เปิดผลทดลองเทียบยาลดน้ำหนักยอดนิยมแบบตัวต่อตัว แบบใดประสิทธิภาพมากกว่ากัน ?

Bare feet on a set of scales with a twirl of green tape measure in the foreground

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, เจมส์ กัลลาเกอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวสุขภาพและวิทยาศาสตร์ บีบีซี นิวส์

นักวิจัยทำการทดลองเปรียบเทียบยาลดน้ำหนัก 2 ตัวที่ขายดีเป็นครั้งแรก ประกอบด้วย มุนจาโร (Mounjaro) ของบริษัท อีไล ลิลลี และ เวโกวี (Wegovy) ของบริษัท โนโว นอร์ดิกค์ พบว่า มุนจาโร มีประสิทธิภาพมากกว่าคู่แข่งอย่าง เวโกวี

แม้ว่ายาทั้งสองตัวช่วยให้ลดน้ำหนักได้อย่างมาก แต่จากผลการทดลองดังกล่าวพบว่า มุนจาโร ลดน้ำหนักได้ 20% หลังจากการรักษาเป็นเวลา 72 สัปดาห์ ซึ่งมากกว่า เวโกวี ที่ลดน้ำหนักได้ 14%

นักวิจัยที่ดำเนินการทดลองนี้กล่าวว่า ยา 2 ตัวมีบทบาท[ในการลดน้ำหนัก] แต่ มุนจาโรอาจช่วยให้ผู้ที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากสามารถลดน้ำหนักได้

ยาทั้งสองชนิดนี้จะออกฤทธิ์หลอกสมองให้รู้สึกอิ่ม จึงทำให้คุณกินอาหารน้อยลงและจะเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายแทน แต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยในการทำงานของยาทั้งสองชนิด โดยสามารถอธิบายถึงความแตกต่างในประสิทธิภาพดังนี้

เวโกวี หรือที่รู้จักกันในชื่อ เซมากลูไทด์ (semaglutide) จะออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งออกมาหลังมื้ออาหารเพื่อเปลี่ยนสวิตช์ความอยากอาหารอย่างหนึ่งในสมอง ขณะที่ มุนจาโร หรือ เทอร์เซปาไทด์ (tirzepatide) ทำหน้าที่เปลี่ยนสวิตช์ความอยากอาหารสองอย่างในสมอง

การทดลองซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจาก อีไล ลิลลี ซึ่งเป็นผู้ผลิต มุนจาโร มีผู้เข้าร่วมเป็นโรคอ้วน โดยมีน้ำหนักเฉลี่ย 113 กิโลกรัม จำนวน 750 คน พวกเขาได้รับการร้องขอให้ใช้ยาหนึ่งในสองชนิดนี้ ในขนาดสูงสุดที่พวกเขาสามารถทนได้

ผลการวิจัยดังกล่าว ได้นำเสนอในการประชุมยุโรปว่าด้วยโรคอ้วน (European Congress on Obesity) ที่เมืองมาลากา ของสเปน และนำเสนอในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine แสดงให้เห็นว่า

  • ราว 32% ของผู้ร่วมการทดลอง มีน้ำหนักลดลงหนึ่งในสี่ (หรือ 25%) ของน้ำหนักตัว เมื่อใช้มุนจาโรเมื่อ เทียบกับ 16% เมื่อใช้เวโกวี
  • ผู้ที่ใช้มุนจาโรลดน้ำหนักได้โดยเฉลี่ย 18 ซม. จากการวัดด้วยเส้นรอบเอว เมื่อเทียบกับ 13 ซม. เมื่อใช้เวโกวี
  • ผู้ที่ใช้มุนจาโรมีความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และระดับคอเลสเตอรอลที่ดีกว่า
  • ทั้งสองอย่างนี้มีผลข้างเคียงในระดับที่ใกล้เคียงกัน
  • ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะลดน้ำหนักได้มากกว่าผู้ชาย

ดร.หลุยส์ อารอนน์ ซึ่งทำการทดลองที่ศูนย์ควบคุมน้ำหนักแบบองค์รวมที่เวลล์ คอร์เนลล์ เมดิซิน (Weill Cornell Medicine) ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ กล่าวว่า "คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคอ้วนรู้สึกว่าได้ผลดีเมื่อใช้เซมากลูไทด์ (เวโกวี) ส่วนผู้ภาวะโรคอ้วนในระดับที่สูงกว่า อาจได้ผลดีกว่าในท้ายสุด เมื่อใช้เทอร์เซปาไทด์ (มุนจาโร)"

ยอดขาย "เทอร์เซปาไทด์" ในภาคเอกชน แซงหน้า "เซมากลูไทด์ "

ในสหราชอาณาจักร ยาทั้งสองชนิดมีจำหน่ายจากสถานบริการเพื่อควบคุมน้ำหนักเฉพาะทาง แต่สามารถซื้อจากร้านยาเอกชนได้เช่นกัน

ศาสตราจารย์นาวีด ซัตตาร์ จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ กล่าวว่า ยาทั้งสองชนิดนี้เป็น "ทางเลือกที่ดี" สำหรับผู้ป่วย แต่ถึงแม้ "ผู้ป่วยจำนวนมากจะพึงพอใจกับการลดน้ำหนักลงได้ 15%... ขณะที่ผู้ป่วยจำนวนมากยังต้องการลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด"

"ในสหราชอาณาจักร ยอดการขายเทอร์เซปาไทด์ในภาคเอกชนนั้นแซงหน้าเซมากลูไทด์ไปแล้ว ซึ่งนั่นเป็นความจริง และผมเชื่อว่า งานวิจัยนี้จะเร่งให้[ยอดขายนี้]เร็วขึ้นอีก" เขากล่าวเสริม

อย่างไรก็ตาม วีโกวียังได้รับอนุญาตให้ใช้สำหรับอาการอื่น ๆ เช่น การป้องกันอาการหัวใจวาย และการทดลองของวีโกวีที่มีลักษณะเทียบเท่ากับมุนจาโรนี้ ยังไม่เสร็จสิ้น

ปัจจุบัน ยังคงมีการวิจัยเกี่ยวกับยาลดน้ำหนักอยู่เป็นจำนวนมาก ยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และยังมีการศึกษาวิจัยวิธีการรับประทานยาใหม่ ๆ เช่น ยาเม็ดและยารักษาโรคชนิดใหม่ที่ออกฤทธิ์ต่อร่างกายในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งหมายความว่า ผู้ชนะในสมรภูมินี้ยังคงต้องรอการพิสูจน์

ศาสตราจารย์ซัตตาร์กล่าวว่า ปริมาณการวิจัยที่กำลังเกิดขึ้นหมายความว่า เราอาจกำลังเข้าใกล้จุดที่ "การป้องกันโรคอ้วนอาจจะเป็นไปได้ในเร็ว ๆ นี้"

แต่เขาก็แย้งว่า "จะดีกว่ามาก" หากพวกเราทำให้สังคมของเรามีสุขภาพดีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนเป็นโรคอ้วน