เปิดหลักฐานใหม่ ภาพถ่ายดาวเทียมเผยเหมืองแร่แรร์เอิร์ธอีก 19 แห่งใกล้แม่น้ำโขง กระทบไทยอย่างไรบ้าง

.

ที่มาของภาพ, SHRF

    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

องค์กรภาคประชาสังคมในรัฐฉานเปิดภาพถ่ายทางดาวเทียมล่าสุด เผยให้เห็นเหมืองแร่ธาตุหายากหรือ "แร่แรร์เอิร์ธ" (rare earth) อีก 19 แห่งทางตะวันออกของรัฐ ซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำโขงราว 40 กิโลเมตร

รายงานฉบับนี้จัดทำโดยมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ หรือ เอสเอชอาร์เอฟ (Shan Human Rights Foundation-SHRF) และเผยแพร่เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยทางผู้จัดทำระบุว่าเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ 19 แห่ง อยู่ในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา หรือ เอ็นดีเอเอ (National Democratic Alliance Army – NDAA) ซึ่งรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่ากองทัพเมืองลา

ทางมูลนิธิฯ กล่าวว่าเมืองแร่แรร์เอิร์ธทั้ง 19 แห่ง เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้มี 16 แห่งที่กำลังเปิดดำเนินการ ส่วนอีก 3 แห่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง

เผยให้เห็นเหมืองแร่แรร์เอิร์ธภายใต้กลุ่มกองกำลังใหม่

เดิมทีในปี 2564 เคยมีเหมืองแร่ในพื้นที่มีพื้นที่อยู่ในเขตเมืองยอง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เพียง 3 แห่งเท่านั้น ก่อนที่ทั้งหมดจะถูกทิ้งร้าง และจำนวน 19 แห่งที่พบจากภาพถ่ายดาวเทียมในครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับ 3 เหมืองเดิม

พวกเขาพบว่าเหมืองแร่แรร์เอิร์ธทั้งหมดที่เกิดขึ้นใหม่ ล้วนมีบ่อสกัดแร่ลักษณะวงกลมเรียงกันหลายแถว ซึ่งเป็นลักษณะการทำเหมืองด้วยวิธีชะล้างในแหล่งแร่ (in-situ leaching) เหมือนกับการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธทุนจีนในรัฐคะฉิ่นก่อนหน้านี้ รวมถึงเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่ควบคุมของกองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army – UWSA) ในเมืองป้อกและเมืองยอน รัฐเดียวกัน ซึ่งเป็นแหล่งที่คาดว่าก่อให้เกิดการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำกกและแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านไทย

วิธีการทำเหมืองแบบการชะล้างในแหล่งแร่ เป็นวิธีการสกัดแร่ด้วยการฉีดสารละลายเคมีเข้าไปในแหล่งแร่ใต้ดิน เพื่อละลายแร่ออกมา จากนั้นจึงสูบสารละลายที่ผสมแร่นั้นขึ้นมาเพื่อนำไปสกัดแร่ต่อ ซึ่งถือว่าเป็นกระบวนการทำเหมืองที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนต่อแหล่งน้ำผิวดินและใต้ดิน รวมถึงเป็นภัยต่อชุมชนที่อยู่โดยรอบ หากไม่มีกระบวนการบำบัดของเสียจากการทำเหมืองอย่างถูกต้อง

ภาพแสดงกิจกรรมเหมืองแร่ในพื้นที่ควบคุมของกองกำลัง NDAA

ที่มาของภาพ, SHRF

คำบรรยายภาพ, ภาพแสดงกิจกรรมเหมืองแร่ในพื้นที่ควบคุมของกองกำลัง NDAA

มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ ระบุว่าปัจจุบันเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่ควบคุมของ NDAA ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในภูเขาที่มีความสูงระดับ 4,000-5,000 ฟุต (หรือราว 1,200-1,500 เมตร) จากระดับน้ำทะเล ห่างจากพรมแดนประเทศจีนประมาณ 4 กิโลเมตร และมีการปล่อยน้ำจากเหมืองลงสู่คลองน้ำนับ ซึ่งไหลลงไปทางใต้และลงสู่แม่น้ำโหลย (Lwe River) ซึ่งเป็นลำนำสาขาของแม่น้ำโขง

แม่น้ำโหลยไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขงที่เมืองสบโหลย รัฐฉาน ฝั่งตรงข้ามแขวงหลวงน้ำทาของประเทศลาว ห่างจากจุดบรรจบสามเหลี่ยมทองคำซึ่งเป็นพรมแดนสามประเทศ ไทย ลาว เมียนมา ประมาณ 125 กิโลเมตร

นอกจากเหมืองแร่แรเอิร์ธแล้ว พวกเขายังพบว่ามีการทำเหมืองแร่แมงกานีสหลายแห่งที่มีความยาวติดต่อกันราว 8 กิโลเมตร บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโหลยด้วย โดยเหมืองแร่ดังกล่าวมีคนงานชาวจีนมากกว่า 1,000 คน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนที่อยู่รอบ ๆ

ช่วงต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ เอ็มอาร์ซี (Mekong River Commission-MRC) เคยตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำและใกล้สบกก พบว่ามีค่าสารหนูเกินค่ามาตรฐานถึง 4 ใน 5 จุดที่สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำ ซึ่งช่วยยืนยันว่าเกิดการปนเปื้อนสารหนูข้ามแดนไปลุ่มน้ำโขงแล้ว

"The Greater Mining Suffering" เมื่ออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงพรุนไปด้วยเหมือง

หากพิจารณาจากข้อมูลของมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่รวบรวมมาตลอดช่วงปีนี้ สามารถจัดกลุ่มเหมืองแร่ในรัฐฉานที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยได้ดังนี้

แผนที่แสดงเมืองที่มีการดำเนินการเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมียนมา
คำบรรยายภาพ, แผนที่แสดงเมืองที่มีการดำเนินการเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมียนมา (ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวมจากมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ และ ISP Myanmar)
.

กลุ่มแรกเป็นของกองทัพสหรัฐว้า ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าเป็นกลุ่มกองกำลังชนชาติพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในตะวันออกเฉียงใต้ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนอย่างแนบแน่น

มีความพยายามจากผู้เชี่ยวชาญหลายรายที่แนะนำว่าไทยควรเดิมเกมกับกลุ่มกองกำลังนี้โดยตรง เนื่องจากสร้างผลกระทบให้กับความมั่นคงหลายปัญหาด้วยกัน ไม่ใช่แค่เหมืองแร่ที่ปล่อยมลพิษข้ามแดนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงปัญหายาเสพติด และอาชญากรรมอื่น ๆ

ส่วนผู้เล่นหน้าใหม่ที่ทางมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่เพิ่งเปิดเผยให้เห็น คือ NDAA ซึ่งข้อมูลจากสถาบันยุทธศาสตร์และนโยบายแห่งเมียนมา (ISP Myanmar) บอกว่าเป็นกลุ่มที่มีฐานบัญชาการอยู่ที่เมืองลาของรัฐฉาน ควบคุมพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจที่เชื่อมต่อระหว่างเมียนมากับจีน

นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารครั้งล่าสุดในเมียนมา ทางกลุ่ม NDAA ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลทหาร และไม่ได้คัดค้านการยึดอำนาจที่นำโดยพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย

กลุ่มกองกำลังนี้ยังเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นของกองทัพสหรัฐว้า เนื่องจากมีพื้นที่ควบคุมใกล้เคียงกัน รวมถึงมีบริบททางประวัติศาสตร์ร่วมกัน ทว่าในขณะเดียวกัน NDAA ก็มีความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มกองกำลังชนชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลทหารด้วย เช่น กองทัพเอกราชคะฉิ่น Kachin Independence Army – KIA) หนึ่งในกลุ่มที่ควบคุมเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในรัฐคะฉิ่น ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือทางรัฐฉาน

กำลังพลของกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (์NDAA)

ที่มาของภาพ, Mongla SR4 News Agency

คำบรรยายภาพ, กำลังพลของกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (NDAA)

ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์สำนักวิชานวัตกรรมสังคม ม.แม่ฟ้าหลวง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับบีบีซีไทยว่าจากข้อมูลที่รวบรวมโดยสถาบันสติมสัน (Stimson Center) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านความมั่นคงที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ยังทำให้เห็นว่าอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หรือ จีเอ็มเอส (Greater Mekong Subregion – GMS) "พรุนไปด้วยเหมือง" เนื่องจากในประเทศลาวเองก็มีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธจำนวนหลายแห่ง กระจุกตัวอยู่ในติดกับแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่ไหลมาลงแถวเมืองหลวงพระบางของลาว และบริเวณเขตติดต่อกับ จ.หนองคาย และ จ.บึงกาฬ ของไทย รวมถึงบางเหมืองก็อยู่ใกล้กับแม่น้ำที่ไหลไปทางเวียดนาม

จากแผนที่ของสถาบันสติมสันที่บีบีซีไทยได้เห็น พบว่ามีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในลาวมากกว่า 10 แห่ง

ทั้งนี้ นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์ของไคลเมท คอนเนคเตอร์ส (Climate Connectors) กล่าวเสริมว่าการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในลาวดำเนินโดยบริษัททุนจีนเกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับที่พบในการทำเหมืองที่เมียนมา

"เส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อจีนกับลาว ยิ่งทำให้การขนส่งแร่ทำได้ง่ายขึ้น การบรรทุกแร่ไม่จำเป็นต้องสุมบนรถบรรทุกจำนวนหลาย ๆ คัน แค่ผงแร่ไม่กี่กระสอบก็สามารถทำกำไรได้มหาศาลมากแล้ว" นายธารา กล่าว

ดร.สืบสกุลเสริมว่าควรเรียกอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงแห่งนี้เสียใหม่ว่า "the Greater Mining Suffering" ซึ่งอาจแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "ความทุกข์อันแสนสาหัสจากการทำเหมือง"

"แร่แรร์เอิร์ธมันเป็นแร่ที่เรานำไปใช้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดใช่ไหมครับ เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล แต่ตอนนี้การทำเหมืองตัวนี้กำลังทำลายสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และชีวิตคน ผมคิดว่ามันเป็นความย้อนแย้งของปัญหา เราต้องการแก้ปัญหาระดับโลก แต่ตอนนี้พวกเขากำลังสร้างปัญหาให้กับระดับท้องถิ่น" ดร.สืบสกุล กล่าว

แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติ โดยลุ่มน้ำตอนล่างที่ไหลผ่าน 4 ประเทศ ประกอบด้วย ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ที่หล่อเลี้ยงผู้คนมากกว่า 60 ล้านคน เช่นเดียวกัน ลุ่มน้ำสายและลุ่มน้ำกกซึ่งอยู่ในไทยก็หล่อเลี้ยงผู้คนนับล้านทางตอนเหนือของประเทศ และเป็นแหล่งน้ำหลักที่ใช้สำหรับการผลิตประปา รวมถึงการเกษตรกรรม

เมื่อดูการแก้ปัญหาของไทย ซึ่งรัฐบาลยังมุ่งเป้าไปที่การทำงานแบบรัฐต่อรัฐกับรัฐบาลเมียนมาโดยในตอนนี้มีความพยายามตั้งคณะทำงานตรวจสอบการปนเปื้อนบริเวณต้นน้ำกกร่วมกัน รวมถึงความร่วมมืออื่น ๆ ที่คาดหวังว่าจะนำไปสู่การลดมลพิษที่มาจาก "เหมืองผิดกฎหมาย" เนื่องจากรัฐบาลทหารเมียนมายืนยันกับรัฐบาลไทยแล้วว่าไม่เคยอนุญาตให้มีการทำเหมืองแร่ในพื้นที่รัฐฉาน นับตั้งแต่พวกเขาเข้ามาบริหารประเทศ

ดร.สืบสกุลมองว่า การแก้ปัญหาของไทย "ยังคงผิดฝาผิดตัว และซื้อเวลา" โดยเขาเห็นว่ายิ่งปล่อยให้การแก้ปัญหาล่าช้าออกไปมากขึ้นเท่าไร ยิ่งเท่ากับเพิ่มความชอบธรรมให้แก่เหมืองเหล่านี้ในการดำเนินการปล่อยสารโลหะหนักมาทำร้ายคนไทยและประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมากเท่านั้น

ไทยจะอยู่ตรงไหนในเกมภูมิรัฐศาสตร์เหมืองแร่แรร์เอิร์ธของโลก

นายธาราชี้ให้เห็นว่าอาเซียนกำลังเข้ามาเป็นผู้เล่นหลักในห่วงโซ่อุปทานแร่แรร์เอิร์ธ ท่ามกลางการแข่งขันของสองมหาอำนาจระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา

ขณะนี้ จีนเป็นผู้ควบคุมห่วงโซ่อุปทานของแร่กลุ่มนี้ โดยในปี 2023 องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) ประเมินว่า จีนผลิตแร่ธาตุหายากราว 61% ของการผลิตทั้งโลก และครองสัดส่วนการแปรรูปมากถึง 92%

เมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐฯ กำลังสนใจเข้าถึงแหล่งแร่แรร์เอิร์ธในรัฐคะฉิ่นของเมียนมา ซึ่งเป็นแหล่งแร่หลักที่ส่งไปสกัดในประเทศจีน

เดิมทีแหล่งแร่เหล่านี้เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพพิทักษ์ชายแดนคะฉิ่น หรือ คะฉิ่นบีจีเอฟ (Kachin Border Guard Force-Kachin BGF) แต่ในภายหลังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลัง KIA ซึ่งเป็นฝ่ายปฏิปักษ์รัฐบาลทหารเมียนมาขณะนี้

มีรายงานทางสหรัฐฯ ได้ส่งตัวแทนเข้าไปพูดคุยกับผู้ควบคุมเหมืองในรัฐคะฉิ่นแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทางกลุ่มกองกำลัง KIA จะยังคงมีคู่ค้าหลักเป็นบริษัททุนจีนต่อไป และขณะนี้มีเพียงแร่แรร์เอิร์ธเท่านั้นที่เป็นสินค้าส่งออกจากรัฐคะฉิ่นไปยังจีน

บีบีซีแผนกภาษาพม่าได้รับข้อมูลจากผู้ที่คุ้นเคยกับกองกำลัง KIA ว่า บริษัททุนจีนที่ทำเหมืองแร่ในรัฐคะฉิ่นบรรลุข้อตกลงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ กับ KIA โดยพวกเขาจะแบ่งสรรกำไรจากการทำเหมืองแร่ให้กับกลุ่มกองกำลังชนชาติพันธุ์ แทนที่จะแบ่งสินแร่ให้ในจำนวน 30% ตามที่ทางกลุ่มยื่นข้อเสนอไปก่อนหน้านี้

กองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารที่คุมขุมทรัพย์เหมืองแร่หายากในรัฐคะฉิ่นกำลังชั่งน้ำหนักความสนใจของสหรัฐฯ เช่นกัน แต่ดูแนวโน้มสหรัฐฯ จะเอนเอียงไปทางรัฐบาลทหารที่กุมอำนาจอยู่ในขณะนี้ และนั่นยังทำให้ KIA ยังไม่ค่อยพึงพอใจกับท่าทีของสหรัฐฯ เท่าไรนัก

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

ด้าน ดร.สืบสกุล ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์การสู้รบในเมียนมา ยิ่งบีบให้กองกำลังกลุ่มต่าง ๆ หาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และแร่แรร์เอิร์ธคือหนึ่งในขุมทรัพย์ที่พวกเขาเห็นว่า ทำกำไรมหาศาล "พอ ๆ กันกับการค้ายาเสพติด"

ขณะที่นายธาราเห็นว่าเมื่อพิจารณาหลายๆ ปัจจัยแล้ว จีนจะยังคงเป็นผู้นำในการควบคุมห่วงโซ่อุปทานแร่หายากต่อไป โดยเฉพาะแหล่งแร่ที่อยู่ในอาเซียน ด้วยข้อได้เปรียบที่สหรัฐฯ ไม่มี นั่นคือระยะทางที่มีผลต่อการขนส่งเพื่อนำแร่ไปสกัด รวมไปถึง "ความไม่แคร์หรือไม่สนใจ" ของจีน หากพบว่า แร่ดังกล่าวสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือได้มาด้วยการบังคับใช้แรงงานหรือไม่

อย่างไรก็ดี จีนออกกฎหมายตรวจสอบแร่ย้อนกลับที่มาของแร่หายากแล้ว แต่มันมีผลบังคับใช้แค่เพียงแหล่งแร่ในประเทศจีนเท่านั้น ผอ.ฝ่ายยุทธศาสตร์ของ Climate Connectors ระบุ

หากดูจากภาพรวมของภูมิรัฐศาสตร์ว่าด้วยแร่หายากในภูมิภาค คำถามคือ บทบาทของไทยจะเป็นอะไรได้บ้าง นอกจากรับบทเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหมืองประเทศเพื่อนบ้าน

นายธาราเห็นว่าหากมองวิกฤตเป็นโอกาส ไทยสามารถยกสถานะตัวเองขึ้นมาเป็นผู้นำอาเซียนในการพัฒนากรอบแนวทางปฏิบัติ (guideline) ว่าด้วยเรื่องแร่หายากเพื่อการเปลี่ยนพลังงานและเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงออกแบบกฎกติกาตรวจสอบย้อนกลับที่มาของแร่แรร์เอิร์ธที่ผลิตในประเทศต่าง ๆ อาเซียน

"คล้าย ๆ กับการยกระดับเหมือนกับที่ทางสหภาพยุโรปออกกฎหมายหลาย ๆ ตัว เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อม" เขากล่าว

ทว่า การขึ้นมามีบทบาทเช่นนี้จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ทางการเมืองและเจตจำนงอันแข็งแกร่งมาก ซึ่งเขายังมองไม่เห็นเลยว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไรในภาวะที่ประเทศกำลังติดหล่มอยู่กับหลายปัญหา โดยเฉพาะปัญหากรณีข้อพิพาทเขตแดนไทย-กัมพูชา "ที่กำลังทำให้ไทยติดกับดักอยู่ในกระแสชาตินิยม" จนมองไม่เห็นปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไม่แพ้กัน

รายงานเพิ่มเติมโดยบีบีซีแผนกภาษาพม่า