สำรวจกระแสแก้ปีชง “พุทธพาณิชย์” ใน “แดนสวรรค์แห่งความเชื่อ” ที่สวนทางวัฒนธรรมจีน

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, “ชุดแก้ปีชง” ประกอบด้วย ส้ม น้ำมันตะเกียง ซองบรรจุดวงชะตา และสุดท้ายคือ กระดาษหงิ่งเตี๋ย หรือกระดาษเงินกระดาษทอง 12 แผ่น
    • Author, ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

หากค้นหาคำว่า “แก้ปีชง 2567” บนอินเทอร์เน็ต จะพบบทความมากมายว่า คนเกิดปีจอ มะโรง ฉลู มะแม ควรแก้ปีชง พร้อมรายชื่อแหล่งทำพิธียอดนิยม ตามวัดและศาลเจ้าทั่ว กทม.-ไทย ซึ่งวัดบางแห่งที่รับแก้ปีชง ก็ไม่ใช่วัดจีน แต่เป็นวัดตามพุทธศาสนาแบบเถรวาท

ในสังคมออนไลน์เอง หมอดู-โหราจารย์ ทั้งสายพุทธและจีนจำนวนไม่น้อย โฆษณาการเสริมดวงแก้ชงตั้งแต่เข้าสู่ปี 2567 อย่างคึกคัก ยกตัวอย่างเพจ “หมอปลาย พรายกระซิบ” ที่ขายแพคเกจพิธีแก้ปีชง ในราคา 1,500 – 2,999 บาท แม้แต่บุคคลธรรมดาเองก็เปิดธุรกิจรับไปแก้ปีชงแทน ตามวัด-ศาลเจ้า ต่าง ๆ ในราคาหลักหลายร้อยบาทต่อคน

“นี่มันธุรกิจ เป็นพุทธพาณิชย์” ผศ.ถาวร สิกขโกศล ผู้เชี่ยวชาญด้านจีน และผู้เขียนหนังสือ “ความรู้เรื่องชง และเรื่องน่ารู้จีน-ไทย” บอกกับบีบีซีไทย

.

ที่มาของภาพ, สำนักพิมพ์แสงดาว

เขายืนกรานว่า “ชง” ไม่ใช่ศาสตร์หรือพิธีกรรมทางพุทธศาสนา แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมจีน ที่เกิดจากปรัชญาการสังเกตและปรับตัวอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ผ่านปี-ปัญจธาตุ-นักษัตรประจำปีเกิด ที่ข่มหรือเกื้อหนุนกัน

แต่พิธีกรรม ชุดสักการะแก้ชง รวมถึงการโปรโมทศาสนสถานต่าง ๆ เป็นพิกัดแก้ชงที่เกิดขึ้นในไทย “ถ้าพูดแบบไม่เกรงใจ มันเกิดจากพวกที่หากินเรื่องชง... หมอดูที่หากินทางนี้ เขาทักขึ้นมา แล้ววัดก็ถือโอกาสหาเงิน และมันก็หนักขึ้นทุกที” ผศ.ถาวร ที่เคยเป็นอาจารย์ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง

ด้าน สมชัย กวางทองพานิชย์ นักประวัติศาสตร์ชุมชนจีน ที่อาศัยอยู่ย่านสำเพ็งมาทั้งชีวิต เล่าว่า ภาพการแก้ชงตามวัด-ศาลเจ้า ที่เห็นจนเหมือนปกตินี้ เริ่มเกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อน จากบทความเรื่อง “แก้ปีชง” ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์

“แล้วมันก็ค่อย ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำมากขึ้นเรื่อย ๆ จนการแก้ปีชงกลายเป็นกิจกรรมหลักในเทศกาลตรุษจีน” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า กระแสแก้ปีชงเริ่มเห็นชัดขึ้นในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาจากอิทธิพลสังคมออนไลน์ และสื่อที่ลงข่าวโปรโมททุกช่วงต้นปี แต่ส่วนตัวแล้ว เขาไม่ต่อต้านการแก้ชง หากไม่เบียดเบียนเงิน และผู้ทำพิธีได้รับความสบายใจตอบแทน

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ปัดกระดาษหงิ่งเตี๋ยออกจากตัว 12 ครั้ง เชื่อว่า เทพเจ้าจะคุ้มครอง 12 เดือน

แล้วเนื้อแท้ของ “ชง” คืออะไร หลักปรัชญาจีนกลายเป็นพิธีกรรมติดกระแสในไทยได้อย่างไร แล้ว “ปีชงมีไว้สำหรับหลอกคนโง่” ตามที่ แพรรี่-ไพรวัลย์ วรรณบุตร อดีตพระนักเทศน์ที่ผันตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์ดัง ได้กล่าวไว้หรือไม่ บีบีซีไทยชวนผู้อ่านมาทำความเข้าใจ ในบทความนี้

“ปัดรังควาน” 12 ครั้ง เทพคุ้มครอง 12 เดือน

เมื่อเดินผ่านธรณีประตูวัดจีนแห่งหนึ่งในเยาวราช จะได้ยินบันทึกเสียงที่เล่นซ้ำไปมาผ่านโทรโข่ง เพื่อแนะนำผู้มาเยือนว่า “ซื้อชุดสะเดาะเคราะห์ แก้ปีชง เดินตามลูกศรสีเหลือง ทำบุญ ไหว้พระ เสริมดวง เดินตามลูกศรสีแดง”

เมื่อเดินตามลูกศรสีเหลืองบนพื้น ไปสู่ห้องโถงของวัด มองไปตรงหน้าจะมีคูหาให้มาซื้อ “ชุดแก้ปีชง” เพื่อไปประกอบพิธี ประกอบด้วย ส้ม น้ำมันตะเกียง ซองบรรจุดวงชะตา (เพื่อเขียนชื่อ-นามสกุล) และสุดท้ายคือ กระดาษหงิ่งเตี๋ย หรือกระดาษเงินกระดาษทอง 12 แผ่น ที่ผู้ทำพิธีจะนำมา “ปัด” ตัวเองจากศีรษะจรดเท้า 12 ครั้ง แล้วมอบกระดาษไว้ให้กับทางวัด

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ปี 2567 ปีชงคือ มะโรง จอ มะแม ฉลู
.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ไท้ส่วย (ไท้ส่วยเอี๊ยกง) (ขวาสุด) เป็นเทพเจ้าที่ผู้คนมาไหว้เพื่อให้คุ้มครองดวงชะตา

บีบีซีไทยถาม สมชัย ซึ่งนั่งมองผู้คนทุกเพศ-วัย-ศาสนา ทำท่าปัดกระดาษทั่วตัวซ้ำไปมา ว่าทำไปเพื่ออะไร

“คล้าย ๆ ปัดรังควาน อาจเป็นพิธีแบบกวางตุ้งผสมแต้จิ๋ว แล้วผสมวิถีชีวิตของคนไทย” ซึ่งปัดรังควานนั้น เป็นพิธีแบบไทย เพื่อขับไล่ภูตผีและสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต

เขาอธิบายต่อว่า การปัดออกจากตัว 12 ครั้งต่อหน้าเทพไท้ส่วย (ไท่ซุ่ย) ซึ่งถือกันว่าเป็นเทพแห่งปีชง ก็คือการขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเรา 12 เดือนต่อจากนี้

“ไหว้ธรรมดา คงไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ ต้องมีแอคชัน... แต่ถ้าเชื่อจริง ๆ นะ คิดดูว่าเราปัดออก 12 ครั้ง หันหลังกลับไป คนปัด (เคราะห์) ใส่เราเป็นร้อยเลย” สมชัย กล่าวติดตลก

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ปัดเสร็จแล้ว ก็นำกระดาษฝากไว้กับทางวัด ไม่ได้นำไปเผา

พิธีแก้ชงที่บีบีซีไทยได้สำรวจตามวัดและศาลเจ้าต่าง ๆ พบว่าไม่มีรูปแบบตายตัว บางแห่งใช้การปัดตัว บางแห่งให้นำ “ชุดแก้ชง” วนรอบศีรษะก่อนเผา หรือไหว้พระ-ทำบุญบริจาค ทั่วไป

“ฉันเกิดปีจอ ถือว่า ชง 100% เลยมาแก้ชงเป็นครั้งแรก” เจน หนึ่งในผู้มาแก้ชง กล่าว โดยปี 2567 เป็นปีมะโรง หรืองูใหญ่ มีนักษัตรประจำปีเกิดที่ชง 4 ปี คือ มะโรง จอ ฉลู และมะแม

“มันก็เป็นที่พึ่งอย่างหนึ่ง โชคดีมันก็ขึ้นอยู่กับศรัทธา ความเชื่อ ขึ้นอยู่กับจิตเรา เรามาแล้วสบายใจ”

ปรัชญาแห่ง “ชง”

หนังสือ “ความรู้เรื่องชง และเรื่องน่ารู้จีน-ไทย” ของ ผศ.ถาวร สิกขโกศล อธิบายว่า ชง มีความหมายว่า “ข่ม-ขัดแย้ง” และเกี่ยวข้องกับปีเกิดของคน ตามปฏิทินสุริยคติรอบฤดูกาลของจีนโบราณ ที่เชื่อมโยงเข้ากับหลักปรัชญาต่าง ๆ ของจีน ดังนี้

  • ปัญจธาตุ: ปรัชญาสำนักยิน-หยาง ว่าด้วยธาตุทั้ง 5 คือ ดิน น้ำ ไฟ โลหะ ไม้ ที่แต่ละธาตุก็มีผล “ข่ม” เช่น น้ำข่มไฟ ไฟข่มโลหะ และ “เกื้อหนุน” อาทิ ดินให้กำเนิดโลหะ โลหะให้กำเนิดน้ำ เป็นต้น
  • ธาตประจำนักษัตร: ปีนักษัตรของคนมีธาตุประจำปี แยกตามหลักหยิน-หยาง เช่น ปีชวด-น้ำหยาง ฉลู-ดินหยิน ขาล-ไม้หยาง เถาะ-ไม้หยิน มะโรง-ดินหยาง เป็นต้น
  • รอบปีนักษัตร 12 ปี: คือ การชงเมื่ออายุครบ 1 รอบ (12 ปี) ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุด รองลงมาคือ ชง 6 ปี (ชงตรงข้าม) และ ชง 3 ปี (ชงเฉียง) ด้วยความรุนแรงลดหลั่นกันไป ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับปีนักษัตรแล้ว จะพบว่า ปีที่ 3, 6 และ 12 จะตรงกับปีนักษัตรที่มีธาตุข่มปีเกิดของเราพอดี

“ชง เป็นปกติของธรรมชาติ เพราะธรรมชาติมีของหนุนกันและข่มกัน อย่างเช่น น้ำข่มไฟ ไฟข่มไม้ น้ำเสริมไม้ แต่ถ้าเราทำตัวเข้มแข็ง อะไรก็มาข่มเราไม่ได้ แล้วเราก็อย่าไปข่มคนอื่น เพราะจะเกิดการโต้กลับ” ผศ.ถาวร ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย

.

ที่มาของภาพ, คณะการแพทย์แผนจีน ม.หัวเฉียว

ผศ.ถาวร อธิบายด้วยว่า การแก้ชงตามวัฒนธรรมจีนนั้น เป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งของการเข้าวัดในช่วงส่งท้ายปี หรือรับวันตรุษจีน โดยไม่มีพิธีกรรมที่สลับซับซ้อน และไม่ต้องซื้อชุดแก้ปีชง เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นจริงเป็นจัง เหมือนที่เห็นในสังคมไทยปัจจุบัน

“จีนมีคำว่า ดวง 3 ความพยายาม 7... ปีชงไม่ชงเป็นเพียงตัวเสริม เพราะชีวิตคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับชงอย่างเดียว ชงนี่มีอิทธิพลต่อชีวิตคุณน้อยที่สุดเลย”

แต่ “จีนเชื่อในสิ่งลี้ลับอยู่บ้าง” เขากล่าวต่อ โดยวัฒนธรรมจีนจะเคร่งครัดเรื่องปีชง ใน 2 เหตุการณ์สำคัญของชีวิต คือ

  • การแต่งงาน: หากว่าที่คู่สมรสมีปีเกิด “ชง” ญาติผู้ใหญ่จะขอให้มีการตรวจดวงกันโดยละเอียด
  • วันตาย: ช่วงการบรรจุศพลงโลง จะขอให้ญาติมิตร-แขก ที่มีปีเกิด “ชง” กับผู้ตาย อยู่ให้ห่างจากสถานที่จัดพิธี
.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, สมชัย กวางทองพานิชย์ พ่อค้าเชือกสำเพ็ง ผู้รู้ทุกซอกมุมของเยาวราช

สำหรับชายวัยกว่า 60 ปี ซึ่งหากนับตาม “ชง” แล้ว สมชัย (ปีขาล) ผ่านปีชงใหญ่มาแล้ว 5 รอบ เขามองว่าการนับปีชง เสมือน “หมุดหมายของชีวิต” มากกว่าพิธีกรรมที่ต้องกระทำ

“ตอนชงครั้งแรก เรายังเด็กอยู่ แล้วตอนวัยรุ่นเราทำอย่างไร สุดท้าย เราชงครั้งที่ 5 เราก็แก่แล้ว (60 ปี) แล้วเราต้องดำรงชีวิตอย่างไร ตรงนี้ เป็นหมุดหมายในการดำรงชีวิตให้เหมาะสมกับอายุของเรา”

ไทย... แดนสวรรค์แห่งความเชื่อ

แม้ปีชงจะมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมและหลักปรัชญาของจีน แต่ ผศ.ถาวร ชี้ว่า วัดและศาลเจ้าในจีนส่วนใหญ่ไม่ได้ส่งเสริมการแก้ปีชงอย่างเอิกเกริกเหมือนที่แพร่หลายในไทย

ส่วนหนึ่งเพราะการแก้ปีชง ผูกติดอยู่กับการไหว้พระขอบคุณเทพเจ้าช่วงปลายปี-ขึ้นตรุษจีน อีกทั้ง รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนควบคุม “ความเชื่อสิ่งลี้ลับ” ที่เกินพอดี

“เมืองไทยเป็นแดนสวรรค์ของความเชื่อ” ผศ.ถาวร ที่ยังเคยเป็นที่ปรึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม บริษัท ซีพี ออลล์ ตอบบีบีซีไทย เมื่อถามความเห็นถึงพิธีกรรมแก้ชงที่หลากหลายในไทย ทั้งตามวัด ศาลเจ้า และคอร์สแก้ชงทางออนไลน์

เขายังเปรียบกระแสแก้ปีชงในไทย เป็น “วิญญาณนิยม” (Animalism) หรือการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ และว่า การใช้เงินปริมาณมากเพื่อแก้ปีชงเป็นการ “ว่าจ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์” ที่เทียบได้กับการ “บนบานศาลกล่าว” ตามความเชื่อแบบไทย และการขาย “ใบไถ่บาป” ของคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ในยุโรป

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, แก้ปีชงในโลกออนไลน์ก็ได้

ทีมข่าวบีบีซีไทยเดินทางต่อไปยังวัดบำเพ็ญจีนพรตของคณะสงฆ์จีนนิกายมหายาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถนนเยาวราชเส้นหลัก บรรยากาศในวัดถือว่าเงียบสงบ ตรงข้ามกับความอึกทึกในวัดก่อนหน้า

ย้อนไป 10 ปีก่อนหน้านี้ ทางวัดได้นำรูปปั้น “เทพเจ้าไท้ส่วย” มาประดิษฐาน เพื่อให้ญาติโยมได้เข้ามาแก้ปีชง แต่ไม่ได้ติดป้ายโปรโมทอย่างชัดเจน

“การแก้ชงอยากให้มองว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง คนที่ชงหรือไม่ชงก็สามารถทำได้” พระเสี่ยโร่ย หนึ่งในพระลูกวัด กล่าว “เรามาพึ่งบารมีของเทพเจ้า และมาทำทานด้วย สิ่งเหล่านี้ก็สงเคราะห์กันในหลักการพุทธศาสนา

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พระเสี่ยโร่ย อยากให้ประชาชนแก้ชงอย่างมีสติ

พระเสี่ยโร่ย ที่บวชเรียนมา 8 พรรษา อธิบายต่อในทางพุทธศาสนาว่า “จะชงหรือไม่ชง จะโชคดีหรือโชคร้าย เป็นกรรมของเราที่เคยกระทำมาก่อน เฉพาะฉะนั้น ต้องใช้สติและบำเพ็ญดีเอาไว้มาก ๆ ถึงจะหลบเลี่ยงความโชคร้ายนี้ได้”

แก้ปีชง เพราะความกลัว

สมชัย ที่มีอาชีพหลักเป็นพ่อค้าเชือกย่านสำเพ็ง มองว่าการที่วัดพุทธมหายานอย่างวัดบำเพ็ญจีนพรตนำเทพเจ้าแห่งปีชงมาให้ประชาชนสักการะ หรือการสะเดาะเคราะห์-แก้ปีชง ที่แพร่หลายอย่างมากในไทย อาจไม่ได้เป็น “พุทธพาณิชย์” โดยเจตนา แต่เป็นกุศโลบายให้คนเข้าวัดทำบุญ

“ผมมองว่าเป็นเรื่องดี... บางครั้งการให้คนเข้าวัด อาจต้องมีความกลัวเป็นพื้นฐานก็ได้” สมชัย ระบุ โดยความกลัวที่เขากล่าวถึง คือความกลัวเรื่องโชคร้ายต่าง ๆ ต่อชีวิต การงาน ทรัพย์สิน และครอบครัว

แต่เขาก็อยากให้ประชาชนเข้าใจปรัชญาที่อยู่เบื้องหลัง และ “แก้ปีชง” อย่างถูกต้อง เพราะช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา ผู้คนมหาศาลมาแก้ปีชงตามวัด-ศาลเจ้า ทั่วเยาวราช แต่จริง ๆ แล้ว การแก้ปีชงควรทำหลัง 15.00 น. วันที่ 4 ก.พ. 2567 ซึ่งมีการเปลี่ยนศักราช และเทพเจ้าไท้ส่วยองค์ใหม่ เคลื่อนเข้ามาประจำ

สมชัย ควักปฏิทินจีนที่เรียกว่า “น่ำเอี้ยง” ออกมา แล้วชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 3 ก.พ. 2567 ยังเป็นนักษัตร “ปีเถาะ” แล้วเมื่อเปิดไปหลังวันที่ 4 ก.พ. จึงปรากฏว่าเป็น “ปีมะโรง”

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, "การให้คนเข้าวัด อาจต้องมีความกลัวเป็นพื้นฐานก็ได้” สมชัย ระบุ

หมายความว่า คนที่มาแก้ชงก่อนหน้าวันที่ 4 ก.พ. ด้วยความไม่รู้ ก็เสมือน “เอาของไหว้มาเซ่นเทพเจ้าไท้ส่วยที่กำลังจะเกษียณออกไป” แต่ยังไม่ได้ขอความคุ้มครองเทพเจ้าไท้ส่วยประจำปี 2567 อย่างแท้จริง

บีบีซีไทยถาม ผศ.ถาวร ว่า การที่คนไทยแก้ปีชงได้ตลอดปี หมายถึงอะไร เขาตอบว่า “หนึ่ง เกิดจากการโหมโฆษณา และสอง คนที่ไปแก้ รู้สึกไม่มั่นคงในชีวิต”

แต่ “ที่แย่มาก คือ ศาลเจ้าหรือวัดจีนทำก็ยังโอเค แต่วัดไทย ทำไมไปทำด้วย แล้ววัดจีนศาลเจ้าจีนแต่เดิมมาก็ไม่มีพิธีแก้ชงโดยเฉพาะ แบบเป็นพิธีกรรมใหญ่โต” เขากล่าว

ผู้เขียนหนังสือ “ความรู้เรื่องชง และเรื่องน่ารู้จีน-ไทย” ยังเตือนถึงการโหมประชาสัมพันธ์การแก้ปีชง หรือพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ที่มากเกินพอดีว่าอาจเป็น “ภัยความมั่นคงต่อมนุษย์”

“มันทำให้มนุษย์เสียความพยายามที่จะพึ่งตนเอง แล้วฝากโชคชะตาไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมว่ามันเป็นภัยต่อความมั่นคงของมนุษย์ เพราะโลกพิสูจน์มาแล้วว่า เรื่องพวกนี้เป็นแค่กำลังใจ”