รัสเซีย ยูเครน : รัสเซียอ้างยึดลิซิชานสก์สำเร็จ ช่วย “ปลดปล่อย” ภูมิภาคลูฮันสก์ได้โดยสมบูรณ์

Russia's attack on Ukraine continues, in Lysychansk

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, โฆษกกระทรวงกลาโหมยูเครนให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า เมืองลิซิชานสก์ยังไม่ได้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย "โดยสมบูรณ์" แต่ยอมรับว่าสถานการณ์การสู้รบในเมือง "ดุเดือดมากในขณะนี้"

กระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่า ทหารรัสเซียและกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนทางภาคตะวันออกของยูเครนสามารถยึดเมืองลิซิชานสก์ (Lysychansk) ฐานที่มั่นใหญ่สุดท้ายของยูเครนในภูมิภาคลูฮันสก์ได้สำเร็จ ช่วย "ปลดปล่อย" ภูมิภาคนี้ได้โดยสมบูรณ์ แต่ยูเครนปฏิเสธคำกล่าวอ้างนี้

สำนักข่าวทาสส์ ของทางการรัสเซียรายงานอ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียว่า กองกำลังของรัสเซียได้เข้าโอบล้อมเมืองลิซิชานสก์เมื่อช่วงเช้าตรูวันนี้ (3 ก.ค.) และกำลังสู้รบอยู่ในเมือง โดยกระทรวงกลาโหมได้แจ้งต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ว่าภูมิภาคลูฮันสก์ได้รับ "การปลดปล่อย" โดยสมบูรณ์แล้ว

อย่างไรก็ตาม นายยูรี ซัก โฆษกกระทรวงกลาโหมยูเครนให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า เมืองลิซิชานสก์ยังไม่ได้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย "โดยสมบูรณ์" แต่ยอมรับว่าสถานการณ์การสู้รบในเมือง "ดุเดือดมากในขณะนี้" โดยที่กองกำลังภาคพื้นดินของรัสเซียระดม "โจมตีเมืองไม่หยุด"

เขายืนยันว่า ถึงแม้รัสเซียจะยึดภูมิภาคลูฮันสก์ได้ทั้งหมด แต่การสู้รบในภูมิภาคดอนบาสทางภาคตะวันออกของยูเครนยังไม่จบสิ้น เพราะยังมีเมืองใหญ่อื่น ๆ อีก โดยเฉพาะในภูมิภาคโดเนตสก์ที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพยูเครน

นายซักกล่าวว่า ยูเครนหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากชาติพันธมิตรตะวันตก และได้รับปืนใหญ่ ตลอดจนสรรพาวุธหนักอื่น ๆ "ที่จะช่วยให้พวกเราปลดปล่อยดินแดนของเราให้เป็นอิสระได้"

แผนที่

รัสเซียทิ้งระเบิดฟอสฟอรัสถล่มเกาะงู

เมื่อ 2 ก.ค. กองทัพยูเครนกล่าวหารัสเซียทิ้งระเบิดฟอสฟอรัสบนเกาะงูในทะเลดำ หลังถอนทหารออกจากเกาะ อ้างเสร็จสิ้นปฏิบัติการบนเกาะแล้ว แต่การทิ้งระเบิดต้องห้ามนี้ก่อให้เกิดคำถามว่ารัสเซียทิ้งระเบิดลงบนเกาะที่ปลอดมนุษย์ทำไม

กองทัพยูเครนออกแถลงการณ์ พร้อมเผยแพร่คลิปวิดีโอการทิ้งระเบิดบนเกาะงู ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กในทะเลดำของยูเครน ซึ่งปัจจุบัน ไม่มีทหารและประชาชนหลงเหลืออยู่บนเกาะ ภายหลังการถอนทหารออกไปของกองทัพรัสเซีย

ภาพการทิ้งระเบิดฟอสฟอรัสลงบนเกาะงู ที่กองทัพยูเครนเผยแพร่

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ภาพการทิ้งระเบิดฟอสฟอรัสลงบนเกาะงู ที่กองทัพยูเครนเผยแพร่

ตามแถลงการณ์ระบุว่า กองทัพอากาศรัสเซียได้ส่งเครื่องบินรบรุ่น ซู-30 เพื่อทิ้งระเบิดฟอสฟอรัส ติดต่อกัน 2 ระลอก บนเกาะงู (Snake Island) ในช่วงเย็นวันที่ 1 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น

ระเบิดฟอสฟอรัสมีคุณลักษณะไวไฟและดับได้ยาก แม้อานุภาพการระเบิดอาจไม่ร้ายแรง แต่ก่อให้เกิดการลุกไหม้ที่ยาวนาน ทำให้หายใจลำบาก ผู้เสียชีวิตจากระเบิดฟอสฟอรัส มักทรมานจากอาการหายใจไม่ออก และแผลไฟไหม้ร้ายแรง อนุสัญญาเจนีวาจึงกำหนดห้ามไม่ให้ใช้อาวุธเชื้อเพลิงดังกล่าวโจมตีพลเรือน

เหตุผลที่กองทัพยูเครนเชื่อว่าเป็นระเบิดฟอสฟอรัส เพราะสังเกตเห็นควันสีขาวพวกพุ่งออกมาเป็นทางยาว ซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะของระเบิดชนิดนี้

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

แถลงการณ์ของกองทัพยูเครนเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังกองทัพรัสเซียได้ถอนทหารออกจากเกาะงู โดยอธิบายว่า "เป็นการส่งสัญญาณในทางดีว่ากองกำลังรัสเซียได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการบนเกาะงู และได้ถอนกำลังรักษาการณ์ออกจากที่นั่นแล้ว" และเพื่อชี้ให้ประชาคมโลกเห็นว่า สหพันธรัฐรัสเซียไม่ได้ต้องการหยุดยั้งความพยายามของสหประชาชาติที่ต้องการสร้างระเบียงมนุษยธรรมเพื่อให้สามารถขนส่งผลิตผลทางการเกษตรออกจากยูเครน

ขณะที่ฝั่งยูเครนโต้กลับว่าการถอนทัพของทหารรัสเซีย เป็นผลจากความพยายามผลักดันกองกำลังรัสเซียออกไปของทางยูเครนเอง โดยใช้ทั้งขีปนาวุธและปืนใหญ่ระดมถล่มในช่วงข้ามคืน

เกาะงูอยู่ตรงไหน-สำคัญอย่างไร?

เกาะงูอยู่ห่างจากชายฝั่งยูเครนราว 35 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ทางการทหาร และด่านหน้าเหนือชายแดน เพื่อรับมือภัยคุกคามของรัสเซีย มาตั้งแต่ก่อนสงครามจะเริ่มขึ้นเสียอีก

เกาะงูมีอีกชื่อว่า "เกาซมินี" มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างมากแม้จะมีขนาดเล็ก เพราะเป็นตัวอ้างอิงและกำหนดอาณาเขตทางทะเลของยูเครนด้วย

เกาะงูมีบทบาทสำคัญ กำหนดอาณาเขตทางทะเลของยูเครน

ที่มาของภาพ, UKRAINIAN NAVAL FORCES

คำบรรยายภาพ, เกาะงูมีบทบาทสำคัญ กำหนดอาณาเขตทางทะเลของยูเครน

ในช่วงแรกของสงครามที่เริ่มต้นเมื่อเดือน ก.พ.2565 สื่อสังคมออนไลน์ของยูเครนเผยแพร่เรื่องราวที่ทหาร 13 คน บนเกาะงูพลีชีพต้านทานการโจมตีจากเรือรบรัสเซีย โดยกองทัพเรือยูเครนแถลงในขณะนั้นว่า วีรบุรุษเหล่านี้และทหารคนอื่น ๆ บนเกาะงูยังคงมีชีวิตอยู่และสบายดี รวมถึงทหารยูเครนคนที่ปฏิเสธจะยอมจำนนและตะโกนบอกให้เรือรบรัสเซีย "ไปตายซะ"

กองทัพเรือยูเครนระบุในตอนนั้นว่า กองกำลังรักษาชายแดนและหน่วยนาวิกโยธินบนเกาะงู 82 นาย ต่อสู้อย่างเต็มกำลังความสามารถจนกระสุนหมด แต่ก็ไม่อาจจะต้านทานเรือรบรัสเซียซึ่งยิงทำลายประภาคาร หอคอย เสาอากาศสื่อสาร และโครงสร้างพื้นฐานทางทหารต่าง ๆ บนเกาะจนพังราบคาบ ทำให้กองกำลังยูเครนจำต้องวางอาวุธและยอมจำนนต่อฝ่ายรัสเซีย

กองกำลังรัสเซียได้เข้าควบคุมตัวทหารยูเครนบนเกาะงู รวมทั้งเรือกู้ภัยของพลเรือนยูเครนที่พาหมอและนักบวชมาให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ทหารบนเกาะด้วย ซึ่งฝ่ายยูเครนประณามว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม คาดว่ากองกำลังรัสเซียจะปล่อยตัวคนเหล่านี้กลับภูมิลำเนาในไม่ช้า

รัสเซียทิ้งระเบิดไม่หยุด

รัฐบาลยูเครนรายงานอีกว่า กองทัพรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธโจมตีภูมิภาคโอเดสซา ทางตอนใต้ของยูเครน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 1 คน

ช่วงไม่กี่วันมานี้ รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธหลายสิบลูกโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยโฆษกรัฐบาลรัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้พุ่งเป้าโจมตีพลเรือน แต่คำบอกเล่าของชาวยูเครนในพื้นที่กลับแตกต่างออกไป

Ukraine's DSNS emergency service

ที่มาของภาพ, Ukraine's DSNS emergency service

Ukraine's DSNS emergency service

ที่มาของภาพ, Ukraine's DSNS emergency service

"เราได้ยินเสียงระเบิด 3 คน แล้วศูนย์สันทนาการของเราก็ไม่มีอะไรเหลือเลย" ยูเลีย บอนดาร์ ชาวยูเครนวัย 60 ปี ในหมู่บ้านเล็กแห่งหนึ่งในโอเดสซา บอกกับบีบีซี

"เราเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่คิดเลยว่าต้องมาเจออะไรแบบนี้"