ศาลเกาหลีใต้ตัดสินจำคุก 20 เดือน อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ฐานรับสินบน

A woman in a black suit, face mask and glasses is escorted into a court by a police officer who is holding her by the arm. Four men in suits sit at a table behind them

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประเด็นอื้อฉาวที่ คิม กอนฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้เผชิญอยู่นั้น เกิดขึ้นก่อนที่เส้นทางการเมืองของสามีของเธอ อดีตประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล จะจบลงเสียอีก
    • Author, เกวิน บัตเลอร์
    • Author, คิม ฮโยจอง
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
  • เวลาอ่าน: 3 นาที

ศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาว่า คิม กอนฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเกาหลีใต้ มีความผิดฐานรับสินบนจากกลุ่มองค์กรทางศาสนาที่ชื่อว่า โบสถ์เอกภาพ (Unification Church) และถูกตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 20 เดือน

อย่างไรก็ดี ศาลยกฟ้องข้อกล่าวหาเรื่องการปั่นราคาหุ้น และการฝ่าฝืนกฎหมายด้านการเงินระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งของเกาหลีใต้ โดยขณะนี้ยังมีคดีอีก 2 คดีที่ศาลยังไม่ได้พิจารณา

ที่ศาลแขวงกรุงโซลกลางในวันนี้ (28 ม.ค.) ผู้พิพากษา อู อิน-ซอง มีคำพิพากษาว่า คิม "ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์ส่วนตน"

"บุคคลใดยิ่งมีตำแหน่งระดับสูง บุคคลนั้นย่อมต้องมีสำนึกในการต่อต้านพฤติกรรมเช่นนี้… จำเลยไม่ปฏิเสธการชักชวนและหมกมุ่นกับการประดับตกแต่งร่างกายของตน" ผู้พิพากษาอ่านคำสั่ง

หลังจากศาลมีคำตัดสิน แถลงการณ์จากคิมระบุว่า "ฉันขอน้อมรับคำตักเตือนที่เข้มงวดของศาลและจะไม่มองข้ามความสำคัญของการตักเตือนนั้น" เธอกล่าวและว่า "ขอย้ำอีกครั้งว่าฉันขออภัยอย่างจริงใจต่อทุก ๆ คนสำหรับความกังวลที่ฉันได้ก่อขึ้น" เธอกล่าวเสริม ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้คิมได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ศาลยังสั่งให้เธอจ่ายคืนเงินสดเป็นจำนวน 12.85 ล้านวอน และมีคำสั่งยึดทรัพย์สร้อยคอเพชรของเธอด้วย

คำพิพากษาดังกล่าวมีขึ้นไม่ถึงสองสัปดาห์หลังจากอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล สามีของเธอ ถูกตัดสินจำคุกด้วยความผิดฐานใช้อำนาจในทางมิชอบและขัดขวางกระบวนการยุติธรรมเป็นเวลา 5 ปีจากความพยายามประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลว

นี่ยังนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คู่สมรสของประธานาธิบดีถูกตั้งข้อหาในขณะที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัว

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิม กอนฮี เข้าไปพัวพันกับประเด็นอื้อฉาว

กรณีอื้อฉาวที่เคยอยู่รายล้อมอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง คิม กอนฮี คือ กรณีรับสินบนเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อชาเนล 2 ใบ โชว์รูมรถยนต์หรูบีเอ็มดับเบิลยู และโบสถ์ที่เป็นที่ถกเถียง

คิม กอนฮี ถูกจับกุมเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้วด้วยข้อกล่าวหาหลายกระทง รวมถึงการรับสินบน การปั่นราคาหุ้น และการแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งเธอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

อัยการกล่าวหาว่า คิม วัย 52 ปี ทำกำไรมากกว่า 800 ล้านวอน (ราว 17 ล้านบาท) จากการมีส่วนร่วมในขบวนการปั่นราคาหุ้นของบริษัท ดอยช์ มอเตอร์ (Deutsche Motors) ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในเกาหลีใต้ ระหว่างเดือน ต.ค. 2010 ถึง ธ.ค. 2012

นอกจากนี้ เธอยังถูกกล่าวหาว่ารับกระเป๋าหรู สร้อยเพชร และของขวัญอื่น ๆ มูลค่าสูงสุดราว 80 ล้านวอน (ราว 1.7 ล้านบาท) เป็นสินบนจากโบสถ์เอกภาพ (Unification Church) เพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางธุรกิจ

เธอยังถูกกล่าวหาว่ารับผลสำรวจความคิดเห็นจำนวน 58 ครั้งซึ่งมีมูลค่า 270 ล้านวอน (5.86 ล้านบาท) จากมยอง แท-กยุน ผู้เป็นนายหน้าทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2022

คุณวุฒิที่น่าสงสัย

ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเกาหลีใต้ คิม กอนฮี ซึ่งมีชื่อเดิมว่า คิม มยอง-ชิน เคยเป็นนักธุรกิจและผู้หลงใหลในศิลปะมาก่อน

เธอจบการศึกษาในสาขาศิลปะจากมหาวิทยาลัยสตรีสุกมยอง(Sookmyung Women's Universit) ในปี 1999 ทว่าในเวลาต่อมา เธอก็ต้องเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหามากมายที่ชี้ว่าเธอเคยลอกเลียนผลงานคนอื่นมาตลอดการศึกษา จนมหาวิทยาลัยต้องออกมายกเลิกวุฒิจบการศึกษาของเธอในปี 2025 หลังจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยของมหาวิทยาลัยพบว่า วิทยานิพนธ์ของเธอมีความบกพร่อง

เธอไม่เคยออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ต่อหน้าสาธารณชนแต่อย่างใด

ในปี 2009 เธอก่อตั้งบริษัทจัดนิทรรศการทางศิลปะที่ชื่อว่า โควานา คอนเทนท์ส (Covana Contents) ซึ่งเธอยังคงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และประธานบริษัทอยู่ อย่างไรก็ดี ในปี 2019 สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า เธอถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงการชำระภาษี และได้รับเงินใต้โต๊ะจากการจัดนิทรรศการศิลปะ

คิม ซึ่งได้ก้าวลงจากตำแหน่งดังกล่าวแล้ว ได้รับการยกฟ้องในข้อกล่าวหาเหล่านี้เมื่อปี 2023 อย่างไรก็ดี อัยการพิเศษกำลังรื้อคดีนี้ขึ้นมาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง

ต่อมาในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2022 ซึ่งสามีของเธอเป็นผู้ชนะ ยังมีข้อกล่าวหาเกิดขึ้นอีกว่า คิมยื่นใบสมัครเข้ามหาวิทยาลัยและบริษัทเอกชนโดยระบุคุณวุฒิและรางวัลที่ไม่เป็นความจริง เรื่องนี้ได้จุดชนวนกระแสที่อื้อฉาวเกี่ยวกับการ "สร้าง" ประวัติหรือคุณสมบัติขึ้นมา

เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาเหล่านี้ ซึ่งสมาชิกฝ่ายค้านบางส่วนพยายามนำมาใช้เป็นอาวุธทางการเมืองโจมตีสามีของเธอ คิมได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสาธารณะต่อสิ่งที่เธอเรียกว่า "กล่าวเกินจริง" ในเอกสารประวัติส่วนตัว

เธอยังให้คำมั่นว่าหากสามีของเธอได้เป็นประธานาธิบดี เธอจะ "มุ่งทำหน้าที่ของการเป็นภรรยาเท่านั้น"

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายพฤติกรรมของเธอในบทบาทดังกล่าวนั้นเองที่ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านรุนแรงที่สุด

ข่าวฉาวกระเป๋าหรู

ในช่วงปลายปี 2023 มีคลิปจากกล้องแอบถ่ายซึ่งเผยให้เห็นภาพของคิม กอนฮี กำลังรับกระเป๋าหรูจากบุคคลรายหนึ่ง ภายในสำนักงานแห่งหนึ่งในกรุงโซล ในเดือน ก.ย. 2022

รายงานระบุว่า คลิปดังกล่าวถูกบันทึกอย่างลับ ๆ โดยบาทหลวง ชเว แจยอง ด้วยกล้องที่ซ่อนอยู่ในนาฬิกาข้อมือ และการเผยแพร่คลิปนี้ได้เพิ่มแรงกดดันและการตรวจสอบจากสาธารณชนต่อตัวเธอเองรวมไปทั้งสามี อดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล

ภาพในคลิปดูเหมือนจะแสดงให้เห็นนายชเวเดินเข้าไปซื้อกระเป๋าหนังลูกวัวสีฟ้าอมเทา จากร้านค้าแห่งหนึ่ง โดยใบเสร็จระบุราคาที่ 3 ล้านวอน (ราว 65,000 บาท) จากนั้น นายชเวได้เดินทางไปยัง บริษัทโควานา คอนเทนท์สของคิมที่ตั้งอยู่ในกรุงโซล

ในคลิปดังกล่าว คิมถามบาทหลวงว่า "ทำไมคุณถึงเอาของพวกนี้มาให้ฉันเรื่อย ๆ"

กฎหมายเกาหลีใต้กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐและคู่สมรส ห้ามรับของขวัญที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านวอน (ราว 21,000 บาท) ต่อครั้ง หรือรวมเกิน 3 ล้านวอน (ราว 65,000 บาท) ภายในหนึ่งปีงบประมาณ

แม้คลิปวิดีโอจะไม่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางคิมรับของขวัญดังกล่าว แต่สำนักข่าวโคเรีย เฮรัลด์ (Korea Herald) รายงานในขณะนั้นว่า สำนักงานประธานาธิบดีได้ยืนยันการได้รับกระเป๋าใบดังกล่าว และระบุว่ากระเป๋าถูก "จัดการและเก็บรักษาไว้ในฐานะทรัพย์สินของรัฐ"

Yoon Suk Yeol walking in front of his wife Kim Keon Hee

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ยุน ซอก-ยอล และ คิม กอนฮี กลายเป็นกรณีแรกในประวัติศาสตร์ที่ทั้งอดีตประธานาธิบดีและอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งถูกจำคุกพร้อมกัน

ในตอนนั้น สำนักงานประธานาธิบดีไม่ได้ออกมาตอบสนองต่อรายงานข่าวดังกล่าวในทันที ซึ่งยิ่งทำให้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่กลุ่มภาคประชาชนได้ยื่นร้องเรียนต่ออัยการ โดยระบุถึงความเป็นไปได้ในการละเมิดกฎหมายต่อต้านการทุจริต

เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในข้อกล่าวหาทั้งหมด 16 กรณีที่คณะอัยการพิเศษนำมาพิจารณา โดย 12 กรณีถูกส่งต่อให้ตำรวจสอบสวนเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี คำพิพากษาในวันนี้ (28 ม.ค.) มุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่า คิมรับสินบนอื่น ๆ จากโบสถ์เอกภาพ (Unification Church) รวมถึงการมีส่วนพัวพันกับการปั่นราคาหุ้นของ Deutsch Motors และการแทรกแซงการเลือกตั้ง

คิมปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด แม้จะยอมรับว่าเคยได้รับกระเป๋าแบรนด์ชาเนลจริง แต่ระบุว่าได้ส่งคืนไปแล้วโดยไม่ได้ใช้งาน

เมื่อเดือนที่แล้ว อัยการได้ขอให้ศาลลงโทษจำคุกเธอเป็นเวลา 15 ปี พร้อมปรับเงิน 2,000 ล้านวอน (ราว 43 ล้านบาท) โดยระบุว่าเธอ "อยู่เหนือกฎหมาย" และสมคบกับโบสถ์เอกภาพ เพื่อบ่อนทำลาย "หลักการแบ่งแยกระหว่างศาสนาและรัฐตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด"