7 เรื่องควรรู้ เกี่ยวกับว่าที่ 200 สว. ชุดใหม่

ที่มาของภาพ, thai news pix
สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ ที่ได้รับการเลือกรอบสุดท้ายจำนวน 200 คน จะได้รับการรับรองผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ก.ค. เป็นต้นไป
บีบีซีไทยรวบรวมข้อเท็จจริงน่ารู้และข้อสังเกตต่าง ๆ จากหน้าตาว่าที่ สว. ชุดใหม่ ที่จะทำหน้าที่ในสภาสูงของประเทศไทยไปอีก 5 ปี
ว่าที่ สว. 200 คน เลือกกันมาอย่างไร
สว. หรือสมาชิกวุฒิสภา ชุดที่เพิ่งได้รับเลือกเมื่อ 26 มิ.ย. มีจำนวน 200 คน จากทั้งหมด 20 กลุ่มอาชีพ โดยทั้งหมดมาจากการเลือกกันเองทั้งในกลุ่มอาชีพ และเลือกไขว้กลุ่ม ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด จนถึงระดับประเทศ
ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปไม่ได้มีสิทธิเลือก ไม่เหมือนการเลือกตั้ง สส. โดยผู้ที่มีสิทธิโหวตเลือก สว. คือ ผู้ที่ลงสมัครเป็น สว. เท่านั้น โดยทุกคนต้องจ่ายเงินค่าสมัคร 2,500 บาท
ในการเลือก สว. 2567 มีผู้สมัครทั่วประเทศทั้งสิ้นไม่ถึงครึ่งแสน หรือ 48,117 คน โดยเปิดรับสมัครเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นการเลือก สว. ได้เกิดขึ้นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ในเดือน มิ.ย. โดยจบการเลือกรอบสุดท้ายในระดับประเทศ ที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 26-27 มิ.ย. ที่ผ่านมา
- การเลือกระดับอำเภอ 928 อำเภอ ทั่วประเทศมีผู้สมัครราว 48,000 คน ได้ผู้สมัครผ่านรอบนี้ 23,645 คน
- การเลือกระดับจังหวัด 77 จังหวัด ผู้สมัคร 23,645 คน ได้ผู้สมัครผ่านรอบนี้ 2,995 คน
- การเลือกระดับประเทศ ผู้สมัครจากทั่วประเทศ 2,995 คน เลือกกันเองในกลุ่มอาชีพจนเหลือ 800 คน เพื่อมาเลือกไขว้กลุ่ม จนได้ว่าที่ สว. ตัวจริง 200 คน
สว. 200 คนนี้ มีอำนาจที่แตกต่างจาก สว. 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือที่เรียกว่า “สว. เฉพาะกาล” ที่มีอำนาจลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ดังที่พวกเขาเคยโหวตเลือกนายกฯ มาแล้ว 2 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายเศรษฐา ทวีสิน
สว.ชุดใหม่ จะไม่มีอำนาจโหวตนายกฯ แล้ว แต่จะเหลืออำนาจเพียง 4 ข้อ ได้แก่ พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลั่นกรองกฎหมาย เลือกกรรมการองค์กรอิสระ และตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล
ส่วน สว.เฉพาะกาล หมดวาระไปเมื่อ 10 พ.ค. 2567 แต่ยังคงรักษาการตามกฎหมายอยู่
ว่าที่ สว. ส่วนใหญ่ มาจากจังหวัดไหน
บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่สามารถส่งผู้สมัคร สว. เข้าไปอยู่ในสภาสูงได้มากที่สุดในประเทศถึง 14 คน
สำหรับ 5 อันดับของจังหวัดที่มี สว. มากที่สุด (รวมจังหวัดที่มี สว. เท่ากันด้วย) ได้แก่
- บุรีรัมย์ 14 คน
- กทม. 9 คน
- พระนครศรีอยุธยา และสุรินทร์ จังหวัดละ 7 คน
- สงขลา, สตูล และอ่างทอง จังหวัดละ 6 คน
- นครศรีธรรมราช, เลย, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ และอุทัยธานี จังหวัดละ 5 คน
12 จังหวัดข้างต้นที่มี สว. มากที่สุด รวมกันได้ 80 คน คิดเป็น 40% จาก 200 คนของสภาสูง
ในขณะเดียวกัน ก็มี 13 จังหวัดที่ไม่มี สว. แม้แต่คนเดียว ได้แก่ กาฬสินธุ์, กำแพงเพชร, ตาก, นราธิวาส, เพชรบูรณ์, มหาสารคาม, แม่ฮ่องสอน, ร้อยเอ็ด, ลพบุรี, สกลนคร, สระแก้ว, อุตรดิตถ์ และอุดรธานี
หากคิดในแง่สัดส่วนของประชากรรายจังหวัด หรือความเป็นจังหวัดใหญ่ จังหวัดเล็ก เทียบกับจำนวนว่าที่ สว. ก็พบตัวเลขที่น่าสนใจ และแสดงให้เห็นว่าที่มาของ สว. ชุดนี้ไม่ได้มีความเป็นตัวแทนเชิงพื้นที่อย่างเท่าเทียม ยกตัวอย่างเช่น
- จ.บุรีรัมย์ ประชากร 1.5 ล้านคน ได้ สว. 14 คน
- จ.สุรินทร์ ประชากร 1.38 ล้านคน ได้ สว. 7 คน
- จ.สตูล ประชากร 0.32 ล้านคน ได้ สว. 6 คน
เปรียบเทียบกับ:
- กรุงเทพฯ ประชากร 5.4 ล้านคน ได้ สว. 9 คน
- จ.เชียงใหม่ ประชากร 1.7 ล้านคน ได้ สว. 2 คน
- จ.อุดรธานี จังหวัดใหญ่หัวเมืองทางภาคอีสาน ประชากรกว่า 1.5 ล้านคน ไม่มี สว. แม้แต่คนเดียว
ว่าที่ สว. มีความเกี่ยวโยงกับพรรคการเมืองหรือไม่
ข้อสังเกตประการหนึ่งของการเลือก สว. รอบนี้ คือ จังหวัดที่ติด 5 อันดับ มี สว. มากที่สุด เป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองหรือไม่
ผศ.ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ม.เชียงใหม่ บอกกับบีบีซีไทยว่า หากดูจากผลการคัดเลือกจะพบว่า สว. จำนวนหนึ่งกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดที่เป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เช่น บุรีรัมย์ อ่างทอง และอุทัยธานี
อาจารย์ มช. กล่าวต่อว่า เมื่อเทียบการกระจุกตัวของว่าที่ สว. ในจังหวัดต่าง ๆ กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตในจังหวัดนั้น ๆ ก็จะทราบว่า สว.ที่ได้อาจมาจากพรรคการเมืองใด เช่น จ.อุทัยธานี ได้ สว. 5 คน และเป็นพื้นที่ของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือ จ.อ่างทอง ซึ่งได้ สว. ถึง 6 คน ก็เป็นพื้นที่ฐานเสียงของตระกูลการเมือง “ปริศนานันทกุล” จากพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ยังเร็วไปหากจะบอกว่าวุฒิสภาถูกครองโดยพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีสีประจำพรรคเป็นสีน้ำเงิน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลสามารถส่งคนเข้าไปยังวุฒิสภาได้นั้น จะส่งผลต่ออำนาจการต่อรองทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มาของภาพ, thai news pix
คนดังคนไหน สอบตก-สอบผ่าน
คนดังอย่างนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นน้องเขยของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งสมัครที่ จ.เชียงใหม่ ตกรอบในการเลือกระดับประเทศที่ผ่านมา และได้คะแนนไม่ถึงที่จะเป็นตัวสำรองของกลุ่ม 1 (การบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง) ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีข่าวปรากฏตามหน้าสื่อว่า เขาอาจเป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานวุฒิสภาด้วยซ้ำ
ส่วนคนดังอย่างทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ก็ได้คะแนนไม่พอที่จะได้เป็นว่าที่ สว. ตัวจริงเช่นกัน แต่ยังได้คะแนนมากพอที่จะเป็นตัวสำรองลำดับที่ 4 ของกลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ (กลุ่ม 17) เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้เป็นตัวสำรองในกลุ่มตัวเองเช่นกัน
ส่วนว่าที่ สว. ที่เรียกเสียงฮือฮาในหมู่นักข่าวสายการเมืองอย่างมาก คือ นายปราณีต เกรัมย์ จาก จ.บุรีรัมย์ อดีตคนขับรถของนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรผู้ล่วงลับ และบิดาของนายเนวิน ชิดชอบ
นายปราณีต เป็นว่าที่ สว. จากกลุ่ม 16 กลุ่มศิลปวัฒนธรรม ดนตรีการแสดง บันเทิง นักกีฬา โดยคะแนนเข้ามาเป็นอันดับที่ 6 ของกลุ่ม ในเอกสารแนะนำตัวของเขาระบุอาชีพรับจ้าง และบอกประวัติบรรทัดเดียวว่าเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาวุโส ปี 2527-2547

ที่มาของภาพ, thai news pix
ข้อครหา ว่าที่ สว. ไม่ตรงปก-ไม่ตรงกลุ่ม
นอกจากคนขับรถของบิดานายเนวิน ชิดชอบ ที่ระบุประวัติเป็นนักฟุตบอลอาวุโส และได้เป็นว่าที่ สว. ตัวจริงแล้ว ยังมีคนที่น่าสนใจอื่น ๆ อีก เช่น
น.ส.คอดียะฮ์ ทรงงาม ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าจาก จ.อ่างทอง ในใบแนะนำตัวระบุว่ามีประสบการณ์เป็นประชาสัมพันธ์เสียงตามสายหมู่บ้าน และสุดท้ายได้เป็นว่าที่ สว. จาก กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม (กลุ่ม 18)
ส่วน นางอารีย์ บรรจงธุระการ พยาบาลจาก จ.สตูล ที่ระบุว่าตนมีประสบการณ์เป็นพิธีกรงานแต่งงาน งานเลี้ยงทั่วไป วิทยากรด้านแม่และเด็ก ก็ได้เป็นว่าที่ สว. จากกลุ่มสื่อสารมวลชน (กลุ่ม 18) เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังพบว่ามี ว่าที่ สว. ที่เขียนประวัติว่าเป็น "อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน" หรือ อสม. รวม 4 คน ที่ได้เข้าสู่สภาสูง
ยกตัวอย่างเช่น ว่าที่ สว. จาก จ.บุรีรัมย์ 2 คน จากกลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ (กลุ่ม 17) หนึ่งในนั้นคือ นางประไม หอมเทียม อาชีพเกษตรกรรม ระบุประวัติว่าเป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้าน และ อสม. ได้คะแนนสูงเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม
นางสมศรี อุรามา อสม. จาก จ.สตูล ก็ได้เป็นว่าที่ สว. ของกลุ่ม 9 กลุ่มอาชีพผู้ประกอบการขนาดย่อม
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ที่เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ไม่ได้ลงสมัครในกลุ่ม 1 กลุ่มบริหารราชการแผ่นดิน แต่เลี่ยงไปลงสมัครกลุ่ม 8 กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค พลังงาน อีกอย่างน้อย 2 คน
"สว. ประชาชน" หลุดเข้ามาได้กี่คน
ก่อนถึงวันเลือก สว. ระดับประเทศ ปรากฏความเคลื่อนไหวในการพยายามเกาะกลุ่มรวมตัวกันของผู้สมัครจากหลากหลายกลุ่ม ซึ่งมีทั้งการนัดประชุมตามโรงแรมและสถานที่ปิดลับอื่น ๆ ทั้งเพื่อแนะนำตัวอย่างใกล้ชิด และกำหนดยุทธศาสตร์ในการเลือกว่าใครจะเป็นแคนดิเดต และใครจะเป็นโหวตเตอร์
หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “สว. ประชาชน” ซึ่งนัดประชุมเมื่อ 25 มิ.ย. และปรากฏ “โผ สว. ประชาชน” จำนวน 19 กลุ่ม จากทั้งหมด 20 กลุ่มอาชีพ ถูกส่งต่อตามสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีรายชื่อของบุคคลรวม 10 คน
จากผลการเลือกระดับประเทศ ผู้ร่วมกิจกรรมกับ กลุ่ม สว.ประชาชน เปิดเผยว่า มีผู้สมัครใน “โผ สว. ประชาชน” ได้เป็น สว. ตัวจริง 28 คน เช่น อังคณา นีละไพจิตร (กทม.), นันทนา นันทวโรภาส จากกลุ่มสื่อมวลชนฯ (กทม.), น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ จากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางขนาดย่อม (เชียงราย), ณภพ ลายวิเศษกุล จากกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพท่องเที่ยว (อุบลราชธานี) เป็นต้น
อังคณา นีละไพจิตร ว่าที่ สว. จากกลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ แสดงความรู้สึก “ผิดหวังกับระบบการเลือก” โดยเฉพาะเมื่อเห็นบางคนในตำแหน่ง “หัวตาราง” มีคะแนนสูงลิ่ว ขณะที่ภาคประชาชนที่กระจายอยู่ตามกลุ่มต่าง ๆ ได้เข้าวุฒิสภาน้อยมาก

ที่มาของภาพ, THAI news pix
สว. ชุดใหม่ 200 คน เริ่มงานเมื่อไหร่
นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยเมื่อ 27 มิ.ย. ว่าการประกาศรับรองรายชื่อ สว. ทั้ง 200 คน พร้อมบัญชีสำรอง 100 คน น่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. เป็นต้นไป โดยผู้คัดค้านผลการเลือก สามารถยื่นต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน
เขาเปิดเผยด้วยว่า มีการยื่นคำร้องมาแล้ว 614 คำร้อง แต่เป็นคำร้องระดับอำเภอและระดับจังหวัดทั้งหมด
ส่วน สว.ชุดเก่า หรือ "สว.เฉพาะกาล" ซึ่งกำลังรักษาการอยู่ จะหมดวาระก่อนวันที่ สว. ชุดใหม่จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามการเปิดเผยของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เช่น หากมีการประกาศราชกิจจาฯ ในวันที่ 3 ก.ค. สว.เฉพาะกาลก็จะพ้นจากหน้าที่โดยปริยายในวันที่ 2 ก.ค.
สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของ สว. ชุดใหม่ 200 คน จะมีวาระการดำรงตำแหน่งไปอีก 5 ปี และจะไม่มีอำนาจในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีเช่น สว. ชุดเดิมอีกต่อไป











