ตะวันออกกลางแบบใหม่ที่อิสราเอลอยากเห็นเป็นอย่างไร ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, อลา รากาอี
- Role, บีบีซีแผนกภาษาอารบิก
วลี “ตะวันออกกลางแบบใหม่” ถูกใช้โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล
การเปลี่ยนดุลอำนาจและการวาดแผนที่ทางการเมืองในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ต่างออกไป ไม่ใช่เป้าหมายใหม่ของชาวอิสราเอล แต่ในประเทศของพวกเขามีกลุ่มคนที่เชื่อว่าเป้าหมายดังกล่าวนั้น “ใกล้กว่าที่เคยเป็นมา” ในแง่สถานการณ์ที่ยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุดหน้าไปอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดการโจมตีของฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023
แผนที่ของอิสราเอลที่มีข้อถกเถียง
ในเวทีระหว่างประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลอิสราเอลปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแผนที่ของอิสราเอล ซึ่งเป็นที่สังเกตว่าไม่มีการอ้างอิงถึงรัฐหรือดินแดนปาเลสไตน์
ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ได้นำเสนอแผนที่ 2 แบบ โดยแผนที่ฉบับแรกสื่อถึงประเทศที่มีข้อตกลงสันติภาพกับอิสราเอลหรืออยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลใหม่ให้เป็นปกติ ภายใต้พื้นที่สีเขียวของแผนที่ที่ครอบคลุมอียิปต์ ซูดาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และจอร์แดน
แผนที่ที่สองแสดงถึงพื้นที่สีดำ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของอิหร่านและพันธมิตรในภูมิภาค ได้แก่ ซีเรีย อิรัก เยเมน รวมถึงเลบานอน ซึ่งนายเนทันยาฮูเรียกว่าพื้นที่ที่ “ถูกสาป”
ในการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อเร็ว ๆ นี้ของนายเรเซป ไตยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ได้ออกมาเตือนท่าทีเช่นนี้ของอิสราเอลว่า “เป็นความทะเยอทะยายที่น่ารังเกียจ” โดยบอกว่า “พวกเขาจะโลภเอาดินแดนบ้านเกิดของเราที่อยู่ระหว่างแม่น้ำไทกริสและแม่น้ำยูเฟรติส พร้อมกับประกาศอย่างเปิดเผยผ่านแผนที่ตรงหน้าว่าพวกเขาไม่พึงพอใจในฉนวนกาซา”
ยาซิดห์ เซยิห์ นักวิจัยอาวุโสของศูนย์ตะวันออกกลางคาร์เนกี ไม่เชื่อว่าความทะเยอทะยานดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีถึงวาระเร่งด่วนของเนทันยาฮูหรือเป้าหมายที่แท้จริงของรัฐบาลของเขา
“ตะวันออกกลางใหม่ที่เนทันยาฮูพยายามทำให้เกิดขึ้นในตอนนี้คือ การทำให้อิสราเอลสามารถตั้งอาณานิคมในดินแดนปาเลสไตน์ที่เหลือได้” เซยิห์ ระบุ
อิสราเอลไม่หลบเลี่ยงเจตนาที่จะขยายโครงการตั้งถิ่นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตยึดครองเวสต์แบงก์ และได้ประกาศอย่างเปิดเผยว่าต้องการเพิ่มจำนวนผู้ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ดังกล่าว แม้ชาวอาหรับและนานาชาติวิพากษ์วิจารณ์จุดยืนนี้อย่างมากก็ตาม
ด้านนายเดวิด เชนเกอร์ นักวิชาการอาวุโสประจำสถาบันวอชิงตันเพื่อนโนบายตะวันออกใกล้ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้านกิจการตะวันออกใกล้มาก่อน บอกว่า “มีรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลฝ่ายขวาของอิสราเอลที่ไม่เชื่อมั่นในการแก้ปัญหาแบบสองรัฐ และตอนนี้เราดูเหมือนจะห่างไกลจากรัฐปาเลสไตน์มากที่สุดนับตั้งแต่เกิดข้อตกลงออสโลในปี 1993 แต่ผมไม่คิดว่าสหรัฐฯ จะอนุมัติแผนที่ของอิสราเอลเหล่านี้ ซึ่งไม่มีดินแดนปาเลสไตน์”
“มุมมองเกี่ยวกับตะวันออกกลางรูปแบบใหม่ของอิสราเอลนั้น เป็นภูมิภาคที่ปราศจากภัยคุกคามจากอิหร่านมากกว่า” เขาบอก

ที่มาของภาพ, Getty Images
ตะวันออกกลางที่ปราศจาก “ภัยคุกคามของอิหร่าน”
มิรี ไอเซน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอิสราเอลที่เกษียณอายุราชการแล้ว ได้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า “อิสราเอลไม่ได้พยายามออกแบบตะวันออกกลางขึ้นมาใหม่ แต่กำลังทำให้แน่ใจว่า ระบอบการปกครองของมุลเลาะห์ในอิหร่านไม่ได้กำลังกำหนดระเบียบระดับภูมิภาค”
“คำพูดของเนทันยาฮูมีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และฟื้นฟูตำแหน่งแห่งที่ทางประวัติศาสตร์ของเขา หลังเกิดเหตุฮามาสเข้าโจมตีเมื่อ 7 ต.ค. ซึ่งทำให้เขาอับอายไปทั่วโลก” ซายิห์ กล่าว
การลอบสังหารฮัสซัน นัสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งตามมาด้วยการโจมตีครั้งใหญ่ของอิสราเอลที่มุ่งเป้าไปที่ใจกลางชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์ในสงครามครั้งนี้
ด้านอิหร่านตอบโต้การสังหารนายอิสมาอิล ฮานิเยห์ หัวหน้าฝ่ายการเมืองของฮามาสในเลบานอน ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล โดยใช้อาวุธหลากหลายประเภทที่ทำให้ชาติตะวันตกตระหนกมาอย่างยาวนาน ขณะที่อิสราเอลให้คำมั่นว่าจะตอบโต้การโจมตีของอิหร่านในช่วงเวลาที่ฝ่ายตนเป็นผู้กำหนด

ที่มาของภาพ, EPA
ไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการทหารเพียงลำพัง
สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนที่สำคัญแก่อิสราเอล เพื่อให้แน่ใจว่าอิสราเอลมีความเหนือกว่าทางยุทธศาสตร์ และได้เพิ่มสถานะทางทหารในภูมิภาคนี้เมื่อเริ่มเกิดความตึงเครียดมากขึ้น แต่การสนับสนุนดังกล่าวก็มีเงื่อนไขว่าอิสราเอลจะไม่ข้ามเส้นสีแดงที่ทางวอชิงตันขีดไว้ ดังที่ได้กล่าวย้ำในการกล่าวสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการ นั่นคือการไม่โจมตีเป้าหมายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งในฉนวนกาซาด้วยรูปแบบสองรัฐ
ไอเซนกล่าวว่า “การดำเนินการทางทหารของอิสราเอลมีขึ้นเพื่อตอบโต้การส่งออกอาวุธและอุดมการณ์ของอิหร่านไปยังตัวแทนที่คุกคามอิสราเอลและประเทศอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน”
เดวิด เชนเกอร์ นักวิชาการอาวุโสประจำสถาบันวอชิงตันเพื่อนโนบายตะวันออกใกล้ เชื่อว่าอิสราเอลอาจมีความคืบหน้าในการทำให้ “ตัวแทน” ของอิหร่านในภูมิภาคนี้เกิดความอ่อนแอลงหรือไม่สามารถทำงานได้ แต่ไม่ถึงกับสร้างระเบียบใหม่ขึ้นมาได้ หากปราศจากการหนุนหลังจากรัฐอาหรับ
“ฮามาสสามารถฟื้นฟูได้ แม้ปราศจากอำนาจปาเลสไตน์ การสนับสนุนของอาหรับและการทูตระหว่างประเทศ ส่วนฮิซบอลเลาะห์ก็สามารถฟื้นคืนได้โดยไม่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากชุมชนชาวเลบานอน”
ไอเซนเชื่อว่าอิสราเอลพยายามเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และแม้กระทั่งเทคโนโลยีกับพันธมิตรที่รับรู้ได้ถึง “ภัยคุกคามจากอิหร่าน”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทางวอชิงตันได้เป็นผู้นำโครงการฟื้นฟูความเป็นปกติให้กับภูมิภาค โดยเสนอสิ่งล่อใจทางเศรษฐกิจและการทหาร รวมถึงส่งเสริมแนวคิดที่ระบุว่า อิสราเอลไม่ใช่ภัยคุกคามในภูมิภาคต่อชาวอาหรับ แต่เป็นพันธมิตรในการเผชิญหน้ากับอิหร่าน
จังหวะก้าวในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในภูมิภาคกับอิสราเอล ได้ยกระดับขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยโมร็อกโก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน ได้ลงนามในข้อตกลงอับบราฮัมกับอิสราเอล แต่แล้วทุกอย่างก็สะดุดลงเมื่อเกิดเหตุโจมตี 7 ต.ค. 2023 ซึ่งตามมาด้วยสงครามอิสราเอลในฉนวนกาซา
อิสราเอลพยายามทำให้ความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียเป็นปกติมากขึ้น โดยซาอุดีอาระเบียเป็นชาติที่พยายามต่อต้านอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของอิหร่าน ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวชีอะห์ในภูมิภาคนี้ และยังหวั่นเกรงอิทธิพลของอิหร่านในตะวันออกกลางด้วย
อย่างไรก็ตาม ซาอุดีอาระเบียได้ประกาศอย่างเป็นทางการในบทความของไฟแนนเชียล ไทมส์ ว่า ประเทศจะไม่สร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล จนกว่าจะมีการสถาปนารัฐปาเลสไตน์
ก่อนหน้าวันที่ 7 ต.ค. 2023 การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจได้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประเทศอาหรับหลายประเทศ เช่น อียิปต์ ซีเรีย เลบานอน และจอร์แดน ซึ่งก่อนหน้านี้ปฏิเสธที่จะยอมรับอิสราเอล เพื่อประท้วงการแบ่งแยกปาเลสไตน์หลังอิสราเอลได้รับการสถาปนาเป็นรัฐในปี 1948
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าประเทศเหล่านี้เห็นอกเห็นใจชาวปาเลสไตน์ แต่พวกเขาก็พบว่าอิสราเอลไม่ใช่เพียงปัญหาเดียว แต่ยังมีผู้มีอำนาจตัดสินใจของชาวปาเลสไตน์ด้วย และพวกเขาตัดสินใจให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตนเอง มากกว่าจะช่วยทำให้ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เป็นปกติ” เชนเกอร์ กล่าว

ที่มาของภาพ, Reuters
หุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจ
ข้อตกลงที่ประกาศก่อนเกิดเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ยังรวมถึงการลงทุนในด้านกลาโหม ความปลอดภัยด้านไซเบอร์ เทคโนโลยีด้านการเงิน และพลังงาน
แม้สงครามที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ปีที่แล้ว อาจทำให้ปริมาณความร่วมมือด้านการค้าระหว่างอิสราเอลและพันธมิตรรายใหม่จากประเทศอาหรับชะลอตัวลง แต่ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการของอิสราเอล เผยให้เห็นว่าการค้าระหว่างอิสราเอลและ 5 ประเทศอาหรับ ได้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณนี้ ซึ่งนำโดย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ บาห์เรน และโมร็อกโก
หนังสือพิมพ์ Maariv ของอิสราเอลเปิดเผยข้อตกลงที่ลงนามระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิสราเอล เพื่อก่อตั้งเส้นทางการค้าระหว่างสองประเทศผ่านซาอุดีอาระเบียและจอร์แดน และกำลังขยายไปยังอียิปต์ด้วย โดยก๊าซของอิสราเอลเป็นแหล่งอุปทานหลักสำหรับโครงขายไฟฟ้าบางแห่งของอียิปต์
“อิสราเอลต้องรวบรวมความสัมพันธ์ทางการทูต ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และการดำเนินการด้านกลาโหมและทหารที่แข็งแกร่ง เพื่อกำหนดระเบียบภูมิภาคขึ้นมาใหม่” เชนเกอร์ กล่าว
“ความเปลี่ยนแปลงในตะวันออกกลางไม่สามารถมอง โดยแยกขาดจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ ความขัดแย้งระหว่างประเทศอื่น ๆ เช่น สหรัฐฯ รัสเซีย และจีน รวมถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในยุโรปได้” ซายิห์ บอก
นักวิชาการจากคาร์เนกีผู้นี้ ยังกังวลเกี่ยวกับการยกระดับความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคและระดับโลกที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังเร่งให้เกิดแนวโน้มการเดินหน้าสู่ความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก







