เช็กจุดยืน 43 กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ โหวตอย่างไรวาระ 1 ก่อนเลือก ณัฐวุฒิ บัวประทุม คุมเกม-นั่งประธาน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
พรรคเพื่อไทย (พท.) ต้องพ่ายซ้ำในการส่งแกนนำไป "คุมเกม" พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในห้องประชุมเล็ก เมื่อนายณัฐวุฒิ บัวประทุม จากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พร้อมวางกรอบเวลาในการทำงาน เพื่อให้มีร่างรัฐธรรมนูญไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติในวันเดียวกับการเลือกตั้งซึ่งจะเกิดขึ้นต้นปีหน้า
ในการพิจารณาวาระ 2 (พิจารณาเป็นรายมาตรา) จะใช้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 156 และเพิ่มหมวด 15/1 ที่มีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชป.) เป็นเจ้าของร่าง เป็น "ร่างหลัก" โดยมีร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็น "ร่างประกบ"
แม้การตราร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับนี้อยู่ภายใต้หลักการเดียวกัน นั่นคือ การเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสร้าง "กลไกที่มีความยึดโยงกับประชาชน" และ "ให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้ทรงอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญหลายภาคส่วนได้มีส่วนร่วม" ทว่าสาระสำคัญของทั้ง 2 ร่าง โดยเฉพาะโมเดลผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
บ่ายวันนี้ (20 ต.ค.) มีการประชุม กมธ. พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ... รัฐสภา นัดแรก ทั้งนี้ กมธ. ในสัดส่วนพรรค ปชน. เสนอชื่อนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธาน โดยให้เหตุผลว่าในเมื่อร่างของพรรค ปชน. เป็นร่างหลักก็เหมาะสมที่คนของพรรคจะนั่งเป็นประธาน ขณะที่ กมธ. ในสัดส่วนพรรค พท. เสนอชื่อนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นเจ้าของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกฉบับที่ถูกโหวตคว่ำกลางห้องประชุมรัฐสภา ลงชิงเก้าอี้ จึงต้องตัดสินกันด้วยการลงคะแนนลับ
ผลปรากฏว่า นายณัฐวุฒิได้รับเสียงสนับสนุนจากเพื่อนร่วม กมธ. มากกว่า 13 เสียง (25 ต่อ 12 และงดออกเสียง 3)
สำหรับนายณัฐวุฒิเป็น สส. 2 สมัย และ "มือกฎหมาย" ของพรรคสีส้ม ซึ่งในระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 นายณัฐวุฒิกล่าวว่า "นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วทำแล้วทำไมเราจะไม่ทำ" พร้อมเรียกร้องให้ สส. และ สว. ร่วมกันโหวตรับหลักการทั้ง 3 ร่าง แต่ในการเลือกร่างหลัก "ขอให้เลือกร่างที่จะไม่ถูกครหาว่ามีการฮั้วที่มาที่ไปของคนยกร่างรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวก็จะมีปัญหาเรื่องความชอบธรรม"
นอกจากนี้เขายังเป็น "ตัวพลิกเกม" ให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค ปชน. ถูกใช้เป็นร่างหลัก โดยเป็นผู้เสนอให้นับคะแนนใหม่ด้วยการขานชื่อ หลังการลงมติเลือกร่างหลักในรอบแรก ร่างของพรรค ปชน. แพ้ไปฉิวเฉียดเพียง 5 เสียง (297 ต่อ 292) ก่อนพลิกกลับมาเอาชนะร่างของพรรค ภท. ได้ในการโหวตรอบใหม่ (300 ต่อ 297) ทั้งนี้ข้อบังคับการประชุมสภาเปิดให้สมาชิกขอนับคะแนนใหม่ได้กรณีมีเสียงห่างกันไม่ถึง 30 เสียง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
43 กมธ. โหวตอย่างไรในวาระแรก
กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน 43 คน เกิดขึ้นหลังรัฐสภามีมติ "รับหลักการ" ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ เสนอโดยพรรค ปชน. และพรรค ภท. และ "ตีตก" 1 ฉบับ เสนอโดยพรรค พท.
แม้ร่างพรรคสีน้ำเงินผ่านความเห็นชอบในวาระที่ 1 ด้วยคะแนนสูงสุดในหมู่ 3 ร่าง แต่เมื่อต้องลงมติกำหนดว่าจะใช้ร่างของใครเป็นร่างหลักในการพิจารณาวาระที่ 2 ปรากฏว่าร่างพรรคสีส้มได้พลิกมาเฉือนเอาชนะไป 13 เสียง โดยได้เสียง สส. พรรคสีแดงมาร่วมโหวตสนับสนุนด้วย หลังจากร่างของนายชูศักดิ์ตกไปก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันยังมี สส. และ สว. บางส่วนทยอยออกจากห้องประชุม ทำให้เสียงฝ่ายสนับสนุนร่างของพรรค ภท. ขาดหายไป
ฉบับนายพริษฐ์
- ผลการลงมติในวาระที่ 1 เห็นชอบ 568 เสียง (สส. 460 เสียง สว. 108 เสียง) ไม่เห็นชอบ 10 เสียง (สส. 1 เสียง สว. 9 เสียง) งดออกเสียง 74 เสียง (สส. 4 เสียง สว. 70 เสียง)
- ผลการลงมติเลือกให้เป็นร่างหลัก: 300 เสียง (สส. 272 เสียง สว. 28 เสียง)
ฉบับนายอนุทิน
- ผลการลงมติในวาระที่ 1: เห็นชอบ 629 เสียง (สส. 462 เสียง สว. 167 เสียง) ไม่เห็นชอบ 8 เสียง (สส. 2 เสียง สว. 6 เสียง) งดออกเสียง 15 เสียง (สส. 1 เสียง สว. 15 เสียง)
- ผลการลงมติเลือกให้เป็นร่างหลัก: 287 เสียง (สส. 130 เสียง สว. 157 เสียง)
ฉบับนายชูศักดิ์
- ผลการลงมติในวาระที่ 1 เห็นชอบ 521 เสียง (สส. 461 เสียง สว. 60 เสียง) ไม่เห็นชอบ 16 เสียง (สส. 1 เสียง สว. 15 เสียง) งดออกเสียง 115 เสียง (สส. 3 เสียง สว. 112 เสียง)
- แม้ร่างของพรรคสีแดงมีคะแนนเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของ 2 สภา แต่ได้เสียงสนับสนุนจาก สว. ไม่ถึงเกณฑ์ 1 ใน 3 ของวุฒิสภาทั้งหมด ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้ร่างตกไป

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
สว.รัชนีกร ผู้โหวตไม่รับ 3 ร่าง แจงเหตุร่วมเป็น กมธ.
บีบีซีไทยตรวจสอบผลการลงมติของ 43 กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจาก สส. 31 คน และ สว. 12 คน เพื่อดูว่าพวกเขามีจุดยืนไว้อย่างไรในวาระ "รับหลักการ" และต้องการใช้ร่างไหนเป็น "ร่างหลัก" พบว่า พรรคสีส้มกับสีน้ำเงินมีเสียงยันกัน "คนละครึ่ง" ของ กมธ. ทั้งคณะ
21 คน โหวตสนับสนุนให้ใช้ร่างของนายพริษฐ์เป็นร่างหลัก โดย กมธ. ในกลุ่มนี้ได้โหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ ประกอบด้วย สว. 2 คนที่ไม่ได้อยู่ใน "กลุ่มใหญ่", พรรคประชาชน 9 คน, พรรคเพื่อไทย 9 คน และพรรคประชาชาติ 1 คน
18 คน โหวตสนับสนุนให้ใช้ร่างของนายอนุทินเป็นร่างหลัก แบ่งเป็น สว. 9 คน, สส. พรรคภูมิใจไทย 4 คน, พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน, พรรคกล้าธรรม 2 คน และพรรคพลังประชารัฐ 1 คน
3 คน ไม่ปรากฏการลงคะแนนในช่วงโหวตเลือกร่างหลัก แต่พวกเขาได้โหวตรับหลักการทั้ง 3 ร่าง มาจากพรรคประชาธิปัตย์ 2 คน และพรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน
1 คน งดออกเสียงคือ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว. นอกกลุ่มใหญ่ ซึ่งเคยมีชื่อปรากฏในโผ "สว. ประชาชน" หลังการเลือก สว. เมื่อปี 2567 โดยเธอเป็น กมธ. เพียงหนึ่งเดียวที่โหวต "ไม่เห็นชอบ" กับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใดเลย
ในระหว่างการพิจารณาวาระที่ 1 น.ส.รัชนีกรอภิปรายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการตั้ง สสร. หรือทำประชามติ โดยทิ้งวาทะ "เราต้องไปเสียเงินอีกหลายพันล้าน เพื่อให้เป็นแค่ตีตราประทับตราได้ว่าเป็นฉบับที่มาจากประชาชนเหรอคะ" เอาไว้กลางรัฐสภาเมื่อ 14 ต.ค.
น.ส.รัชนีกรกล่าวกับบีบีซีไทยว่า เธอเข้ามาเป็น กมธ. ในฐานะผู้แทน กมธ.การบริหารราชการแผ่นดิน "ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดิฉันเข้ามา ไม่อยากชมตัวเอง แต่เขาบอกว่ามีความรู้ ความสามารถ และที่ผ่านมา ดิฉันได้แปรญัตติร่างกฎหมายต่าง ๆ เกือบทุกฉบับ มีความสนใจ หากได้เข้ามาทำหน้าที่ก็จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ"
เธอกล่าวต่อไป การโหวตไม่รับหลักการทั้ง 3 ร่าง ไม่ได้หมายความว่าจะเข้ามาเป็น กมธ. ไม่ได้ หรือจะเอาเฉพาะฝ่ายเห็นด้วยมาคุยกันเท่านั้น เพราะทุกสังคมต้องมีคนทุกฝั่งมาตั้งข้อสังเกตกัน มีความเห็นหลากหลายมาประกอบกันเพื่อให้รอบด้าน
"ถ้าไปรอพูดในชั้นสุดท้าย (ร่างกลับเข้ารัฐสภาในวาระ 2 และวาระ 3) อาจช้าเกินไป การให้ความเห็นแต่แรก ช่วยคิดแต่แรก น่าจะดีกว่า อันนี้เป็นหลักทั่วไปไม่ว่าออกกฎหมายใด เขาก็ไม่ได้เอาแต่คนเห็นด้วย ถึงจะเข้าไปเป็น กมธ. ได้" น.ส.รัชนีกรกล่าว
สำหรับ กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วน สว. 12 คน มีอยู่ 1 ชุดที่ได้ล็อกให้มีตัวแทนเข้ามาเลยคือ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ส่วน กมธ.สามัญวุฒิสภาที่เหลืออีก 20 ชุด วิปวุฒิสภาใช้วิธีจับสลาก ซึ่ง 1 ใน 11 ชุดที่จับสลากได้ก็คือ กมธ.การบริหารราชการแผ่นดิน ที่มี พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี "สว. สีน้ำเงิน" เป็นประธาน นั่นเอง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
43 กมธ. โหวตอย่างไรในวาระแรก
สว. 12 คน
นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ (นอกกลุ่มใหญ่)
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายเอนก วีระพจนานันท์
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 1 ร่าง (ฉบับอนุทิน), งดออกเสียง 2 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
นายชวภณ วัธนเวคิน
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 1 ร่าง (ฉบับอนุทิน), งดออกเสียง 2 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 2 ร่าง (ฉบับอนุทิน, ฉบับพริษฐ์) ไม่รับหลักการ 1 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ (นอกกลุ่มใหญ่)
- ผลโหวตวาระที่ 1: ไม่รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: งดออกเสียง
นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 2 ร่าง (ฉบับอนุทิน, ฉบับพริษฐ์) งดออกเสียง 1 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร (นอกกลุ่มใหญ่)
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายกิตติพันธ์ อนันตกูลจิรโชติ
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 2 ร่าง (ฉบับอนุทิน, ฉบับพริษฐ์) งดออกเสียง 1 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
พ.ต.ท.สุริยา บาราสัน
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 2 ร่าง (ฉบับอนุทิน, ฉบับชูศักดิ์) งดออกเสียง 1 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
นายวอน หินดี
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 1 ร่าง (ฉบับอนุทิน) งดออกเสียง 2 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
นายจำลอง อนันตสุข
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 2 ร่าง (ฉบับอนุทิน, ฉบับพริษฐ์) งดออกเสียง 1 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
พรรคประชาชน 9 คน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายสหัสวัต คุ้มคง
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายปรีติ เจริญศิลป์
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายภัณฑิล น่วมเจิม
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายเชตวัน เตือประโคน
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายรอมฎอน ปันจอร์
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
พรรคเพื่อไทย 9 คน
นายชูศักดิ์ ศิรินิล
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายจาตุรนต์ ฉายแสง
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายสุธรรม แสงประทุม
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายก่อแก้ว พิกุลทอง
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์
นายเอกพร รักความสุข
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
พรรคภูมิใจไทย 4 คน
นายภราดร ปริศนานันทกุล
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
น.ส.แนน บุญธิดา สมชัย
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน
นายวิทยา แก้วภราดัย
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 2 ร่าง (ฉบับอนุทิน, ฉบับชูศักดิ์) งดออกเสียง 1 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 1 ร่าง (ฉบับอนุทิน) งดออกเสียง 2 ร่าง ไม่รับหลักการ
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
พรรคกล้าธรรม 2 คน
นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน
นายชัยชนะ เดชเดโช
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ไม่ปรากฏการลงคะแนน
นายทรงศักดิ์ มุสิกอง
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ไม่ปรากฏการลงคะแนน
พรรคพลังประชารัฐ 1 คน
นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับอนุทิน
พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ไม่ปรากฏการลงคะแนน
พรรคประชาชาติ 1 คน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
- ผลโหวตวาระที่ 1: รับหลักการ 3 ร่าง
- ผลโหวตเลือกร่างหลัก: ฉบับพริษฐ์

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ใครเป็นใครใน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ
ประธาน: นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.
รองประธาน: นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สส.ชัยภูมิ พรรค ภท. รองประธานคนที่ 1, พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ ปช. รองประธานคนที่ 2, นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. รองประธานคนที่ 3
เลขานุการ: นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรค ปชน.
โฆษก: นายนรเศษฐ์ ปรัชญากร สว., นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ สว., น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรค ปชน., นายเอกพร รักความสุข สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.
ที่มา: มติที่ประชุม กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อ 20 ต.ค. 2568

ที่มาของภาพ, HATAIKARN TREESUWSN/BBC THAI
การทำงานของ กมธ. ชุดนี้มีความสำคัญยิ่ง ทั้งในแง่การเคาะ "เนื้อหา" และตี "กรอบเวลา" เพราะถ้ายึดตามไทม์ไลน์ที่นำเสนอโดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี รัฐสภาควรลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ในช่วง 15-20 ธ.ค. กรณีต้องใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประชามติปี 2564 จัดให้มีการออกเสียงประชามติ หรือควรลงมติในวาระ 3 ในช่วง 15-19 ม.ค. 2569 กรณีมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่ เพื่อให้มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสอบถามความเห็นประชาชนในการลงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งรัฐบาล "พิเคราะห์แล้วเห็นว่า 29 มี.ค. 2569 เป็นวันที่เหมาะสมที่สุดในการจัดการเลือกตั้ง"
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้ประชาชนออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง แต่การออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 อาจรวมเป็นครั้งเดียวกันได้
ต่อมา รองนายกฯ บวรศักดิ์ได้ออกมาเปิดเผยโรดแมปเข้าคูหากาบัตร 4 ใบ เพื่อเลือก สส.แบบแบ่งเขต, เลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ, ทำประชามติรัฐธรรมนูญ โดยมี 2 คำถามอยู่ในบัตรเดียวกัน และบัตรใบสุดท้าย ต้องวินิจฉัยว่าจะให้ยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชาหรือไม่
สำหรับแนวคำถามประชามติรัฐธรรมนูญ 2 ข้อคือ
ข้อ 1 เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นใช้แทนรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่
ข้อ 2 เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามที่แนบมานี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ทั้งนักการเมือง นักวิชาการ และภาคประชาชนบางส่วนแสดงความกังวลต่อเนื้อหาในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรค ปชน. ทั้งรูปแบบผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ให้มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม และการไม่ได้เขียนล็อกว่าห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าอาจขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 10 ก.ย. หรือไม่ แม้เจ้าของร่างอย่างนายพริษฐ์จะยืนยันหลายครั้งว่า ร่างที่พรรค ปชน. เสนอไม่ได้ขัดคำวินิจฉัยของศาลก็ตาม
ถ้ารัฐสภาไม่อาจพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทันไทม์ไลน์ หรือเมื่อผ่านวาระ 3 ของรัฐสภา แล้วมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ นายบวรศักดิ์บอกว่า "ถ้าไปร้องศาล ก็ไปถามประชามติ 29 มี.ค. ไม่ได้ ก็ตั้งคำถามได้คำถามเดียวคือ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ full stop (จบนะ) สมมติศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่เสร็จ จะเอาไปทำประชามติได้ยังไง"
ทีมโฆษก กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่วมกันแถลงข่าว โดยกล่าวว่า เนื่องจาก กมธ. ตั้งเป้าหมายว่าอยากพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในสมัยประชุมนี้ ทำให้เวลาค่อนข้างจำกัด ดังนั้นจะมีการตั้งคณะทำงานชุดเล็กเพื่อหาข้อสรุปในประเด็นที่สังคมมีข้อสงสัยหรือตั้งคำถาม ก่อนเสนอต่อ กมธ. ชุดใหญ่ซึ่งจะประชุมกันสัปดาห์ละ 2 วันคือวันพุธและพฤหัสบดี
ส่วนกระแสข่าวว่าอาจมีคนไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กมธ. ยังไม่ได้พูดคุยกัน อย่างไรก็ตามในส่วนของเนื้อหาและกระบวนการที่ยังมีความกังวลใจ กมธ. อาจจะต้องไปทำการบ้าน และสื่อสารไปถึงสมาชิกรัฐสภาทุกคนให้มีความเข้าใจเนื้อหาของร่างก่อนที่โหวตในวาระ 2 และ 3
นายนรเศรษฐ์ โฆษก กมธ. กล่าวยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาในวาระ 2 เพราะหากรอเปิดสมัยประชุมในวันที่ 12 ธ.ค. อาจจะไม่ทัน











