“ที่นี่ความเป็นคนมันเท่ากัน”

- Author, วิชุตา ครุธเหิน
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Reporting from, ลอนดอน สหราชอาณาจักร
“ที่นี่ (อังกฤษ) ความเป็นคนมันเท่ากัน” ฟ้า (นามสมมุติ) หญิงข้ามเพศชาวไทยบรรยายความรู้สึกของการได้มาใช้ชีวิตในสังคมอังกฤษกว่า 2 ปีในฐานะผู้ให้บริการทางเพศ
ชะตากรรมที่ผกผัน ทำให้สาวข้ามเพศวัย 36 ปีจากจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือผู้นี้ต้องกลับเข้าสู่แวดวงค้าบริการทางเพศในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นงานที่เธอบอกว่าสร้างรายได้ดี “หาเงินได้เองเยอะ แต่ลึก ๆ ต้องเหยียบความขมขื่นของเราไว้”
แต่ถึงอย่างนั้น ฟ้าบอกว่าหากเลือกได้ก็อยากจะอยู่ในอังกฤษต่อไปให้นานที่สุด ไม่ใช่เพราะเรื่องเงินเท่านั้น แต่เป็นเพราะการได้อยู่ในสังคมที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าทัดเทียมกับคนอื่น
เส้นทางนางฟ้า
ทีมข่าวบีบีซีไทยนัดพบกับฟ้าในย่านโซโห (Soho) แหล่งศูนย์กลางสถานบันเทิงในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นย่านที่พักและที่ทำงานของเธอ
ฟ้าปรากฏกายในชุดที่ดูเรียบแต่โก้ ในสายตาคนไทยอาจไม่ใช่เรื่องยากที่จะบอกได้ว่าเธอเป็นสตรีข้ามเพศ แต่สำหรับชาวต่างชาติคงมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าสาวสวยคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงโดยกำเนิด
สิ่งนี้จึงทำให้เธอสามารถขายบริการที่นี่ “ในฐานะผู้หญิง” ได้โดยที่ลูกค้าราว 90% ไม่ล่วงรู้
“แก๊งนางฟ้า” เป็นคำที่ฟ้าและเพื่อนสาวประเภทสองที่ขายบริการทางเพศใช้เรียกตัวเอง อันที่จริงอาชีพนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับฟ้า แต่เป็นสิ่งที่เธอทำมาร่วม 10 ปีแล้วทั้งในไทย ฮ่องกง และจีน
ฟ้าเล่าให้บีบีซีไทยฟังว่าเริ่มขายบริการครั้งแรกที่เมืองไทยตั้งแต่อายุ 27 ปี โดยก่อนหน้านี้เธอเรียนจบปริญญาตรีด้านการโรงแรม แต่สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หันเหเข้าสู่เส้นทางสายนี้คือความผิดหวังซ้ำซากจากการถูกปฏิเสธจ้างงานเพราะเพศสภาพของเธอ
ครั้งหนึ่งสมัยที่ฝึกงานกับสายการบินชั้นนำในไทย ฟ้าเคยถูกรุ่นพี่สั่งไม่ให้ไปทำหน้าที่ตรวจตั๋วผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง โดยให้เหตุผลว่า “น้องไม่ต้องหรอก น้องเป็นแบบนี้เดี๋ยวผู้โดยสารไม่โอเค”
อีกครั้งเธอเคยถูกเรียกไปสัมภาษณ์งานที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านสุขุมวิท แต่ถูกปฏิเสธตั้งแต่ต้นด้วยเหตุผลทางเพศสภาพ โดยผู้สัมภาษณ์บอกว่า “พี่ขอโทษพี่นึกว่าเป็นผู้หญิง พี่เห็นรูปเราพี่ไม่ได้ดูชื่อ พี่นึกว่าเราเป็นผู้หญิง”
“ลึก ๆ แล้วก็ไม่ได้อยากทำ (งานขายบริการทางเพศ) แต่พอไปทำแล้วมันเห็นเงิน มันสนุกกับเพื่อนกับแก๊งนางฟ้า ได้แต่งตัว ได้เห็นแสงสีเสียง ด้วยช่วงวัยเราด้วย ก็เลยถลำลึกเข้าไป จนแบบโอเคฉันไม่กลับไปสัมภาษณ์งานแล้ว แรก ๆ ที่ไปทำก็ยังไปส่งเรซูเม่อยู่บ้าง แต่พอหลัง ๆ เราเริ่มเป็นคนกลางคืนแล้ว นิสัย พฤติกรรมก็เปลี่ยน เงินได้มาง่าย เลยเกิดความรู้สึกว่า ทำไมเราต้องไปสัมภาษณ์ (งาน) แล้วทำให้คนมาทำร้ายความรู้สึกเรา เวลามันไม่ได้งาน เรารู้สึกล้มเหลวมาก เราไม่ได้เพราะว่าถ้าเขาบอกว่าความสามารถเราไม่ถึง เราเข้าใจ แต่เขาปฏิเสธเพราะเพศสภาพของเรา มันมีความรู้สึกว่ามันไม่แฟร์” ฟ้าบอก

ต้นทุนของหญิงข้ามเพศ
เรื่องราวของฟ้าเป็นสิ่งที่ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ผู้ทำงานส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศได้ยินได้ฟังมานับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะในหมู่สตรีข้ามเพศ ที่การเลือกปฏิบัติ และกีดกันทางเพศคือปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้พวกเธอต้องทำงานที่ไม่อยากทำ เช่นขายบริการทางเพศ
ธัญวัจน์บอกบีบีซีไทยว่า “การข้ามเพศเป็นการข้ามเข้าสู่ความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ เหลื่อมล้ำทางโอกาส และเหลื่อมล้ำในการได้มาซึ่งเงินที่เป็นระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม...”
เขาอธิบายว่า “อาจจะไม่ใช่ทุกคน แต่เราต้องยอมรับว่ากลุ่มหญิงข้ามเพศจะมีต้นทุนชีวิตที่สูง...หมายถึงว่าในเรื่องของค่าใช้จ่าย ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นที่ตรงนี้แล้วที่เศรษฐกิจ สมมุติว่าผู้หญิงผู้ชายมีเงิน 3 แสนเขาจะซื้ออะไร ดาวน์รถ ดาวน์บ้าน แต่ว่าผู้หญิงข้ามเพศมีเงิน 3 แสนเขาจะต้องลงทุนเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศ นี่คือความเหลื่อมล้ำแล้ว...แต่ในขณะที่เขายิ่งเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยิ่งทาลิปสติก ยิ่งเติมหน้า ยิ่งทำผม มันยิ่งทำให้เขาถูกเลือกปฏิบัติ มันเป็นการลงทุนเพื่อให้ตัวเองถูกเลือกปฏิบัติ...เพราะฉะนั้น เพศสภาพของเขาคือต้นทุน”
“ทำไมเขาต้องทำ เพราะมันคือเสรีภาพ เพราะอัตลักษณ์ทางเพศบอกว่าร่างกายคุณมันไม่ตรงกับตัวตนของคุณข้างในถึงต้องเปลี่ยน อันนี้เป็นสิ่งที่สังคมไม่เข้าใจ เขามองว่าเป็นชายแต่งกายหญิง เธอเลือกเอง แต่เราจะบอกว่าไม่ใช่ เขาไม่ได้เลือก เขาเป็นแบบนี้”

ที่มาของภาพ, Tunyawaj Kamolwongwat
“ด้านที่สอง เมื่อเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว เสียเงินไปเยอะแล้ว นั่นหมายถึงว่าเวลาไปสมัครงานถูกเลือกปฏิบัติ ไม่รับเข้างาน คำถามคือว่า เงินก็ต้องใช้ เงินก็ลงทุน งานก็ทำไม่ได้ต่อให้เราเรียนจบมาดีแค่ไหน บอกเลยว่ามีจำนวนไม่น้อยที่หญิงข้ามเพศต้องไปต่างประเทศเพื่อทำงาน และไปทำงานที่ไม่อยากทำก็มี หรือว่าไปทำงานเพื่อเป็นผู้ให้บริการทางเพศมีจำนวนเยอะมาก...”
“เพราะฉะนั้นคนข้ามเพศจำนวนมากจึงอยู่ในวังวนความเหลื่อมล้ำแบบนี้และก็แกะไม่ออก...เป็นวังวนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมให้เสมอภาค มันเลยทำให้เขาอยู่ในแอ่งความเหลื่อมล้ำวนไปวนมา...”
ส.ส.พรรคก้าวไกลชี้ว่านี่คือผลพวงจากการที่ “รัฐไม่ได้สนับสนุนเรื่องของชุดสุขภาพบุคคลข้ามเพศ หรือ สปสช. (หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ที่จะมาสนับสนุนงบประมาณทางนี้เพื่อให้กลุ่มคนข้ามเพศได้ข้ามเพศอย่างไม่เหลื่อมล้ำ”
โชคชะตาที่พลิกผัน

จุดประสงค์ในการเดินทางมาอังกฤษของฟ้าเมื่อช่วงปลายปี ค.ศ. 2019 นั้นไม่ใช่เพื่อมาขายบริการทางเพศ แต่เธอตั้งใจมาสร้างครอบครัวกับคู่รักชาวอังกฤษ ทว่าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อแฟนหนุ่มประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหันช่วงต้นปี 2020
“เป็นบ้าไปเลย ตอนนั้นเราไม่สบายอยู่แล้ว เคยเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ แล้วก็อยู่กับแม่เขา แม่เขาพอลูกชายเสีย ก็สติสตังไม่ดีไปเลย ซึ่งมันก็มาตกที่เราแรงกดดันต่าง ๆ ก็มีความรู้สึกว่าตอนนั้นจะบอกว่าเป็นซึมเศร้าไหม...มันคือจิตมันหล่นสุด ๆ ก็เหมือนสติแปลก ๆ อยู่พักหนึ่ง” ฟ้าเล่าด้วยสายเศร้าสร้อย
เมื่อแม่แฟนอาการเริ่มดีขึ้น ฟ้าซึ่งยังไม่อยากกลัยไทยจึงตัดสินใจย้ายออกมาอยู่ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่อังกฤษใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ชีวิตที่มีค่าใช้จ่ายสูงทำให้ฟ้าต้องหันเข้าสู่แวดวงค้าบริการทางเพศอีกครั้ง
ฟ้าประกาศเสนอบริการตามช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ และปัจจุบันใช้ห้องพักตัวเองเป็นสถานที่ทำงาน ซึ่งไม่ถือว่าผิดกฎหมายในสหราชอาณาจักรที่ระบุว่า การให้บริการทางเพศแลกเปลี่ยนกับเงินเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ยกเว้นกรณีชักชวนลูกค้าตามท้องถนน หรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ
ถังขยะอารมณ์

แม้จะเป็นงานที่สร้างรายได้ดี แต่ฟ้าบอกว่าต้องแลกมาด้วยการเสียสุขภาพจิต เพราะต้องเจอกับลูกค้าหลากหลายประเภท รวมถึงผู้มีรสนิยมทางเพศที่สังคมมองว่าแสนพิสดาร
“เอาเป็นศัพท์ชาวบ้านเลยนะ ก็เล่นขี้เล่นเยี่ยว ให้อึใส่จาน แล้วเขาก็ถามเราว่าเราสะดวกเล่นกับเขาไหม ก็คือเหมือนเอามาทาตัว กิน อะไรยังงี้ นี่ก็เป็นอะไรที่หนักแล้วก็แปลก” ฟ้าเล่า
บางครั้งเธอต้องเจอกับเหตุการณ์ระทึกขณะทำงาน เช่นตอนที่ลูกค้าอายุประมาณ 60 ปีกินยาเสริมสมรรถภาพเพศแล้วเกิดอาการช็อก ทำให้ฟ้าต้องใช้ความรู้ที่ได้จากงานสายการบินมาปั๊มหัวใจให้จนฟื้นขึ้นมาได้
ในหลายครั้งลูกค้าที่เข้ามาไม่ได้ขอใช้บริการทางเพศ แต่ต้องการให้ฟ้าเป็นเพื่อนพูดคุย ปรับทุกข์ หรือเติมเต็มความต้องการทางจิตใจบางอย่าง
“มีพวกที่มาเหมือนขาดความอบอุ่น เด็กอายุ 19-20 มาบอกให้แสดงเป็นบทแม่...”
“เราอยู่จุดนี้ทำให้เราเข้าใจคนมากขึ้นว่าบางทีเขาไม่มีเพื่อนมีฝูง แล้วเขาคุยกับใครไม่ได้ ผู้หญิงบริการเป็นอะไรที่เขาไว้ใจที่สุด เขาเข้ามาแล้วเปิดหมดว่าชีวิตฉันเจอยังงี้ ๆ มานะ”
“แต่บางทีเราต้องรู้จักบริหารจิตใจ เพราะเราเป็นเหมือนถังขยะที่เขามาแล้วทุกคนเอามาทิ้งตรงนี้ ถ้าเราเก็บคือเราเป็นบ้า เพราะฉะนั้นเราจะต้องใช้ชีวิตยังไงให้มันชิล ๆ จบเคสนี้เราไม่สนใจอะไรมาก เมื่อก่อนเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกคน...”
มิตรภาพในโลกมืด

หลังจากทำงานที่อังกฤษมาได้ระยะหนึ่ง ฟ้าเริ่มมีลูกค้าขาประจำกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นประมาณ 80% ของผู้มาใช้บริการ หลายคนกลายเป็นเพื่อนที่คอยให้ความช่วยเหลือในยามยาก ฟ้ามองว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะการมี “หัวใจบริการ” ที่เธอร่ำเรียนมาโดยตรง
“สำหรับหนูคิดว่ามันเป็นงานบริการ คนที่เขามาเขาไม่ต้องการมาเห็นความเศร้าโศกหรือความดราม่าในห้องเรา เขามาเพราะเขาเครียดจากงาน จากครอบครัว เรื่องอะไรต่าง ๆ เขามาเพื่อที่จะหาความสุขความผ่อนคลาย ทำยังไงก็ได้ อย่างเรื่องเพลงในห้อง เรื่องความสะอาด อะไรอย่างนี้มันเกี่ยว เพราะมันคืองานบริการ ตั้งแต่ [ลูกค้า] เปิดประตูเข้ามายิ้มแย้มแจ่มใส การต้อนรับ คำพูดคำจา ด้วยที่เราเรียนทางนี้มาเรารู้ไงว่าต้องพูดยังไง ต้องรับแขกยังไง แล้วเราทำงานสายการบินมา”
“ทุกอาชีพมีมุมดีมุมไม่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่งานของหนูมันเป็นงานที่สังคมมองว่าอยู่ในมุมมืด แต่ถ้าเราคิดว่ามันเป็นแค่งาน มันก็ไม่มีอะไรที่มืด ตื่นเช้ามาเราคิดว่าเราทำงานมันก็จบไป”
คนเท่ากัน
เมื่อถามถึงอนาคต ฟ้าบอกว่าเธอชอบใช้ชีวิตในอังกฤษ และตั้งใจจะอยู่ที่นี่ให้ได้นานที่สุด เพราะคนในสังคมนี้ไม่ได้สนใจหรือตัดสินเธอจากงานที่ทำงาน
“หนูมีความภาคภูมิใจมาก ถ้าในสังคมไทยจะมีความรู้สึกต่ำต้อยกับการทำอาชีพนี้ เพราะสังคมไทยยังไงก็ไม่โอเคอยู่แล้ว”
“ลูกค้าไม่ได้ดูถูกเรา ลูกค้าจะแย่แค่ไหนแต่ไม่เคยดูถูกคนทำอาชีพให้บริการทางเพศ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ลูกค้าเรียกว่า ‘อีกะหรี่’ คนที่นี่มองว่านี่คืออาชีพหนึ่ง” ฟ้าเล่า
“เอาตรง ๆ กะเทยที่ไทยมันก็เยอะ เขา (สังคม) ยอมรับ แต่ว่าลึก ๆ แล้ว เขาให้ไหมกับสิ่งที่เราถามไป เขาไม่ได้ให้ เราเลยมีความรู้สึกกับสังคมไทยว่า ปากว่าตาขยิบหรือเปล่า จะด้วยประเพณีธรรมเนียมของเราหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันเหมือนเขาคิดว่า การอยู่ประเทศไทย สังคมไทยเขาก็ให้เราแล้วว่าเราสามารถเป็นตัวของตัวเราได้ ก็เลยไม่ได้ไปคิดว่าจะให้มากกว่านั้น ทั้ง ๆ ที่เราก็ถามอยู่ตลอดเวลาว่าเราขอเปลี่ยนคำนำหน้า เราขอแต่งงานกันได้ แต่พอไปสักพักหนึ่งเรื่องก็ไม่ไปถึงไหน”

ที่มาของภาพ, EPA
ความรู้สึกนี้คงไม่แตกต่างจากประสบการณ์ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศอีกจำนวนมากในไทยที่ยังเผชิญปัญหาการเลือกปฏิบัติจากสังคม แม้ว่าไทยจะมีพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ซึ่งถือเป็นเครื่องมือทางกฎหมายชิ้นแรกของไทยที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมระหว่างเพศชาย เพศหญิง และบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยมีเป้าหมายปกป้องคุ้มครองสิทธิและเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
อย่างไรก็ตาม ส.ส.ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ มองว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้มีกลไกการทำงานที่แก้ปัญหาจากล่างขึ้นบน ไม่ได้แก้ที่ตัวโครงสร้าง หรือในรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางเพศอย่างถ้วนหน้า แต่เป็นกลไกที่ผู้ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศต้องร้องเรียนเป็นรายกรณี เป็นการแก้ปัญหาเป็นราย ๆ ไป
ธัญวัจน์ อธิบายว่าในความเป็นจริงนั้นคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่ถูกสร้างขึ้นจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้มีลักษณะเป็นองค์กรกึ่งตุลาการที่ไม่มีอำนาจเต็มในการบังคับให้หน่วยงานของรัฐ เอกชน หรือผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามคำสั่งเพื่อระงับหรือป้องกันการเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ
ส่วนเรื่องคำนำหน้านาม ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศต้องการเรียกร้องนั้น ธัญวัจน์ในฐานะผู้ผลักดัน “ร่างกฏหมายรับรองเพศ คำนำหน้านาม และการคุ้มครองผู้มีความหลากหลายทางเพศ” บอกว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และกำลังขับเคลื่อนอยู่ในกลไกกรรมาธิการ ซึ่งเขาพร้อมจะเดินหน้าผลักดันต่อไปหลังศึกเลือกตั้ง 2566 ไม่ว่าจะได้เป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
เมื่อถามถึงความคืบหน้าเรื่องความเสมอภาคทางเพศในไทย ธัญวัจน์บอกว่ามีความก้าวหน้าขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือต้องสร้างความตระหนักรู้ให้คนในสังคมเข้าใจถึงความหลากหลายของเพื่อนร่วมสังคม
“เปิดกว้างมากขึ้น ยอมรับมากขึ้น แต่ก็ยังมองว่าเราเป็นตัวตลก ลึก ๆ แล้วเขาก็ยังมองว่าเราผิดเพศ...เขายอมรับเราเพราะเราเป็นคนดี ซึ่งจริง ๆ เราทุกคนเป็นคนดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราควรจะเข้าใจคือเราหลากหลายยังไงมากกว่า...มันไม่มีประโยชน์เลยถ้าเราจะเอาความดีมาบดบังความหลากหลาย มันทำให้เราเข้าใจแต่ความดีที่เป็นมาตรฐานสังคม แต่ว่าเราผลักความหลากหลายออกไป แล้วก็เพิกเฉย และพยายามไม่เข้าใจ เราแค่ยอมรับความดีที่สังคมกำหนด แต่เราไม่ได้ยอมรับความหลากหลายที่เป็นพื่อนเรา” ธัญวัจน์กล่าว
นี่เป็นความรู้สึกที่ฟ้าได้สัมผัสเมื่อมาใช้ชีวิตในสังคมอังกฤษ
“ที่นี่ (อังกฤษ) ความเป็นคนมันเท่ากัน ที่ไทยเหมือนจะยอมรับ คนแสดงตัวตนเป็นสาวประเภทสองมากขึ้น แต่ถามลึก ๆ แล้วก็ยังมีการบูลลี่ด้วยคำพูดด้วยกิริยาด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ที่นี่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดำคนขาว เพศอะไร มันก็เหมือนกันหมด” ฟ้ากล่าว
ภาพประกอบโดย เดวีส์ สูรยา
รายงานเพิ่มเติมโดย วสวัตติ์ ลุขะรัง











