การระงับความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐฯ ส่งผลต่อยูเครนอย่างไรบ้าง ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, โจนาธาน บีล
- Role, ผู้สื่อข่าวด้านกลาโหม
การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการหยุดให้ความช่วยเหลือทางการทหารทั้งหมดแก่ยูเครน ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่สำหรับรัฐบาลยูเครนเท่านั้น แต่รวมถึงพันธมิตรชาติยุโรปที่พยายามวิ่งเต้นให้ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยังคงสนับสนุนยูเครนต่อไป
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางสหรัฐฯ ถอนความช่วยเหลือทางการทหาร เนื่องจากผู้แทนของพรรครีพับลิกันในรัฐสภาของสหรัฐฯ เคยระงับความช่วยเหลือทางทหารขนาดใหญ่ที่ให้กับยูเครนในช่วงฤดูร้อนปี 2023 ของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีของสหรัฐในขณะนั้น
จากนั้น ยูเครนก็สามารถจัดหากระสุนเพิ่มเติมได้อย่างจำกัดจำเขี่ยด้วยความช่วยเหลือจากยุโรป ก่อนที่ในที่สุดทางรัฐสภาของสหรัฐฯ ได้อนุมัติแพ็คเกจความช่วยเหลือมูลค่า 60,000 ล้านปอนด์ (ราว 2.6 ล้านล้านบาท) การช่วยเหลือนี้มาได้ทันเวลาพอดี เนื่องจากยูเครนกำลังดิ้นรนเพื่อป้องกันการรุกรานครั้งใหม่ของรัสเซียในคาร์คิฟ และการมาถึงของอาวุธสหรัฐฯ ที่แม้ว่าจะล่าช้านี้ ก็ช่วยพลิกสถานการณ์ไว้ได้
เช่นเดียวกับในปี 2024 มันอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผลของการระงับความช่วยเหลือของสหรัฐฯ อย่างน้อยก็ในแง่ของกระสุนและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ
ด้านชาติยุโรปได้เพิ่มกำลังการผลิตกระสุนปืนใหญ่ของพวกตนอย่างช้า ๆ และโดยรวมแล้วยุโรปให้ความช่วยเหลือยูเครนคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ซึ่งมากกว่าสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี การสนับสนุนทางทหารของสหรัฐฯ ยังถือว่าสำคัญยิ่งสำหรับยูเครน ซึ่งเจ้าหน้าที่จากชาติตะวันตกรายหนึ่งถึงกับบอกว่ามันคือ "ความสุดยอด" ในแง่ของอาวุธ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ความสามารถของยูเครนในการปกป้องพลเรือนและเมืองต่าง ๆ ต้องพึ่งพาระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ซับซ้อนของสหรัฐฯ เช่น ระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออท (Patriot) และระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูง NASAMS ที่พัฒนาร่วมกับนอร์เวย์
สหรัฐฯ ได้อนุญาตให้ยูเครนสามารถโจมตีระยะไกลด้วยระบบยิงจรวดไฮมาร์ส (HIMARS) และขีปนาวุธทางยุทธวิธี (Army Tactical Missile System - ATACMS) แต่ทางสหรัฐฯ ได้จำกัดการใช้งานแค่ภายรัสเซีย ทว่ามันยังมีความสำคัญต่อการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ในดินแดนของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครองด้วย
มันไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพเท่านั้น แต่เป็นเรื่องปริมาณด้วย เนื่องจากสหรัฐฯ มีกองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลก สามารถส่งรถฮัมวีและยานเกราะที่มีอยู่เกินศักยภาพจำนวนหลายร้อยคัน ซึ่งเป็นจำนวนที่กองทัพยุโรปขนาดเล็กไม่อาจเทียบได้
การขาดความช่วยเหลือเหล่านี้ อาจต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะส่งผลถึงแนวหน้า แต่ก็อาจมีผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ทันทีและน่าเป็นกังวลมากกว่า อย่างน้อยก็ในแง่ของการแบ่งปันข้อมูลด้านข่าวกรอง
ทั้งนี้ ไม่มีชาติใดในโลกเป็นเลิศเท่าสหรัฐฯ ในแง่ของการเฝ้าระวังและตรวจตราทางอวกาศ การรวบรวมข่าวกรอง และการติดต่อสื่อสาร ซึ่งไม่เพียงแค่กองทัพสหรัฐฯ เท่านั้นที่มีบทบาทด้านนี้ แต่ยังรวมถึงบริษัทเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ด้วย

ที่มาของภาพ, Reuters
ยูเครนใช้เครือข่ายการสื่อสารผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ของอีลอน มัสก์ ซึ่งผู้สื่อข่าวบีบีซีพบจานดาวเทียมดังกล่าวในทุกฐานตามแนวหน้าเมื่อมีโอกาสได้ไปเยือน โดยพบว่าพวกเขาพึ่งพาสตาร์ลิงก์เพื่อส่งข้อมูลล่าสุดจากสนามรบ ซึ่งมันสำคัญต่อการทำงานประสานร่วมกับพลปืนใหญ่และการโจมตีด้วยโดรน
ในอดีต กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เคยยอมรับว่าได้ให้เงินทุนสนับสนุนโครงการนี้ แต่การที่อีลอน มักส์ กลายเป็นบุคคลสำคัญในฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ในตอนนี้ มันจึงดูเหมือนมีความเป็นไปได้อย่างสูงว่าเขาคงไม่เต็มใจที่จะสนับสนุนโครงการนี้แล้ว และที่ผ่านมาตัวเขาเองก็เคยวิพากษ์วิจารณ์เซเลนสกีอย่างรุนแรงมาก่อนเช่นกัน
สหรัฐฯ จะป้องกันไม่ให้ประเทศในยุโรปส่งยุทโธปกรณ์ที่ผลิตในสหรัฐฯ ไปยังยูเครนได้หรือไม่ ในเมื่อยุโรปต้องการจัดหาเครื่องบินไอพ่น F-16 ซึ่งผลิตโดยสหรัฐฯ ให้กับยูเครน ทั้งที่มันต้องได้รับการอนุมัติจากวอชิงตันเสียก่อน
แล้วหลังจากนี้ การบำรุงรักษายุทโธปกรณ์ที่ทางสหรัฐฯ จัดหาให้จะเป็นเช่นไร ?
เนื่องจากที่ผ่านมา ทางสหรัฐฯ ได้ฝึกกองกำลังยูเครนและช่วยสอนพวกเขาให้รู้จักบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่สหรัฐฯ จัดหาให้ด้วย
ก่อนหน้านี้ ไบเดนได้ยกเลิกข้อจำกัดต่อผู้รับเหมาของสหรัฐฯ ที่ทำงานอยู่ในยูเครนในตอนใกล้จะสิ้นสุดวาระประธานาธิบดีของเขา ทั้งนี้ เครื่องบิน F-16 จำเป็นต้องมีวิศวกรและอะไหล่เพื่อให้บินต่อไปได้
การตัดสินใจของทรัมป์ที่จะหยุดความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนชั่วคราว อาจดูเหมือนคนเจ้าอารมณ์สำหรับใครหลาย ๆ คนในยูเครน รวมถึงในที่อื่น ๆ แต่ก็ชัดเจนว่ามีเจตนาทางการเมืองที่ต้องการบังคับให้ยูเครนไปอยู่บนโต๊ะเจรจาให้เร็วกว่าเดิมด้วย
ขณะที่ความหวังในหมู่พันธมิตรชาติยุโรปคือ นี่จะเป็นแค่การหยุดสนับสนุนเพียงชั่วคราว เพราะหากปราศจากการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ยูเครนจะพบว่าการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดนั้นสาหัสมากขึ้น












