สำรวจประสบการณ์กองทัพในต่างแดน หลัง ผบ.นรด. ไทยโยนแนวคิดจ่ายเงินแทนเกณฑ์ทหาร

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ประเทศไหนอนุญาตให้พลเมืองจ่ายเงินแทนการเป็นทหารเกณฑ์บ้าง ภายหลังผู้บริหารกองทัพมีแนวคิดจะให้ชายไทยที่ไม่ประสงค์จะเป็นทหารเกณฑ์จ่ายเงินสมทบกองทุน เพื่อนำไปเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่คนที่สมัครใจเป็นทหารแทน
พล.ท.ทวีพูล ริมสาคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกองทัพบก (ทบ.) คือผู้ออกมาเปิดเผยแนวคิดนี้ในระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 9 ม.ค.
เขายังเปิดเผยข้อมูลผู้สมัครเป็นทหารกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) ประจำปี 2568 (ข้อมูล ณ 7 ม.ค.) ว่า มีจำนวนผู้สมัครมากกว่าปีที่แล้วกว่า 1,400 นาย ซึ่งยังไม่ใช่ยอดสุทธิ เพราะต้องผ่านการคัดเลือก ตรวจสอบคุณสมบัติ และมารายงานตัวก่อน และยังไม่สามารถบอกได้ว่าโครงการสมัครใจเป็นทหารจะมีคนสนใจเพิ่มขึ้นหรือไม่ ยกเว้นมีปัจจัยที่จะสร้างแรงจูงใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเรื่องค่าตอบแทน ซึ่งหากเพิ่มขึ้นก็ต้องเป็นภาระด้านงบประมาณ และใกล้จะชนเพดานเงินเดือนของนายทหารชั้นประทวน
"ในความคิดเห็นส่วนตัวคือ ใครไม่เป็นก็จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อมาชดเชยในเรื่องค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นของผู้ที่สมัครใจเข้ามาได้" พล.ท.ทวีพูล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผบ.นรด. ออกตัวว่า เรื่องนี้เป็นเพียงแนวคิดหนึ่งที่เสนอเท่านั้น เพราะมีทั้งข้อดี-ข้อเสีย เพราะบางคนก็มองว่าเป็นการแบ่งชนชั้นหรือไม่ แต่จุดนี้ก็จะแก้ไขปัญหาเรื่องค่าตอบแทนที่เป็นแรงจูงใจได้ ต้องพิจารณาเพิ่มเติมเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดต่อไป
รมว.กห. บอกน่าสนใจ แต่ต้องระวัง เพราะ "คนมีเงินก็ไม่ต้องเป็นทหาร"
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รีบออกมาระบุว่า เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของ ผบ.นรด. ขณะนี้กระทรวงกลาโหมได้เปิดให้แสดงความคิดเห็นและหาทางออกว่าจะช่วยแก้ปัญหานี้อย่างไร นี่เป็นเพียงอีกหนึ่งความคิดเห็น
"เรื่องนี้ก็เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ แต่คงต้องระมัดระวัง เมื่อมีด้านดีก็ต้องมีเสีย เพราะคนที่มีเงินก็ไม่ต้องเป็นทหาร จึงต้องไปพิจารณาให้รอบคอบ ถือเป็นอีกหนึ่งความเห็นที่ทางกระทรวงกลาโหมกำลังรวบรวมอยู่" รมว.กลาโหม กล่าว
ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่นั้น นายภูมิธรรมบอกว่าตอบยาก เพราะตอนนี้สังคมกำลังอยากเห็นการสมัครใจเป็นทหาร ต้องคำนึงอยู่บนพื้นฐานและต้องการให้กองทัพมีศักยภาพพร้อมจะป้องกันประเทศได้ จึงบอกผู้นำเหล่าทัพไปว่าให้เอาขั้นต่ำที่มีกำลังพอเพียงที่จะป้องกันประเทศ ดูจากตรงนั้นว่าเหลือเท่าไหร่ก็ค่อยมาว่ากัน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ของโลก บางประเทศก็ทำได้บ้างแล้ว เช่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ประเทศไทยกำลังเรียนรู้จากตรงนั้น อย่างไรก็ต้องสัมพันธ์กับอีกหลายเรื่อง จึงจะต้องใช้ความรอบคอบ เมื่อประกาศก็ควรจะทำได้จริง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ยังกล่าวถึงการทดลองทำหลายเรื่อง อาทิ
- ให้ทหารเรือและทหารอากาศเป็นสัสดีในการคัดเลือกทหารด้วย
- พยายามให้ทหารเกณฑ์เลือกจากหมู่บ้านของเขา ถ้าใครอาสาก็ต้องมีสิทธิเลือกเหล่า เลือกจังหวัดที่จะไปประจำการได้เอง
- ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดทำหลักสูตรว่าหากเข้ามาอยู่แล้ว กองทัพจะให้ความรู้และทักษะในการไปใช้ชีวิตข้างนอกได้หรือไม่
ฝ่ายค้านวิจารณ์เป็นวิธีคิดที่ผิด ทำให้ "ค่ายทหารมีไว้สำหรับคนจน"
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร คาดเดาวิธีคิดของ ผบ.นรด. ที่มองว่าทุกวันนี้คนรวยที่ไม่อยากเกณฑ์ทหารเขาก็จ่ายเงินอยู่แล้ว แต่เป็นการจ่ายแบบผิดกฎหมาย อยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท/ครั้ง คิดเป็นแต่ละปีประมาณ 2,000 ล้านบาท อีกส่วนคือผู้ที่จับได้ใบแดงเข้ากรมทหารไปแล้ว แต่อยากกลับบ้านก็จะยกเงินเดือนและค่าประกอบเลี้ยงให้นาย จำนวนนี้คาดว่าเป็นเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท/ปี รวมกันเป็น 4,000 ล้านบาท/ปี ก็คงคิดว่าจะเอาเงินที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาบนดิน
สส. ฝ่ายค้านยืนยันว่า "เป็นวิธีคิดที่ผิด" และ "ควรปรับทัศนคติใหม่" เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องอบายมุข หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่จะทำให้เรื่องโกงกิน การทุจริตคอร์รัปชั่น การรับสินบน การฉ้อราษฎร์บังหลวง กลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายได้
"ทุกวันนี้เรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวยเกิดขึ้นเป็นปกติวิสัย ที่ผ่านมา เรื่องคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องดำมืดที่แอบทำ แต่หากเป็นไปในแนวทางตามที่ท่าน ผบ.นรด. ว่าจะเป็นการเด่นชัด แต่เดิมเราเคยพูดว่าคุกมีไว้ขังคนจน คราวนี้ก็จะกลายเป็นว่าค่ายทหารก็มีไว้สำหรับคนจนเหมือนกัน" นายวิโรจน์กล่าว
แม้เชื่อว่า ผบ.นรด. ต้องการสร้างนวัตกรรมในการแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการสมัครเข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่ยังคิดอยู่ในกรอบว่ากำลังพลต้องเท่าเดิม ดังนั้น บันไดขั้นแรกที่ต้องทำคือ การสร้างความชัดเจนว่าทหารกองประจำการในแต่ละปีควรมีจำนวนเท่าไหร่จึงจะสอดรับกับบริบทของโลกยุคใหม่และภัยความมั่นคงที่เกิดขึ้น รวมถึงผสมผสานการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งนี้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยเสนอให้ลดกำลังพลลงครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 50,000 นาย โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาทดแทน แต่วันนี้ ผบ.นรด. ยังคิดถึงจำนวน 90,000 นาย และคิดว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาทดแทน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 กำหนดให้ชายไทยมีหน้าที่รับราชการทหารทุกคน เมื่อมีอายุย่างเข้า 18 ปี (17 ปีบริบูรณ์) ให้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน ณ อำเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของตนเอง
จากนั้นเมื่อมีอายุย่างเข้า 21 ปี (20 ปีบริบูรณ์) ต้องไปแสดงตัวเพื่อรับหมายเกณฑ์ที่อำเภอที่ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของตน เมื่อรับหมายเกณฑ์แล้ว ต้องไปรับการตรวจเลือก (เกณฑ์) ในวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในหมายเกณฑ์
ทหารเกณฑ์ต้องเข้ารับราชการทหารมีกำหนด 2 ปี แต่มีข้อยกเว้นและผ่อนผันสำหรับผู้ที่เรียนวิชารักษาดินแดน (ร.ด.) หรือผู้สำเร็จการศึกษาในระดับต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.รับราชการทหารและกฎกระทรวง
ย้อนไปเมื่อปี 2566 มีทหารเกณฑ์ 93,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้สมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ 10,156 คน เหลือยอดเรียกเกณฑ์ 83,000 คน มาปี 2567 มีทหารเกณฑ์ 85,000 คน ในจำนวนนี้มีผู้สมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ 21,500 คน แต่ผ่านคุณสมบัติ 15,000 คน จึงเหลือยอดเรียกเกณฑ์ 70,000 คน
ประเทศไหนให้จ่ายเงินเลี่ยงการรับใช้ชาติบ้าง
หลังสงครามเย็น ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปส่วนใหญ่เริ่มยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ทว่าท่ามกลางภาวะไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น ภัยก่อการร้าย และสงครามที่อุบัติขึ้นในหลายจุดทั่วโลก ทำให้หลายประเทศต้องทบทวนความสามารถในการป้องกันพลเรือนของตนอีกครั้ง
บางประเทศผ่านกฎหมายเพื่อกำหนดให้การเกณฑ์ทหารเป็นภาคบังคับ
ขณะที่บางประเทศก็ผ่านกฎหมายเพื่อให้พลเมืองจ่ายเงินแทนการเข้ารับราชการทหารได้
ทาจิกิสถาน
ชายชาวทาจิกิสถานสามารถหลีกเลี่ยงการรับใช้กองทัพเป็นเวลา 2 ปี ด้วยการชำระค่าธรรมเนียมให้แก่กระทรวงกลาโหมแทน ภายหลังรัฐบาลบังคับใช้กฎหมายเมื่อปี 2564 อนุญาตให้ชายชาวทาจิกิสถานที่มีอายุระหว่าง 18- 27 ปี จ่ายเงิน 2,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 76,100 บาท) แลกกับการไม่ต้องเกณฑ์ทหารได้ ทว่าผู้ที่เลือกชำระค่าธรรมเนียม ยังต้องเข้ารับการฝึกทหารเป็นเวลา 1 เดือน แต่ไม่ต้องรับราชการเต็ม 2 ปี
ทาจิกิสถานสืบทอดระบบการเกณฑ์ทหารจากสมัยสหภาพโซเวียต โดยการเกณฑ์ทหารจะมีขึ้นทุกฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
อาร์เมเนีย
เช่นเดียวกับอาร์เมเนียที่ผ่านกฎหมายอนุญาตให้พลเมืองที่มีอายุครบ 27 ปี และยังไม่ผ่านการเกณฑ์ทหารภาคบังคับเป็นเวลา 2 ปี อาจได้รับการยกเว้นความรับผิดทางอาญา โดยมีหลากหลายทางเลือกและอัตราการจ่ายเงินเข้ารัฐในอัตราลดหลั่นกันไป ตั้งแต่ราว 200,000-1,200,000 บาท
กฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบขั้นสุดท้ายจากรัฐสภาอาร์เมเนียเมื่อเดือน ม.ค. 2567
สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับราชการเลยต้องจ่ายเงิน 15 ล้านดราม (ราว 1,281,000 บาท) หรือเป็นทหารเกณฑ์ 1 เดือน และจ่ายเงิน 10 ล้านดรัม (ราว 850,000 บาท) หรือเป็นทหารเกณฑ์ 6 เดือน และจ่ายเงิน 5 ล้านดรัม (ราว 429,000 บาท) หรือเป็นทหารเกณฑ์ 1 ปี และจ่ายเงิน 2.5 ล้านดราม (ราว 214,000 บาท)

ที่มาของภาพ, Getty Images
อิหร่าน
อิหร่านได้นำโครงการจ่ายเงินแลกไม่ต้องเกณฑ์ทหารกลับมาใช้อีกครั้งเมื่อปี 2566 แต่มีเพียงคนร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมได้
แผนนี้ครอบคลุมเฉพาะผู้ที่หนีการเกณฑ์ทหารซึ่งมีอายุมากกว่า 35 ปี หรือผ่านไปแล้วอย่างน้อย 8 ปีนับจากวันครบกำหนดเกณฑ์ทหาร โดยสนนราคาแตกต่างกันไปตามวุฒิการศึกษา ผู้มีการศึกษาสูงกว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตราสูงกว่า
ค่าธรรมเนียมเพื่อแลกกับการไม่ต้องเข้าเกณฑ์ทหาร เริ่มต้นที่ 2,500 ล้านเรียล (เกือบ 346,000 บาท) ถึง 6,000 ล้านเรียล (ราว 4,936,000 บาท) ขณะที่เงินเดือนเฉลี่ยในอิหร่านอยู่ที่ประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,900 บาท)
รัฐธรรมนูญอิหร่านกำหนดให้ผู้ชายทุกคนที่อายุเกิน 18 ปี ต้องรับราชการทหารเป็นเวลาประมาณ 2 ปี มิเช่นนั้นจะไม่สามารถสมัครขอหนังสือเดินทางเพื่อออกจากประเทศได้
ตุรกี
ในตุรกี ชายหนุ่มทุกคน ยกเว้นผู้ที่ได้รับการยกเว้นด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ หรือผู้ที่หาเลี้ยงครอบครัวแต่เพียงผู้เดียว ต้องเข้ารับราชการทหาร ทว่าเงินก็สำคัญสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับราชการ โดยรัฐบาลอนุญาตให้ผู้ชายจ่ายเงินเพื่อออกจากราชการได้ผ่านช่องทางการนิรโทษกรรมชั่วคราว
การเกณฑ์ทหารเป็นข้อบังคับสำหรับชายตุรกีที่มีอายุระหว่าง 20-41 ปี โดยจะต้องรับราชการเป็นเวลา 6-12 เดือน ทหารเกณฑ์จะได้รับการฝึกทหารขั้นพื้นฐานเป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นจะถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่และฝึกเพิ่มเติม โดยได้รับเบี้ยเลี้ยงตลอดช่วงที่เป็นทหารเกณฑ์
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เสร็จสิ้นการฝึกทหารขั้นพื้นฐาน 1 เดือน ทหารเกณฑ์มีตัวเลือกที่จะจ่ายเงินแทนการเกณฑ์ทหารในช่วงเวลาที่เหลือ 5 เดือนสุดท้าย โดยค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 122,351 ลีราตุรกี หรือกว่า 119,400 บาทไทย (อัตรา ณ เดือน ก.ค. 2566)
สวิตเซอร์แลนด์
สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีการเกณฑ์ทหารภาคบังคับ ชายชาวสวิสทุกคนที่อายุ 18 ปีบริบูรณ์จะต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารเป็นเวลา 1 ปี โดยระเบียบนี้บังคับใช้กับชายที่มีอายุตั้งแต่ 18-25 ปี ส่วนพลเมืองผู้หญิงก็สามารถสมัครเข้ารับราชการในกองทัพได้โดยสมัครใจ
อย่างไรก็ตาม ชาวสวิสมีทางเลือกที่ไม่ต้องเกณฑ์ทหารได้ ด้วยการทำงานบริการพลเรือนแทนการเกณฑ์ทหาร หากไม่ทำทั้งสองอย่างจะต้องจ่ายภาษีที่เรียกว่า "ภาษียกเว้นการเกณฑ์ทหาร"
คนที่ไม่เข้ารับการเกณฑ์ทหารหรือไม่ทำงานบริการพลเรือน มีหน้าที่จ่ายภาษียกเว้นการเกณฑ์ทหาร โดยต้องเริ่มต้นจ่ายตั้งแต่ช่วงอายุเกณฑ์ทหาร คือ 19-25 ปี และสิ้นสุดเมื่อมีอายุ 37 ปี นั่นหมายว่าจะต้องเสียภาษีดังกล่าวเป็นเวลาอย่างน้อย 11 ปี
ส่วนอัตราภาษียกเว้นการเกณฑ์ทหารอยู่ที่ 3% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปีตามการคำนวณภาษีที่จ่ายให้กับรัฐบาล หรือไม่น้อยกว่า 400 ฟรังก์สวิส (ราว 15,160 บาทต่อปี) ขณะที่ผู้ที่เข้ารับการเกณฑ์ทหารจะได้รับส่วนลดภาษี 4% โดยคิดตามจำนวนวันที่เข้ารับราชการ











