ยูเครนพบหลุมศพหมู่ในเมืองที่รัสเซียเพิ่งถอนทหารออกไป

ที่มาของภาพ, EPA
ทางการยูเครนระบุว่า มีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีหลุมศพหมู่ในเมืองอิซูม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศที่เพิ่งได้รับการปลดปล่อยจากการยึดครองของรัสเซีย
โวโลดิมีร์ ทีมอชโก ผู้บัญชาการตำรวจท้องถิ่นให้สัมภาษณ์กับบีบีซีโดยเชื่อว่าน่าจะมีศพอยู่ในหลุมศพหมู่ที่พบกว่า 400 ศพ
“รัสเซียทิ้งความตายเอาไว้ทุกหนแห่ง” ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าว โดยอ้างถึงข่าวการพบหลุมศพหมู่ในพื้นที่อื่น ๆ หลังจากทหารรัสเซียถอนทัพออกไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ยูเครนและชาติพันธมิตรกล่าวหากองทัพรัสเซียว่าก่ออาชญากรรมสงคราม แต่รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
เจ้าหน้าที่ยูเครนยังไม่ได้เปิดเผยหลักฐานต่อสาธารณะเพื่อยืนยันข้อกล่าวหาเรื่องการพบหลุมศพหมู่ในเมืองอิซูมเมื่อ 15 ก.ย.
ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหยื่อเหล่านี้ แต่คำบอกเล่าของพยานบางคนบ่งชี้ว่าเหยื่อหลายคนอาจเสียชีวิตจากการถูกระเบิดโจมตี และไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้
นอกจากนี้ยังมีเครื่องบ่งชี้ว่า หลุมศพบางหลุมอาจเป็นของทหารยูเครนที่เสียชีวิตจากการสู้รบ
ทีมอชโก ผู้บัญชาการตำรวจท้องถิ่น ระบุว่า จะเริ่มมีการขุดศพขึ้นจากหลุมในวันนี้ (16 ก.ย.) เพื่อให้ทราบตัวเลขที่ชัดเจนของผู้เสียชีวิตในเมืองนี้ ซึ่งตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพรัสเซียนานกว่า 5 เดือน
ขณะที่ประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อ 15 ก.ย. ว่าจะมีการเปิดเผย “หลักฐานยืนยันที่ชัดเจน” ต่อผู้สื่อข่าวยูเครนและผู้สื่อข่าวต่างประเทศในวันนี้
“เราต้องการให้โลกรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ และการรุกรานของรัสเซียได้นำไปสู่อะไรในเมืองบูชา มาริอูโปล และตอนนี้ก็คือ อิซูม” เขาบอก
ผู้นำยูเครนกล่าวถึงข่าวการพบหลุมศพหมู่ครั้งล่าสุดในเมืองอิซูมกับกรณีก่อนหน้านี้ที่เมืองบูชา ใกล้กับกรุงเคียฟ และอีกแห่งใกล้กับมาริอูโปล เมืองท่าสำคัญทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกกองทัพรัสเซียเข้ายึดครอง
นายแอนเดรีย เยอร์มัก หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนได้โพสต์ภาพถ่ายที่อ้างว่าเป็นหลุมศพหมู่ที่พบในเมืองอิซูมทางทวิตเตอร์ พร้อมระบุว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในวันนี้
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
การสู้รบที่เกิดขึ้นทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ในเมืองอิซูมมีสภาพเป็นซากปรักหักพัง โดยนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานในเมืองถูกทำลายเสียหายไปราว 80% และยังมีการพบศพชาวเมืองติดอยู่ตามซากปรักหักพังอย่างต่อเนื่อง
อิซูมและอีกหลายเมืองในภูมิภาคคาร์คิฟเพิ่งได้รับการปลดปล่อยเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. โดยกองทัพยูเครนอ้างว่าสามารถยึดพื้นที่คืนจากรัสเซียได้ 3,000 ตร.กม. ในปฏิบัติการโจมตีตอบโต้อย่างรวดเร็วทางภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งดูเหมือนจะสร้างความประหลาดใจให้ฝ่ายรัสเซียที่ไม่ทันเตรียมตัวตั้งรับการโจมตี
ทางการยูเครนระบุว่า นับแต่รัสเซียยกทัพเข้ารุกรานเมื่อ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้พบหลักฐานกรณีที่อาจถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามจากน้ำมือทหารรัสเซียกว่า 21,000 กรณี ซึ่งรวมถึงการเข่นฆ่าและข่มขืนพลเรือน
คณะสอบสวนและผู้สื่อข่าวพบสิ่งที่ดูเหมือนหลักฐานบ่งชี้การจงใจสังหารพลเรือนในเมืองบูชา และพื้นที่ใกล้เคียง
กองทัพยูเครนระบุว่า พบหลุมศพหมู่ และหลักฐานที่บ่งชี้ว่าพลเรือนเหล่านี้ถูกฆ่าหลังจากถูกจับมัดมือมัดเท้า
ศาลอาญาระหว่างประเทศ (The International Criminal Court หรือ ICC) ได้ส่งคณะสอบสวนและผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ไปสอบสวนเรื่องนี้ที่ยูเครน
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และอดีตนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษต่างกล่าวหาว่ารัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครน
ขณะที่รัฐบาลรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการมุ่งเป้าโจมตีพลเรือน พร้อมกล่าวหาว่ายูเครนและชาติตะวันตกสร้างหลักฐานเท็จขึ้นปรักปรำตน










