ฝ่ายค้านที่เป็นคนเริ่มต้นยื่นคำร้องขอตีความ ที่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายค้านเองก็เชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณาของศาล รอฟังคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ออกมาตีรวนกดดันศาลและให้สัมภาษณ์เพื่อทำสังคมสับสนรายวัน" น.ส. ทิพานัน กล่าว

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคก้าวไกล
ส่วนท่าทีฝ่ายค้าน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล มองว่า การเผยแพร่เอกสารนี้เป็นการ “โยนหินถามทาง” ว่าถ้าผลการวินิจฉัยออกมาว่า พล.อ. ประยุทธ์ ยังไม่ครบ 8 ปี สังคมจะเห็นว่าอย่างไร
ถ้าเป็นเอกสารจริง เขามองว่าอาจจะมีผลต่อการชี้นำได้ เพราะสัดส่วนเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5:4 ที่เห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ยังมีโอกาสพลิกได้
“ดีที่สุดเลยนะ คือ พล.อ. ประยุทธ์ ลาออก เพื่อเปิดทางให้สภาได้เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งไม่นาน แต่จะนานเพียงพอเพื่อเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้ง คืนอำนาจให้กับประชาชน” นายรังสิมันต์ กล่าว
"เอกสารหลุด" ระบุว่าอย่างไร
เอกสารฉบับที่อ้างว่าเป็นความเห็นของนายมีชัย และมีการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต มีประเด็นสำคัญต่อกรณี “นายกฯ 8 ปี” สรุปได้ ดังนี้
1. รัฐธรรมนูญปี 2560 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 และไม่อาจมีผลไปถึงการใด ๆ ที่ได้ดำเนินการมาโดยชอบก่อนที่รัฐธรรมนูญนี้บังคับใช้ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ
2. ส่วนที่เกี่ยวกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติเรื่องคุณสมบัติ ที่มา วิธีการได้มา กรอบในการปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง และผลจากการพ้นจากตำแหน่ง ไว้แตกต่างจากรัฐธรรมนูญที่เคยมีมา และส่วนใหญ่เป็นไปในทางจำกัดสิทธิและเพิ่มความรับผิดชอบ บทบัญญัติต่าง ๆ เหล่านั้น จึงไม่อาจนำไปใช้กับบุคคลหรือการดำเนินการใด ๆ ที่ได้กระทำไปโดยชอบแล้วก่อนที่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติกำหนดไว้เป็นประการอื่นโดยเฉพาะ โดยหลักทั่วไปกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นย่อมต้องมุ่งหมายที่จะใช้กับ ครม. ที่ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ 2560
3. การได้มาซึ่ง ครม. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อการเลือกตั้งทั่วไป มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาที่จะต้องแต่งตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ก่อน แต่ประเทศไม่อาจว่างเว้นการมี ครม. เพื่อบริหารประเทศได้ จึงได้มีบทบัญญัติมาตรา 264 บัญญัติขึ้นเป็นการเฉพาะว่า "ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่..."
4. ผลของมาตรา 264 ครม. รวมทั้งนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่เฉพาะในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 จึงเป็น ครม. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ คือ วันที่ 6 เม.ย. 2560
5. รายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 500 เมื่อ 7 ก.ย. 2561 ในส่วนที่เกี่ยวกับคำกล่าวของนายมีชัย (ว่าให้นับวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ รวมกับก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้) เป็นการรายงานที่ไม่ครบถ้วน และเป็นการสรุปตามความเข้าใจของผู้จด โดย กรธ. ยังมิได้ตรวจรับรองรายงานการประชุม
จากเนื้อหานี้ นายรังสิมันต์มองว่า ถ้าเป็นเอกสารจริง เท่ากับมี “คุณมีชัย ถึง 2 คน” คนเก่าที่มีความเห็นต่อกรณี 8 ปีอย่างหนึ่ง กับคนใหม่ให้ความเห็นตรงกันข้าม
“ส่วนตัวมีความเห็นตรงกับคุณมีชัยคนเก่า เพราะมีความจำเป็นที่เราจะต้องนับวาระดำรงตำแหน่งของ พล.อ. ประยุทธ์ ต่อเนื่องกันก่อนรัฐธรรมนูญตามบทเฉพาะกาล จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่การดำรงตำแหน่งของ พล.อ. ประยุทธ์ จะไม่ครบ 8 ปี” ส.ส. โรม กล่าว
นักวิชาการมอง "เป็นการตั้งใจปล่อยเอกสาร"

ที่มาของภาพ, BBC Thai
ด้าน ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" มองว่า "เป็นการตั้งใจปล่อยเอกสาร" เพราะถ้าเป็นเอกสารหลุด จะไม่เป็นกระแสข่าวเร็วขนาดนี้
ดร. สติธร เห็นตรงกับนายรังสิมันต์ว่า การเผยแพร่เอกสารนี้ เป็นการหยั่งกระแสสังคมว่า "ถ้าเริ่มนับวาระนายกฯ 8 ปี ในปี 2560 กระแสจะพอไปสู้กับความเห็นว่าครบวาระแล้วหรือไม่"
โดยประเมินว่าผลการตอบรับความเห็นของนายมีชัย หลังเผยแพร่เอกสารได้ 1 วัน ค่อนข้างไม่เห็นด้วยกับการนับวาระนายกฯ 8 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2560
ส่วนผลที่ตรงกว่านี้ของการเผยแพร่เอกสาร คือ ข้อความที่ส่งไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 24 ส.ค. ลงมติด้วยเสียง 5:4 สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ พล.อ. ประยุทธ์
"หมายความว่า (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) 4 ท่าน มีแนวโน้มพิจารณาว่า พล.อ. ประยุทธ์ ยังไม่ครบ 8 ปีแน่ ๆ เพราะขนาดหยุดปฏิบัติหน้าที่ยังไม่ให้หยุดเลย...ขออีกเสียงเดียวที่บอกว่าท่านอยู่ได้ต่อไป"
"การปล่อยเอกสารที่มีผลบวกไปยัง พล.อ. ประยุทธ์ คงหวังไปตรงนั้นก่อน" ดร. สติธร กล่าว
ย้อนดูความเห็น “มีชัยคนเก่า”
บันทึกการประชุม กมธ. ดังกล่าวคือ บันทึกการประชุม กมธ. ครั้งที่ 500 ณ วันที่ 7 ก.ย. 2561 ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และนายสุพจน์ ไข่มุกต์ เป็นรองประธานกรรมการ และกรรมการคนอื่น ๆ รวม 30 คน
เนื้อหาส่วนที่สังคมออนไลน์กล่าวถึง คือ ความเห็นของประธานและรองประธาน กรธ. ดังนี้
- มีชัย : ผู้ที่เป็นนายกฯ อยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้บังคับ สามารถนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ดังกล่าวเข้ากับวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่
- สุพจน์ : หากนายกฯ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้บังคับ เมื่อประเทศไทยยังคงมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ควรนับระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว รวมเข้ากับระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย
- มีชัย : (หยิบยกบทเฉพาะกาลในมาตรา 264 วรรคหนึ่ง มาอ้างถึง) ก่อนชี้ว่า การบัญญัติในลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้จะดำรงตำแหน่งนายกฯ อยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ ก็สามารถนับรวมระยะเวลาดังกล่าวรวมกับระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ ซึ่งเมื่อนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต้องมีระยะเวลาไม่เกิน 8 ปี
แม้เอกสารที่อ้างว่าเป็นคำชี้แจงของนายมีชัยถึงประธานศาลรัฐธรรมนูญจะระบุว่า รายงานการประชุม กรธ. ครั้งที่ 500 "เป็นการรายงานที่ไม่ครบถ้วน และเป็นการสรุปตามความเข้าใจของผู้จด โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยังมิได้ตรวจรับรองรายงานการประชุม" ทว่าวานนี้ (6 ก.ย.) ก็มีการปล่อยเอกสารบันทึกการประชุม กรธ. ครั้งที่ 501 ที่ระบุว่า กรธ. มีมติรับรองบันทึกการประชุมครั้งที่ 500 เพื่อหักล้างคำชี้แจงของอดีตประธาน กรธ. ทันควัน
"ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาตรวจบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมตรวจทานแล้ว ไม่มีการแก้ไข" บันทึกการประชุมครั้งที่ 501 ระบุตอนหนึ่ง











