เตือนภัยใช้ปากกาลดน้ำหนักเร่งปั้นหุ่นชุดว่ายน้ำ เสี่ยงกล้ามเนื้อสลาย-อ้วนง่ายผอมยากในระยะยาว

ที่มาของภาพ, Courtesy of Gabriela
- Author, ลูอิส บาร์รูโช
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
เมื่อกาเบรียลา (นามสมมติ) เริ่มต้นลดน้ำหนักส่วนเกิน ซึ่งเธอได้มันมาจากช่วงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 เธอพบว่ามีไขมันส่วนหนึ่งที่ดื้อดึงไม่ยอมสลายไปเสียที จนไม่อาจลดน้ำหนักลงได้ถึงระดับที่ตั้งใจไว้
กาเบรียลาในวัย 40 ปี เป็นสาวใหญ่ชาวบราซิลจากนครริโอ เด จาเนโร เธอประกอบอาชีพทนายความ และมีส่วนสูง 169 เซนติเมตร หนัก 76 กิโลกรัม เธอบอกว่าได้ลองลดน้ำหนักมาแล้วทุกวิธี ตั้งแต่ควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดยิ่งกว่าเดิม ไปจนถึงออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง 6 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ไม่มีวิธีไหนที่ได้ผลเลย
ต่อมาเพื่อน ๆ ของกาเบรียลา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานเช่นกัน ได้เผยเคล็ดลับในการลดน้ำหนักของพวกเขาให้เธอได้รู้ นั่นก็คือการใช้ปากกาลดน้ำหนักที่ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์
แม้กาเบรียลาจะมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ของคนสุขภาพดี ทั้งยังเป็นแฟนพันธุ์แท้ของโรงยิมและฟิตเนส ที่คลั่งไคล้การออกกำลังกายมาอย่างยาวนาน จนรูปร่างไม่ต่างจากนักกีฬาอาชีพ แต่ความปรารถนาที่จะลดน้ำหนักลงอีกให้ได้ตามเป้า ทำให้เธอตัดสินใจใช้ปากกาลดน้ำหนักกับเขาด้วยเช่นกัน
เธอเริ่มจากการซื้อปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อดัง "โอเซมปิก" (Ozempic) ด้ามแรกในชีวิต เมื่อเดือนก.พ. ปี 2024 จากร้านขายยาแห่งหนึ่งในนครริโอ เด จาเนโร แม้จะไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ และตัวเธอเองก็ไม่เข้าเกณฑ์ทางการแพทย์ที่จะต้องได้รับยาดังกล่าว นับแต่นั้นมา เธอเริ่มซื้อหาปากกาลดน้ำหนักหลากหลายยี่ห้อมาใช้เอง โดยปราศจากการควบคุมดูแลของแพทย์
ปากกาลดน้ำหนักที่กาเบรียลาซื้อมาออกฤทธิ์แบบเห็นผลทันตา "มันเหนือจริงมาก ฉันสามารถไปกินบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น โดยกินซูชิไปแค่หกคำ แต่กลับรู้สึกอิ่มเหมือนสวาปามซี่โครงหมูเข้าไปทั้งแผง"
ปัจจุบันกาเบรียลาฉีดยาลดน้ำหนักแบบใช้บ้างหยุดบ้าง โดยใช้วนเป็นรอบ ๆ ไปตามโอกาสและความต้องการเป็นครั้งคราว เธอบอกด้วยว่า "เมื่อฉันมองตัวเองในกระจกและรู้สึกชื่นชอบในสิ่งที่เห็น ทุกสิ่งในชีวิตก็ดูเหมือนจะง่ายขึ้น"
ทว่าบรรดาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักพากันออกมาเตือนว่า คนอย่างกาเบรียลาที่แพทย์ต่างลงความเห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้ยาลดน้ำหนักเลยนั้น กำลังเล่นพนันกับสุขภาพและความเป็นความตายของตนเอง เพราะใช้ยาอันตรายตามอำเภอใจ ภายนอกการควบคุมดูแลของแพทย์
"ผมรู้สึกว่าตัวเองออกจะบวมอืดอยู่สักหน่อย"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ยาฉีดลดน้ำหนักคือนวัตกรรมทางการแพทย์ ที่ปฏิวัติวิธีบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคอ้วน รวมทั้งโรคที่เกี่ยวข้องกับความอ้วนอย่างเช่นเบาหวานประเภทที่สอง ยาฉีดเหล่านี้วางจำหน่ายในรูปแบบของปากกาลดน้ำหนัก ภายใต้ชื่อการค้าต่าง ๆ หลากหลายยี่ห้อ เช่นโอเซมปิก (Ozempic), วีโกวี (Wegovy), และเมาน์จาโร (Mounjaro)
ยาฉีดลดน้ำหนักทำงานโดยออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่ม ซึ่งปกติแล้วฮอร์โมนกลุ่มนี้จะหลั่งออกมา หลังจากที่เรากินอาหารเข้าไปมากพอสมควร ฮอร์โมนชนิดดังกล่าวเรียกว่า "จีแอลพีวัน" (GLP-1) ซึ่งก็คือเปปไทด์คล้ายฮอร์โมนกลูคากอน (glucagon) ที่กระตุ้นให้ตับผลิตน้ำตาล จีแอลพีวันช่วยควบคุมความอยากอาหารและทำให้รู้สึกอิ่มทนนานขึ้น
ส่วนปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อเมาน์จาโร นอกจากมุ่งเป้าจัดการกับจีแอลพีวันแล้ว ยังส่งผลควบคุมฮอร์โมนอีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่า "จีไอพี" (GIP) ด้วย เนื่องจากฮอร์โมนชนิดนี้ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง
เกณฑ์ที่แพทย์ใช้ในการพิจารณาสั่งยาชนิดนี้ให้กับคนไข้ แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ แต่โดยทั่วไปแล้ว แพทย์มักใช้ยาฉีดลดน้ำหนักกับคนวัยผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน ซึ่งหมายความว่าคนผู้นั้นจะต้องมีดัชนีมวลกาย (BMI) สูงกว่า 30 ขึ้นไป หรือไม่อย่างนั้นจะต้องมีค่าดัชนีมวลกายระหว่าง 27-30 แต่มีโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัวร่วมด้วย เช่นโรคหัวใจ โรคเบาหวานประเภทที่สอง หรือมีภาวะความดันโลหิตสูง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสความนิยมในการใช้ปากกาหรือยาฉีดลดน้ำหนักพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นเครื่องมือลดหุ่นเสริมความงามแบบเร่งด่วน ที่ทุกคนสามารถหยิบฉวยเอาไปใช้กันได้ตามอำเภอใจ โดยไม่ต้องคำนึงว่าตนเองเป็นผู้ป่วยโรคอ้วนที่เข้าเกณฑ์ทางการแพทย์หรือไม่
กาเบรียลามีค่าดัชนีมวลกาย 26.6 ในตอนที่เธอเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก ซึ่งหมายความว่าเธออยู่ในกลุ่มผู้มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วเธอเป็นคนที่มีมวลกล้ามเนื้อมากจากการออกกำลังกาย ทำให้ค่า BMI สูงจนดูคล้ายกับคนอ้วน ทั้งที่สัดส่วนไขมันในร่างกายมีอยู่ไม่มากนัก ดังนั้นการใช้ค่า BMI มาตัดสินว่า กาเบรียลาเป็นคนอ้วนที่สุขภาพย่ำแย่จนต้องใช้ปากกาลดน้ำหนัก จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
ยิ่งไปกว่านั้น ค่าดัชนีมวลกายของกาเบรียลายังคงต่ำกว่าเกณฑ์ข้อที่สอง ซึ่งอนุญาตให้ผู้ที่มีค่า BMI ระหว่าง 27-30 ใช้ยาฉีดลดน้ำหนักได้หากมีโรคร่วม แต่ตัวเธอเองมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ "ยากลุ่มนี้ผ่านการอนุมัติมา เพื่อให้ใช้รักษาโรคจำพวกโรคอ้วนและโรคเบาหวานเท่านั้น มันไม่ใช่เครื่องมือเสริมความงามเลย" ศาสตราจารย์ซีโมนี วาน เด ซานจีลี ผู้อำนวยการสมาคมวิทยาต่อมไร้ท่อและการเผาผลาญ (Society of Endocrinology and Metabolism) แห่งบราซิลกล่าว เธอยังบอกว่าทุกวันนี้คนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นญาติมิตรหรือแพทย์ด้วยกันเอง ต่างพากันมาถามว่าจะหายาฉีดลดน้ำหนักได้จากที่ไหน
พญ.ภารตี เชเตย์ รองประธานสมาคมแพทย์โรคอ้วน (OMA) ของสหรัฐฯ บอกว่าเธอเคยออกไปตรวจรักษาคนไข้มาแล้วทั่วโลก รวมทั้งที่อินเดีย ตะวันออกกลาง และในอเมริกาเอง ทำให้ได้ทราบว่า ทุกหนแห่งมีคนจำนวนไม่น้อยใช้ยาฉีดลดความอ้วน เพียงเพราะอยากปั้นหุ่นเสริมความงามให้ดูดีเท่านั้น
สื่อสังคมออนไลน์อย่างติ๊กตอกและอินสตาแกรม เต็มไปด้วยภาพและคลิปวิดีโอที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ทั้งก่อนใช้และหลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก ส่วนเหล่าดาราและคนดังต่างก็ออกมาพูดอย่างเปิดอกว่า ตนเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ใช้ยาช่วยให้ผอมเร็วชนิดนี้
ล่าสุดเมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา เซเรนา วิลเลียมส์ นักเทนนิสผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาลของโลก ได้เปิดเผยว่าใช้ยาฉีดลดน้ำหนัก ส่วนเคลลี ออสบอร์น พิธีกรรายการโทรทัศน์คนดัง กล่าวถึงเหตุผลที่เธอตัดสินใจใช้ปากกาลดน้ำหนัก ระหว่างการสัมภาษณ์บนพรมแดงเมื่อปี 2024 ว่า "เรามีหลายล้านหนทางในการลดน้ำหนัก ทำไมต้องเลือกใช้วิธีที่แสนจะน่าเบื่ออย่างการออกกำลังกายด้วย"
"แอนดรูว์" (นามสมมติ) ผู้บริหารกิจการชั้นนำวัย 49 ปี ซึ่งชื่นชอบการจัดปาร์ตี้หรูในเพนต์เฮาส์ใจกลางกรุงลอนดอน บอกว่าเขาหันมาใช้ปากกาลดน้ำหนัก เพราะไม่พึงพอใจในรูปร่างที่เป็นอยู่ของตนเอง และคิดว่าควรจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างหนึ่งแล้ว "ผมรู้สึกว่าตัวเองออกจะบวมอืดอยู่สักหน่อย...ผมรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวเอง ทำให้ตอนที่กลับมาจากช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส จึงตัดสินใจว่าจะต้องแก้ไขมันให้ได้"
ในตอนนั้นแอนดรูว์หนัก 90 กิโลกรัม และมีส่วนสูง 183 เซนติเมตร แถมยังเป็นนักกล้ามที่มีร่างกายกำยำบึกบึน ทำให้เขามีค่าดัชนีมวลกายถึง 26.9 ซึ่งเข้าเกณฑ์คนน้ำหนักตัวเกินทั้งที่ไม่อ้วนเช่นเดียวกับกาเบรียลา แต่ถึงกระนั้นค่า BMI ของแอนดรูว์ ยังคงต่ำกว่าระดับที่แพทย์ในสหราชอาณาจักรจะสั่งจ่ายยาฉีดลดน้ำหนักให้
แอนดรูว์ดิ้นรนหาทางให้ได้ยาชนิดนี้มาใช้ โดยเขาสั่งซื้อมันจากร้านขายยาทางออนไลน์ ในตอนแรกเขาต้องกรอกแบบฟอร์มประเมินตัวเอง เพื่อให้เภสัชกรพิจารณาว่าควรได้รับยาดังกล่าวหรือไม่ แต่อันที่จริงไม่มีใครมาคอยอ่านแบบฟอร์มประเมินตนเองที่ว่านี้ หรือตรวจสอบว่าผู้กรอกข้อมูลให้การจริงหรือเท็จแต่ประการใดเลย
ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2024 เป็นต้นมา แอนดรูว์เริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก "วีโกวี" ทุกสัปดาห์ และต่อมาก็เปลี่ยนเป็นยี่ห้อ "เมาน์จาโร" เขายังบอกว่า "ผมรู้สึกได้ทันทีว่าเสียงเรียกร้องหาอาหารในหัวนั้นเงียบหายไป ผมรู้สึกดีจริง ๆ ที่ไม่ต้องหมกมุ่นครุ่นคิดถึงอาหารบ่อยนัก"
ตอนนี้แอนดรูว์ยังคงออกไปสังสรรค์ตามร้านอาหารอยู่ แต่เขากินน้อยลงมาก "ผมไม่เคยหรือแทบจะไม่รู้สึกหิวโหยรุนแรง อย่างที่เคยเป็นในอดีตอีกเลย"

ที่มาของภาพ, Courtesy of Andrew
ผลข้างเคียงที่พบได้ยากเริ่มปรากฏ
ขณะที่ประสบการณ์ในการใช้ปากกาลดน้ำหนักของกาเบรียลาและแอนดรูว์ ล้วนเป็นไปในเชิงบวก ผู้เชี่ยวชาญสายสุขภาพกลับชี้ให้เห็นว่า ยาฉีดลดน้ำหนักนั้นมีความเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ด้วย โดยยังมีหลายสิ่งที่เรายังไม่ทราบเกี่ยวกับยาชนิดนี้
เมื่อช่วงต้นทศวรรษ 2000 ยาฉีดลดน้ำหนักซึ่งออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 รุ่นแรก ๆ ถูกนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่สองเท่านั้น ทว่าในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา ยานี้กลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจนใช้กันแพร่หลาย หลังจากที่หน่วยงานควบคุมยาและการแพทย์ทั่วโลก พากันขึ้นทะเบียนให้ใช้ยานี้ในการลดน้ำหนักได้
ดร.ไซมอน คอร์ก อาจารย์ผู้สอนวิชาสรีรวิทยา จากมหาวิทยาลัยแองเกลียรัสกินในสหราชอาณาจักร แสดงความเห็นว่า "เราแค่ยังไม่ทราบถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น กับกลุ่มผู้ใช้ยาฉีดลดน้ำหนักโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความงามเพียงอย่างเดียว" เนื่องจากการทดลองยาระดับคลินิกที่มีขึ้นก่อนหน้านี้ มุ่งไปที่กลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วนและโรคเบาหวานประเภทที่สองเท่านั้น
ด้านนพ.บรูโน ฮัลเพิร์น ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาต่อมไร้ท่อ และประธานสมาพันธ์โรคอ้วนโลก (WOF) บอกว่าผลการวิจัยเท่าที่มีอยู่ ชี้ว่ายาฉีดลดน้ำหนักนั้น "ค่อนข้างปลอดภัย" สำหรับผู้ป่วยโรคอ้วนและโรคเบาหวานประเภทที่สอง "แต่ถ้าคนสุขภาพดีหลายล้านคนหันมาใช้มันเพื่อเสริมความงาม ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์เลยแม้แต่น้อย เราอาจจะเริ่มได้เห็นผลข้างเคียงของยาที่พบได้ยากบ่อยครั้งขึ้น
ผลข้างเคียงโดยทั่วไปของยาฉีดลดน้ำหนัก คืออาการคลื่นไส้อาเจียน รวมทั้งท้องเสียหรือท้องผูกได้ ทว่าผลข้างเคียงชนิดรุนแรงที่หาพบได้ยาก คือภาวะกระเพาะอาหารบีบตัวช้า (gastroparesis) ซึ่งทำให้อวัยวะนี้ทำงานเชื่องช้าลงหรือหยุดทำงานอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีโรคตาที่หายากบางชนิด ซึ่งอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
กาเบรียลาบอกว่า ทุกวันนี้ผลข้างเคียงจากยาฉีดลดน้ำหนักที่เกิดขึ้นกับเธอ คือทำให้รู้สึกปวดท้องบ้างนิดหน่อยเท่านั้น แต่เธอคิดว่ามันน่าจะเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ดีขณะใช้ยาของเธอเองมากกว่า โดยกาเบรียลาสารภาพว่า เธอมักจะไม่กินอาหารและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่บ่อยครั้ง "ฉันเคยผ่านช่วงที่ใช้ชีวิตแบบสำมะเลเทเมามาก่อน" กาเบรียลากล่าว
"เด็กสาวคลั่งผอมวัย 16 ปี อาจแสร้งว่าป่วยโรคอ้วน"
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้คนใช้ยาฉีดลดน้ำหนักกันอย่างพร่ำเพรื่อ คือความยากเข็ญในการบังคับใช้ข้อกำหนด ที่ให้จ่ายยานี้แก่ผู้ที่มีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น ซึ่งในสหราชอาณาจักร ทางการยังไม่อนุญาตให้จ่ายยานี้แก่คนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการซื้อยาทั้งที่ไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์
ทว่าบุคลากรทางการแพทย์และแหล่งข่าวคนอื่น ๆ ที่บีบีซีได้พูดคุยด้วย บอกว่าร้านขายยาทางออนไลน์บางแห่ง จำหน่ายยานี้โดยแทบจะไม่ตรวจสอบเลยว่า ผู้ซื้อมีใบสั่งยาจากแพทย์หรือไม่ "เด็กสาวอายุ 16 ที่เป็นโรคคลั่งผอมหรือมีความผิดปกติในการกินอาหาร อาจเสแสร้งแสดงตัวว่าเป็นผู้ป่วยโรคอ้วนวัย 35 ปี ได้อย่างง่ายดาย จนสามารถได้ยานี้มาใช้ในที่สุด มันช่างอันตรายอย่างเหลือเชื่อจริง ๆ" ดร.คอร์กกล่าว
ตัวเลขสถิติล่าสุดของผู้ใช้ยาฉีดลดน้ำหนักในสหราชอาณาจักร เท่าที่บริษัทจัดทำข้อมูลการตลาด IQVIA รวบรวมได้เมื่อเดือนมี.ค. 2025 ประมาณการว่ามีผู้ใช้ยาดังกล่าวอยู่ถึง 1.5 ล้านราย โดย 95% ของคนกลุ่มนี้ซื้อยากันทางออนไลน์
เมื่อช่วงต้นปีนี้ สภาเภสัชกรรมของสหราชอาณาจักร (GPhC) ได้ปรับแก้ไขกฎเกณฑ์ในการจำหน่ายยาฉีดลดน้ำหนักทางออนไลน์ ให้รัดกุมเข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากมีความกังวลต่อปัญหาการใช้ยาดังกล่าวอย่างผิดวิธี หรือใช้แบบเสี่ยงต่ออันตราย รวมถึงการใช้พร่ำเพรื่อตามกระแสนิยม จนคลังยามีเก็บไว้ไม่พอให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ใช้
ส่วนที่ประเทศบราซิล ในปีนี้ทางการได้เข้มงวดกวดขันและเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้มากขึ้น โดยได้ปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ในการจำหน่ายยาฉีดลดน้ำหนักด้วยเหตุผลแบบเดียวกัน

องค์ประกอบของร่างกายย่ำแย่ลง
นพ.ฮัลเพิร์นบอกว่า ผลข้างเคียงหรือข้อเสียอีกอย่างหนึ่งของการใช้ยาฉีดลดน้ำหนัก คือร่างกายอาจสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ในปริมาณที่พอ ๆ กับไขมันที่ถูกขจัดออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่ผอมอยู่แล้วแต่ดันทุรังจะใช้ยานี้
"คนผอมที่ควบคุมจำกัดอาหาร มักจะสูญเสียกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน และหากคนกลุ่มนี้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในภายหลังองค์ประกอบของร่างกาย (body composition) ซึ่งมีทั้งมวลของไขมัน, กล้ามเนื้อ, กระดูก, น้ำ, และแร่ธาตุ จะมีสัดส่วนที่ย่ำแย่ลงกว่าเดิม" นพ.ฮัลเพิร์นกล่าว "คนกลุ่มนี้จะเกิดภาวะโยโย่ (yo-yo effect) ที่น้ำหนักเด้งขึ้นลง วงจรของการลดน้ำหนักแล้วกลับมาอ้วนอีกแบบนี้ เสี่ยงจะทำให้คนอ้วนขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะยาว"
ตามปกติแล้ว แพทย์จะแนะนำให้คนไข้ฉีดยาลดน้ำหนักสัปดาห์ละครั้ง โดยฉีดเข้าที่ต้นแขน สะโพก หรือท้อง ซึ่งแพทย์จะสั่งให้เพิ่มปริมาณของยาขึ้นทีละน้อย แต่คนที่ซื้อยามาใช้เองอย่างกาเบรียลาและแอนดรูว์ บอกว่าพวกเขาใช้ยาบ้างหยุดยาบ้าง วนไปเป็นรอบ ๆ ตามแต่ความต้องการ
กาเบรียลาบอกว่า เธอจะงดการฉีดยาลดน้ำหนักเสมอก่อนไปงานเลี้ยงสังสรรค์ เพื่อที่จะกินอาหารรสเลิศในงานให้ได้มากขึ้น ส่วนแอนดรูว์บอกว่าเขาใช้ยาและหยุดยาเป็นพัก ๆ ขึ้นอยู่กับว่างานสังคมที่จะต้องไปเข้าร่วมเป็นงานแบบไหน เช่นอาจจะใช้ยาลดหุ่นก่อนช่วงวันหยุดพักร้อน แล้วหยุดใช้ไป 2-3 เดือนหลังจากนั้น ก่อนจะหวนกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง
ยาฉีดลดน้ำหนักนี้อาจมีผลต่อสุขภาพจิตด้วย โดยนพ.ฮัลเพิร์นเตือนว่า เขาเคยเห็นผู้ป่วยหลายคนที่ตั้งความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าหากลดน้ำหนักได้แล้วจะเป็นที่รักและชื่นชมของคนรอบข้าง รวมทั้งจะมีความสุขและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ซึ่งเป็นไปได้ยากในโลกของความเป็นจริง นอกจากนี้เมื่อพวกเขาหยุดใช้ยาและน้ำหนักตัวเพิ่มกลับคืนมา คนเหล่านี้จะรู้สึกว่าตนเองล้มเหลว
ดร.คอร์กกล่าวเสริมว่า ปัญหาใหญ่ของการใช้ยาฉีดลดน้ำหนัก คือร่างกายของคนเรามักจะปรับตัวต้านทานการลดน้ำหนักในระยะยาว "เมื่อน้ำหนักตัวของคุณลดลง ร่างกายจะไม่ชอบและไม่คิดว่าคุณได้ทำสิ่งที่ดีมาก ในภาวะนี้ฮอร์โมนหิวจะพุ่งสูงขึ้น อัตราการเผาผลาญชะลอตัวลง ร่างกายจะพยายามเก็บสะสมสารอาหารเอาไว้ จนถึงระดับที่มันเห็นว่าเป็นค่าปกติตามธรรมชาติของคุณ"
ดร.คอร์กยังกล่าวอธิบายว่า ในทันทีที่ผู้ป่วยหยุดใช้ยาฉีดลดน้ำหนัก ซึ่งกดทับสัญญาณความหิวตามปกติของร่างกายอยู่ การหยุดยาจะทำให้ร่างกายกลับมาต่อสู้ เพื่อทวงคืนน้ำหนักตัวที่เสียไปให้จงได้ นั่นคือเหตุผลที่ยานี้ถูกผลิตมา เพื่อให้ผู้ป่วยโรคอ้วนและเบาหวานใช้อย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต
"ส่วนหนึ่งของต้นทุนการใช้ชีวิต"
แม้จะมีความเสี่ยงสูงดังที่กล่าวมา แต่กาเบรียลาและแอนดรูว์บอกว่า พวกเขายังคงไม่คิดจะเลิกใช้ยาชนิดนี้ในเร็ววัน "ฉันว่าฉันเสพติดมันแล้วละ" กาเบรียลาสารภาพ
ส่วนแอนดรูว์มองว่า การใช้ยาฉีดลดน้ำหนักคือพันธกิจระยะยาวของเขา ในการมุ่งมั่นรักษารูปร่างหน้าตาให้ดูดีอยู่เสมอ "หากผมต้องใช้ยาบ้างหยุดยาบ้าง วนไปเป็นรอบ ๆ แบบนี้ตลอดชีวิต นั่นก็อาจจะเป็นสิ่งที่ผมยอมรับได้ บางทีผมอาจต้องฉีดโบท็อกซ์ไปตลอดชีวิตที่ยังเหลืออยู่ด้วย เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการใช้ชีวิต"











