“เป็นกะเทยต้องเป็นให้สุด” สัปเหร่อสาวสองเผยเส้นทางอาชีพวงการเผาศพ

เรื่องโดย ชัยยศ ยงค์เจริญชัย ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

วิดีโอโดย วสวัตติ์ ลุขะรัง ผู้สื่อข่าววิดีโอบีบีซีไทย

สัปเหร่อ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

เริ่มต้นจากความหลงใหลในแสงไฟและดอกไม้ ปฏิธาร บำรุงสุข หรือแบงค์ ผู้นิยมเรียกตัวเองว่าเป็น “กะเทย” เติบโตขึ้นมาในชุมชนเล็ก ๆ ใน จ.พิจิตร ชีวิตของเธอไม่ได้หวือหวา และในหมู่บ้านที่เธออยู่ใน อ.ตะพานหิน ไม่ได้มีแสงสีให้เห็นมากนัก นอกเสียจากหมู่บ้านจะมีงานศพ 

ปฏิธารอาศัยอยู่ไม่ไกลจากวัดมาก ทำให้เธอปั่นรถจักรยานคู่ใจไปเที่ยวเล่นที่วัดอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธออายุ 13 ปี เธอได้ขี่จักรยานไปที่วัดเทวประสาทและเห็นลุงสัปเหร่อประจำวัดกำลังจัดเตรียมศาลาสำหรับจัดงานศพอยู่ เธอจึงอาสาเข้าไปช่วย 

เธอช่วยสัปเหร่อจัดดอกไม้ จัดวางเก้าอี้ และกวาดพื้นบริเวณศาลาและเมรุ จนสัปเหร่อให้เงินเธอมา 60 บาท กับการช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในวันนั้น ถึงแม้เงินจะไม่เยอะมาก แต่ปฏิธารยังจำได้ไม่ลืมเลือนว่า เงินก้อนแรกที่เธอหามาได้ในชีวิตมีความหมายกับเธอมากแค่ไหน

จากวันนั้นเป็นต้นมา ปฏิธารได้เข้าไปช่วยงานสัปเหร่อทุกครั้งที่มีงานศพ จนเขาได้เริ่มถ่ายทอดวิชาให้เธอทั้งหมด จนวันหนึ่งความชื่นชอบในพิธีการในงานศพ กลายมาเป็นอาชีพที่สร้างทั้งความสุขและชื่อเสียงให้เธอ

สัปเหร่อ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

เจ้าแม่วัด 

ปฏิธารใช้เวลาเรียนรู้การประกอบพิธีกรรมในงานศพประมาณสองปี หลังจากที่เข้าไปช่วยสัปเหร่อวัดครั้งแรก จนเมื่อเธออายุครบ 15 ปี เธอก็มารับหน้าที่เป็นสัปเหร่อเต็มตัว เพราะคนที่ถ่ายทอดวิชาให้เธออายุมากแล้วและอยากเกษียณ

เธอเริ่มฝึกงานจากสัปเหร่อวัดที่เธอนับถือเป็นอาจารย์มาตั้งแต่เด็ก ๆ โดยพระที่วัดเคยกล่าวกับเธอว่า เธอทำศพมาตั้งแต่ “หัวยังไม่ถึงฝาโลงเลย” แต่ตอนนี้เธอเป็นสัปเหร่อที่มีคนเรียกใช้มากที่สุดในละแวกนั้น เพราะความสะอาดสะอ้าน และความใส่ใจในรายละเอียดของเธอ 

ปฏิธารออกไปดูงานตามวัดอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ บ้าง เพื่อดูว่าที่อื่นเขาจัดพิธีกันอย่างไร และนำมาปรับปรุงใช้กับวัดที่บ้านเกิดของเธอ

“เราเริ่มจัดทำแค็ตตาล็อกมาให้เจ้าภาพดูว่า เราสามารถจัดหาอะไรมาให้เขาได้บ้าง โดยทุกอย่างจะจบได้เลยที่เรา แล้วเราก็ไปประสานหาของที่เจ้าภาพต้องการให้อีกที เราเริ่มสังเกตว่า บางทีเจ้าภาพเหนื่อย และเสียใจอยู่แล้ว เพราะเมื่อคนใกล้ตัวเสียปุ๊บเราก็จะทำอะไรไม่ถูก เราจะงง” ปฏิธาร อธิบาย

ด้วยการจัดงานแบบครบวงจรที่เธอเสนอให้คนที่มาใช้บริการของเธอ ทำให้ปฏิธารได้รับความไว้ใจให้จัดงานในฐานะสัปเหร่อที่จัดการได้ทั้งด้านสถานที่และพิธีการ จนทำให้หลาย ๆ คนในพื้นที่เรียกเธอว่า เป็น “เจ้าแม่วัด”

สัปเปร่อ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

สัปเหร่อแต่งหญิง

ในวันนี้ปฏิธารอายุ 31 ปี และเธอเป็นที่นิยมมากจากสื่อสังคมออนไลน์จากการที่เธอปรากฏกายในพิธีศพต่าง ๆ ที่เธอจัดในฐานะสัปเหร่อ ด้วยเครื่องแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยสีดำเมื่อไปจัดงานศพ และสีสุภาพเมื่อไปงานบุญ จนมีคนตั้งฉายาให้เธอว่า เป็น “เจ้าหญิงแห่งวงการเผาศพ”

แม้ว่าการแต่งกายแบบที่เธอชอบแต่งไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อนในกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพนี้ แต่ปฏิธารมองว่า นี่เป็นการแสดงอัตลักษณ์ของตัวเอง และให้เกียรติเจ้าภาพงานไปในเวลาเดียวกัน

“แต่งมานานแล้ว คือส่วนตัวแต่งแบบนี้อยู่แล้ว สมัยก่อนก็แต่งไม่สวยหรอก เพราะไม่มีเงิน ก็แต่งบ้าง ซื้อเสื้อผ้าผู้หญิงใส่บ้าง” ปฏิธารอธิบาย

“แต่ก่อนมีคนบอกว่า ให้เราแต่งตัวให้ดูเป็นผู้ชาย ให้ใส่เสื้อจิตรลดาสีดำทรงผู้ชาย แต่เราก็แต่งได้อยู่สองปีแล้วเหมือนมันไม่ใช่ตัวเรา เราก็เลยหันมาแต่งหญิงในแบบที่มันเรียบร้อย แล้วก็ดูแบบจากคุณหญิงคุณนายที่ไปงานศพในกรุงเทพฯ จากนั้นก็มาตัดเสื้อผ้าใส่ และอีกเรื่องที่สำคัญคือมันทำให้เราดูสะอาดสะอ้าน มันเป็นเสน่ห์ของสัปเหร่ออย่างนึงนะ”

สัปเหร่อ

ที่มาของภาพ, ปฏิธาร บำรุงสุข

เธออธิบายเพิ่มเติมว่าการใส่ผ้าไทยกับผ้าถุงไทยเป็นการช่วยสร้างภาพจำให้เธอ เสริมไปกับความที่เป็นคนจัดงานได้เรียบร้อย ใส่ใจในรายละเอียดของงาน ซึ่งปฏิธารบอกกับกับบีบีซีไทยว่า เป็นการ "ยกย่องอาชีพ” ของตัวเองด้วยอีกทางหนึ่ง 

มีคนเคยบอกเธอว่า ปฏิธารทำให้ภาพลักษณ์วิชาชีพสัปเหร่อแบบเดิม ๆ ดีขึ้น เพราะสัปเหร่อที่คนคุ้นเคยกันคือต้องเมาทั้ง ๆ ที่ทำศพยังไม่เสร็จ โดยเธอมองว่า งานศพเป็นงานสังคมที่จะได้มาเจอกัน เจ้าใหญ่นายโตมาเป็นประธาน

“การแต่งตัวก็เหมือนการให้เกียรติอาชีพตัวเอง ให้เกียรติคนตาย และให้เกียรติสถานที่ มันก็ส่งเสริมตัวเราขึ้นมา การแต่งตัวนี่สำคัญนะเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม” ปฏิธาร กล่าว

สัปเหร่อ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ไม่เกี่ยวกับเพศ

ในละแวกบ้านของปฏิธารเคยมีผู้หญิงที่เคยรับหน้าที่เป็นสัปเหร่อวัดไม่กี่คน แต่การเป็นคนที่มีความหลากหลายทางเพศแล้วเข้ามารับบทบาทผู้นำในพิธีศพ ถือได้ว่าเธอเป็นคนแรกและคนเดียวในละแวกบ้านเกิดของเธอ

“เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว กะเทยมันอยู่คู่สังคมมานาน สมัยก่อนก็ต้องปกปิดบ้าง ไม่เปิดเผยบ้าง แต่เดี๋ยวนี้เปิดเผยกว่าเดิมมากแล้ว ตอนนี้ใครจะเป็นก็เป็นไปเลย แต่ที่สำคัญเราต้องทำตัวให้มันดูดี ทำตัวให้มันสะอาด เพราะความสะอาดนี่คือเสน่ห์ของทุกอย่าง” ปฏิธาร อธิบาย 

ในชุมชนที่ปฏิธารอยู่ก็มีกลุ่มคนหลากหลายทางเพศอยู่หลายคน โดยบางคนทำธุรกิจจัดดอกไม้ บางคนอยู่ในธุรกิจทำโลงศพ และยังมีอีกหลายคนที่ประกอบอาชีพอย่างหลากหลาย

“เป็นกะเทยต้องเป็นให้สุด” เธอกล่าวเสริม 

สัปเหร่อ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ต้องมีศรัทธาในอาชีพ 

สัปเหร่อ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ทุกครั้งที่มีคนจ้างปฏิธารไปจัดงานศพให้ เธอจะเรียกค่าตอบแทนที่งานละ 1,000 บาท แต่เจ้าภาพจะให้เงินพิเศษกับเธอหลังจากเห็นผลงานที่เธอทำตั้งแต่จัดสถานที่ ผูกผ้าที่เมรุ จัดโต๊ะ ทำความสะอาดสถานที่ และทำพิธีเผาจนส่งมอบอัฐิให้เจ้าภาพงาน 

นอกจากนี้ เธอยังมีธุรกิจขายโลงศพและพวงหรีดชนิดต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมของเธอ โดยทุกวันนี้ เธอเริ่มชักชวนให้หลานชายของเธอมาเรียนรู้งานพิธีกรรมด้วยทุกครั้ง เผื่อวันหนึ่งที่เธออยากจะเกษียณ จะได้มีคนทำหน้าที่สัปเหร่อให้ชุมชนต่อจากเธอ 

“ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไร ก็ให้ศรัทธาในอาชีพของตัวเองแล้วไปให้สุด ถ้าทำไม่ได้ค่อยว่ากันใหม่ เชื่อเถอะค่ะ ถ้าสู้ในอาชีพของตัวเอง ไม่คดไม่โกง ไม่หลอกลวงใคร ไปให้สุดให้ปังให้ระเบิดไปเลย ไม่เกี่ยวกับเพศ” ปฏิธารกล่าว 

“เข้าวงการมา 19 ปี ตั้งแต่เด็กตั้งแต่ตอนอยู่ ม.1 เอาตรง ๆ นะ ความที่รักแรกคือมันชอบ มันชอบก็คือไม่คิดอะไรมากเลย ทุกวันนี้ไปในทางที่เราชอบ มันมีความสุข ถึงมันจะได้เงินมากเงินน้อย มันก็เป็นสุข และเราได้เป็นตัวของตัวเอง”

คำบรรยายวิดีโอ, เจ้าแม่วัดแห่งวงการเผาศพ