อิหร่านโจมตีล้างแค้นอิสราเอล ได้คุ้มเสียหรือไม่

Screengrab from Iranian state media showing the commander-in-chief of Iran’s Islamic Revolution Guard Corps (IRGC), Maj-Gen Hossein Salami (2nd right), ordering a ballistic missile attack on Israel (1 October 2024)

ที่มาของภาพ, Iranian state television

คำบรรยายภาพ, พล.ต.ฮอสเซน ซาลามี (สองจากขวา) ถูกบันทึกภาพขณะสั่งการโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธจากวอร์รูม หรือ ห้องบัญชาการรบแห่งหนึ่ง
    • Author, จิยาร์ โกล
    • Role, ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

สื่ออิหร่านเปิดเผยวิดีโอที่แสดงเห็นภาพของ พล.ต.ฮอสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (Islamic Revolution Guard Corps - IRGC) ยืนอยู่หน้าป้ายขนาดใหญ่ในวอร์รูม หรือห้องบัญชาการรบ ขณะที่เขาใช้โทรศัพท์สั่งการให้ยิงขีปนาวุธกว่า 200 ลูกโจมตีอิสราเอลในคืนวันอังคารที่ผ่านมา

วิดีโอดังกล่าวมีฉากหลังเป็นภาพของชายสามคนที่เสียชีวิต ซึ่ง พล.ต.ฮอสเซนกล่าวว่า อิหร่านกำลังล้างแค้นในการโจมตีครั้งใหญ่ครั้งนี้ให้กับนายอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำการเมืองของฮามาส ซึ่งถูกสังหารในกรุงเตหะรานเมื่อเดือน ก.ค. จากการโจมตีที่อิหร่านอ้างว่า เป็นฝีมือของอิสราเอล นอกจากนี้ยังรวมถึงนายฮัสซัน นัสรัลเลาะห์ ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ และ พล.จ.ต.อับบาส นิลโฟรูชาน ผู้บังคับการปฏิบัติการของกองกำลังคุดส์แห่ง IRGC ที่ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในกรุงเบรุตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

IRGC อ้างว่า การโจมตีดังกล่าวรวมถึงการยิงขีปนาวุธทิ้งตัวความเร็วเหนือเสียง "ฟัตตาห์" ที่ใช้เวลาเดินทางไปถึงอิสราเอลเพียง 12 นาที พวกเขายังอ้างว่าสามารถโจมตีเป้าหมายได้สำเร็จ รวมถึงฐานทัพอากาศของอิสราเอล 3 แห่ง และสำนักงานใหญ่ของหน่วยข่าวกรองมอสซาด

อย่างไรก็ตาม กองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces--IDF) กล่าวว่า ขีปนาวุธส่วนใหญ่ถูก "สกัดกั้นโดยอิสราเอลและพันธมิตรฝ่ายป้องกันที่นำโดยสหรัฐฯ" และมีเพียง "ร่องรอยการถูกโจมตีเพียงเล็กน้อย" ในบริเวณตอนกลางและตอนใต้ของอิสราเอล

ไม่นานหลังการโจมตี ได้มีการติดตั้งป้ายขนาดใหญ่ในจัตุรัสปาเลสไตน์ในกรุงเตหะราน ซึ่งมีภาพขีปนาวุธที่พุ่งเข้าหาอาคารที่มีรูปทรงเหมือนดาวแห่งเดวิด หรือ ดาวหกแฉก พร้อมกับข้อความที่ว่า "การเริ่มต้นของจุดจบของไซออนิสต์"

An anti-Israel banner saying, “The beginning of the end of Zionism," is displayed on a building in Tehran, Iran (2 October 2024)

ที่มาของภาพ, Wana/Reuters

คำบรรยายภาพ, ป้ายที่ประกาศว่า "การเริ่มต้นของจุดจบของไซออนิสต์" ถูกแขวนไว้บนอาคารในกรุงเตหะรานไม่นานหลังจากการโจมตี

ดูเหมือนว่าอิหร่านจะพยายามยับยั้งชั่งใจหลังเหตุลอบสังหารนายฮานิเยห์ แต่การเลือกไม่ลงมือตอบโต้กลับกลายเป็นเรื่องที่น่าอับอาย เมื่ออิสราเอลได้โจมตีพันธมิตรที่ใกล้ชิดและยาวนานที่สุดในภูมิภาคของอิหร่านอย่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ จนกระทั่งถึงการโจมตีทางอากาศในวันศุกร์ที่สังหารนัสรัลเลาะห์และนิลโฟรูชาน

ตั้งแต่กองกำลัง IRGC ของอิหร่านช่วยก่อตั้งกลุ่มอิซบอลเลาะห์ในทศวรรษ 1980 อิหร่านมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ให้กลายเป็นกองกำลังติดอาวุธและกลุ่มการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเลบานอน ทั้งการสนับสนุนอาวุธ การฝึกฝน และการเงิน นับ

ก่อนเข้าสู่เดือนนี้ ผู้นำอิหร่านหวังว่าสงครามที่ดำเนินไปเรื่อย ๆ ระหว่างฮิซบอลเลาะห์กับอิสราเอลจะช่วยทำให้กองทัพอิสราเอลอ่อนแอลง เพราะกองทัพยังคงทำสงครามกับฮามาสในกาซา

พวกเขายังพึ่งพาฮิซบอลเลาะห์และคลังจรวดและขีปนาวุธจำนวนมหาศาลของกลุ่มนี้ในการป้องกันการโจมตีโดยตรงของอิสราเอลต่อโรงงานนิวเคลียร์และขีปนาวุธของประเทศ

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเมื่อเดือน ก.ค. กล่าวหา อิสราเอลว่า พยายามยั่วยุให้อิหร่านเข้าสู่สงครามระดับภูมิภาค ซึ่งจะสามารถดึงสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

"เราก็ต้องการความมั่นคงและสันติภาพเช่นกัน อิสราเอลเป็นฝ่ายลอบสังหารนายฮานิเยห์ในกรุงเตหะราน" สื่ออิหร่านอ้างคำพูดของเขาระหว่างการเยือนกาตาร์เมื่อวันพุธ

"ชาติต่าง ๆ ในยุโรปและทางการสหรัฐฯ กล่าวว่า ถ้าเราไม่ดำเนินการ จะมีสันติภาพในกาซาภายในหนึ่งสัปดาห์ เรารอให้พวกเขาสร้างสันติภาพ ทว่าพวกเขากลับเดินหน้าสังหารเพิ่มขึ้น"

กลุ่มอนุรักษ์นิยมหัวแข็ง

กลุ่มอนุรักษ์นิยมหัวแข็งหลายกลุ่มในอิหร่านเริ่มรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับการที่ประเทศไม่ตอบโต้การโจมตีจากอิสราเอล ผู้วิจารณ์หลายคนในสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่าน ซึ่งควบคุมโดย นายอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้โต้แย้งว่า การไม่แก้แค้นการสังหารนายฮานิเยห์ได้ทำให้นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู กล้าท้าทายมากขึ้นในการโจมตีผลประโยชน์และพันธมิตรของอิหร่านในเลบานอน

หลังการโจมตีด้วยขีปนาวุธเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พล.ต.โมฮัมหมัด บาเกนี เสนาธิการกองทัพอิหร่าน ได้แถลงว่า "เวลาสำหรับความอดทนอดกลั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว"

เขากล่าวว่า “เราได้โจมตีสถานที่ทางทหารและหน่วยข่าวกรองในอิสราเอล และจงใจละเว้นจากการโจมตีสถานที่ทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม แต่หากอิสราเอลตอบโต้ การตอบสนองของเราจะรุนแรงขึ้น”

การโจมตีด้วยขีปนาวุธสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้นำอิหร่านว่า การนิ่งเฉยหลังการโจมตีของอิสราเอลอาจทำให้พวกเขาถูกมองว่า อ่อนแอและเปราะบาง ทั้งในประเทศและในสายตาของพันธมิตรในภูมิภาค ต่อ "กลุ่มอักษะแห่งการต่อต้าน หรือ “Axis of Resistance” ในจำนวนนั้นมี กลุ่มฮิซบอลเลาะห์และฮามาส รวมอยู่ด้วย

"สงครามเงา"

อิหร่านและอิสราเอลได้ทำสงครามเงากันมาเป็นระยะเวลาหลายทศวรรษ ตามแนวความคิดที่ว่า ภาวะความขัดแย้งที่อาจไม่ถึงกับเกิดสภาวะการแห่งสงครามเต็มรูปแบบ แต่สันติภาพก็ยากที่จะเกิดขึ้นเหมือนกัน หรือ "no war, no peace อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าสถานะเดิมนี้กำลังจะสิ้นสุดลง

อิสราเอลได้ประกาศว่าจะตอบโต้รุนแรง โดยเนทันยาฮูเตือนว่า "อิหร่านทำพลาดครั้งใหญ่ และอิหร่านจะต้องชดใช้กับสิ่งที่กระทำลงไป"

นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในท่าทีและยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ อีกด้วย

ในเดือน เม.ย. ประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้เรียกร้องให้อิสราเอลอดทนอดกลั้น หลังจากที่กองกำลังของอิสราเอลและพันธมิตรสหรัฐฯ ยิงสกัดโดรนและขีปนาวุธกว่า 300 ลูกของอิหร่านที่ยิงมาตอบโต้การโจมตีสถานกงสุลอิหร่านในซีเรีย ซึ่งสังหารผู้บัญชาการระดับสูงของ IRGC ไปหลายคน อิสราเอลปฏิบัติตามคำเรียกร้องของสหรัฐฯ และยิงขีปนาวุธโจมตีระบบแบตเตอรี่ในระบบป้องกันอากาศยานในตอนกลางของอิหร่าน

แต่ในครั้งนี้ เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของไบเดน เตือนว่าจะมี "ผลลัพธ์รุนแรง" ต่อการโจมตีของอิหร่าน และสหรัฐฯ จะ "ทำงานร่วมกับอิสราเอลเพื่อให้แน่ใจว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น"

สื่อของอิสราเอลรายงานเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า อิสราเอลกำลังเตรียมการตอบโต้ด้วยการโจมตีอิหร่าน "ภายในไม่กี่วัน" โดยเป้าหมายจะรวมถึง "สถานที่ยุทธศาสตร์" เช่น โรงกลั่นน้ำมันสำคัญของประเทศ

เจ้าหน้าที่เหล่านี้ยังเตือนว่า โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านจะถูกโจมตี หากอิหร่านโต้กลับอิสราเอล

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านยืนยันว่า พวกเขาถือว่า การตอบโต้ต่อการสังหารนายฮานิเยห์, นายนัสรัลเลาะห์ และนายนิลฟอรูชานเสร็จสิ้นแล้ว ยกเว้นจะมีการยั่วยุเพิ่มเติม

นายอับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยังกล่าวว่า เขาได้ส่งสารไปยังสหรัฐฯ ผ่านสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ในกรุงเตหะราน เตือนว่า "อย่าแทรกแซง"

เขาเตือนว่า "ประเทศที่สามใด ๆ ที่ช่วยเหลืออิสราเอลหรืออนุญาตให้ใช้น่านฟ้าในการโจมตีอิหร่าน จะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม"

สหรัฐฯ มีทหารประมาณ 40,000 นายประจำการในตะวันออกกลาง โดยกองทหารหลายกองประจำการในอิรักและซีเรีย กองกำลังเหล่านี้อาจตกอยู่ในอันตรายจากกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชีอะห์ที่หนุนหลังอิหร่านในทั้งสองประเทศ

ขณะนี้อิหร่านต้องเตรียมพร้อมรับการตอบโต้จากอิสราเอล และหวังว่า การเสี่ยงเดิมพันครั้งนี้จะได้ผล