อ่างทองคุณภาพอากาศวิกฤตสุด ขณะที่กรุงเทพแย่เป็นอันดับ 13 ของโลก

BKK hazed.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คุณภาพอากาศโดยรวมทั้งประเทศยังอยู่ในระดับวิกฤต ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหลายพื้นที่ โดยพบจุดความร้อนสะสมมากที่สุดใน จ.กาญจนบุรี ขณะที่ จ.อ่างทองมีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในประเทศ ส่วนกรุงเทพมหานครติดอันดับ 13 ของเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก

ขณะที่ กทม. พบผู้ป่วยที่เข้ารับบริการที่คลินิกมลพิษทางอากาศ 113 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันมากกว่า 100%

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีติดตามปัญหาฝุ่นพร้อมกับชูเชียงใหม่โมเดลเป็นต้นแบบแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศ

นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซ ประเทศไทยมองว่า อาจไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาที่ได้ผล พร้อมกับเห็นว่า รัฐยังไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อโรงไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นและมลพิษหลักอีกหนึ่งแหล่ง และเป็นปัญหาที่ต้นเหตุ ส่วนมาตรการต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครดูเหมือนเป็นการแก้ปัญหาที่เปลายเหตุ

คุณภาพอากาศในอ่างทองวิกฤตสุด

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในวันนี้ (16 ก.พ.) ระบุว่า คุณภาพอากาศ อ.เมือง จ.อ่างทอง วิกฤตมากที่สุด คาดว่าสาเหตุหลักมาจากการเผาตอซังข้าว ขณะนี้การแจ้งเตือนอยู่ที่ระดับสีแดง ค่าดัชนีคุณภาพอากาศที่ 239 ระดับฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 113.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นระดับอันตรายต่อสุขภาพ ประชาชนควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้ง เช่น สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5

ด้านสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เผยแพร่ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมซูโอมิแสดงจุดความร้อนในประเทศไทยและบริเวณใกล้เคียง ข้อมูลเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2567 พบว่า มีจุดความร้อนในประเทศไทยทั้งหมด 1,870 จุด แบ่งเป็น

  • ในป่าอนุรักษ์จำนวน 648 จุด
  • ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 519 จุด
  • ในพื้นที่เกษตรกรรม 265 จุด
  • ในแหล่งชุมชนและแหล่งอื่น ๆ 225 จุด
  • ในพื้นที่เขต สปก. 197 จุด
  • ในพื้นที่ริมทางหลวง 16 จุด

โดยจังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนมากที่สุด คือ จ.กาญจนบุรี

ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านพบจุดความร้อนมากสุดอยู่ที่กัมพูชา 2,348 จุด ตามมาด้วยเมียนมา 1,395 จุด, ลาว 1,064 จุด และเวียดนาม 575 จุด

fire

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ไฟป่าใกล้กับชุมชนและบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.วังด้ง อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี เช่นเดียวกับหลายพื้นที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ซึ่งพบว่ามีไฟไหม้ป่าจำนวนหลายจุด เมื่อ 7 ก.พ. ​2567

เศรษฐา ชูใช้เชียงใหม่โมเดลเป็นต้นแบบทั่วประเทศ

วานนี้ (15 ก.พ.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังกรมควบคุมมลพิษ เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และสั่งให้ทุกหน่วยงานร่วมกันทำงานอย่างบูรณาการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“เราจะหวังพึ่งฟ้าฝนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ หากบริหารจัดการส่วนไหนได้ควรที่จะเร่งทำก่อน อย่าให้พี่น้องประชาชนฝากผีฝากไข้ไว้กับลมฟ้าอากาศ ทำได้ตรงไหนต้องทำไปก่อนเพราะสถานการณ์วันนี้ไม่ดี”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังชูนโยบาย "เชียงใหม่โมเดล" ที่สามารถควบคุมจุดความร้อนได้ ทำให้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับสีเหลือง ซึ่งถือว่าทำได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ๆ จึงสั่งให้พื้นที่ต่าง ๆ นำเชียงใหม่โมเดลไปปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

นายเศรษฐายังระบุด้วยว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานความร่วมมือไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและเมียนมา ขณะที่สถานการณ์ในกัมพูชาเริ่มดีขึ้น เนื่องจากหมดฤดูกาลเผา การให้ทำงานที่บ้านหรือ work from home คือแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ส่วนระยะยาวอาจย้ายสถานที่ โดยเฉพาะสถานที่ที่ปล่อยอากาศเสียออกมา

“วันนี้ กทม.มีจุดความร้อนเยอะมากและเราทราบดีว่าสาเหตุเกิดจากควันพิษของรถยนต์ ตรงนี้จะต้องมีการพูดคุยกันในระยะยาว ซึ่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เคยพูดถึงการย้ายคลองเตยออกไป อาจจะเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดคุยกัน ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว”

อ้อย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, การเผาในที่โล่งเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรเป็นต้นตอหนึ่งของฝุ่น PM 2.5

กรีนพีซเห็นแย้ง "เชียงใหม่โมเดล" ใช้ได้ไม่ทุกที่

ด้านผู้อำนวยการกรีนพีซ ประเทศไทย มีความเห็นว่าแหล่งกำเนิด PM 2.5 แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน อย่าง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จุดกำเนิดหลัก ๆ ของฝุ่นคือ ภาคอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่รอบ ๆ พื้นที่ เช่น โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล โรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงยานยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลในภาคการขนส่ง นอกจากนี้กรุงเทพฯ ยังได้รับผลกระทบจากฝุ่นข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา

“เชียงใหม่โมเดลต้องนำไปขยายผลในพื้นที่ที่มีปัจจัยต่าง ๆ ไม่แตกต่างกัน ถึงจะเห็นผล ในขณะที่อย่างกรุงเทพฯ ก็อีกบริบทหนึ่งเลย เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ยาพาราที่ช่วยแก้ได้ทุกโรค”

ขณะที่ตอนเหนือของประเทศได้รับผลกระทบจากฝุ่นข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและเมียนมาในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าวโพด รวมถึงการเผาในที่โล่งภายในประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ภูมิประเทศทางภาคเหนือก็มีส่วนทำให้ฝุ่นจากกิจกรรมการรคมนาคมและการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและลิกไนต์ในพื้นที่ดังกล่าว สะสมหนาแน่นในชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เป็นหุบเขาและแอ่งกระทะ

นายธารายังมีความเห็นว่า “ถ้าเทียบกับโรงไฟฟ้าที่อยู่ทางตอนเหนือและตอนใต้ของ กทม. รวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน คลองเตยไม่ได้เป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นที่ใหญ่โตมโหฬารอะไรเพราะเกิดจากกิจกรรมการจราจร รถบรรทุกวิ่งเข้าวิ่งออกเพื่อขนส่งสินค้า” ดังนั้น การย้ายคลองเตยออกจึงไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ ในมุมมองของเขา

กรุงเทพฯ เมืองคุณภาพอากาศแย่ติดอันดับ 13 ของโลก

ในเวลาเดียวกัน ข้อมูลจาก IQAir บริษัทรวบรวมข้อมูลคุณภาพอากาศทั่วโลกได้จัดอันดับให้กรุงเทพฯ มีคุณภาพอากาศแย่เป็นอันดับที่ 13 ของโลก เมื่อวัดจากดัชนีคุณภาพอากาศวันนี้ที่ 138 AQI ระดับสีส้ม ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 50.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาทาง IQAir จัดอันดับให้คุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครแย่เป็นอันดับ 8 ของโลก ระดับสีแดง ซึ่งทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ขอความร่วมมือให้เอกชนและประชาชนทั่วไปทำงานที่บ้าน หรือ Work from home ระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ. แจกหน้ากากป้องกันฝุ่นให้กับประชาชน พร้อมกับแจ้งเตือนช่องทางต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร โดยนำระบบติดตามคุณภาพอากาศมาใช้แบบเรียลไทม์

รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า สถานการณ์ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการที่คลินิกมลพิษทางอากาศ ระหว่างวันที่ 1 - 14 ก.พ. 2567 พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยรวมทั้งสิ้น 113 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันมากกว่า 100% โดยพื้นที่ที่มีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบสูงสุด คือ เขตบางคอแหลม รองลงมา ได้แก่ หนองแขม, บางแค, หนองจอก, ยานนาวา และบางขุนเทียน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง

ทาง กทม. จึงกำชับให้ศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 69 แห่ง ออกหน่วยบริการสาธารณสุขเชิงรุกในพื้นที่ และขยายบริการคลินิกมลพิษทางอากาศในโรงพยาบาล 8 แห่ง เน้นดูแลกลุ่มเปราะบาง

air pollution

ที่มาของภาพ, Getty Images

กทม. ดำเนินมาตรการลดฝุ่น PM 2.5 อย่างไรบ้าง

ด้านนาย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้ว่าภาพรวมตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปสถานการณ์ฝุ่นในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มดีขึ้น

“ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญมากและได้เร่งรัดการดำเนินการ โดยกำชับว่าอย่าเพียงแค่พึ่งสภาพอากาศหรือลมที่จะช่วยให้ค่าฝุ่นลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เราต้องดูแหล่งกำเนิดฝุ่นด้วยเพราะปัญหาฝุ่นมาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ สภาพอากาศปิดและลมไม่ถ่ายเท ฝุ่นจากยานพาหนะ และฝุ่นจากการเผาไหม้ ซึ่งในกรุงเทพฯ สิ่งที่ช่วยกันได้ดีที่สุดคือการลดการใช้รถยนต์ จึงเป็นเหตุผลที่กทม. ประกาศขอความร่วมมือ Work from Home ในช่วงค่าฝุ่นเป็นสีแดงหลายพื้นที่เมื่อ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา” นายชัชชาติ กล่าว

ขณะที่ความคืบหน้าของนโยบาย “รถคันนี้ #ลดฝุ่น” พบว่า ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. 2566 – 12 ก.พ. 2567 มีจำนวนรถยนต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองแล้ว จำนวน 202,564 คัน ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า มาตรการดังกล่าวช่วยลด PM2.5 จากภาคการจราจรได้แล้ว 10%

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครและภาคีเครือข่ายตั้งเป้าหมายเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองรถยนต์ไว้ที่ 300,000 คัน ภายในเดือน ก.พ. นี้ ซึ่งหากทำได้ คาดว่าอาจลดฝุ่น PM2.5 จากการจราจรได้ถึง 15%

การเตือนภัยจากภาครัฐดีขึ้น แต่ยังไม่มากพอ ควรเริ่มแก้ไขที่ต้นเหตุมากกว่า

ผอ.กรีนพีซประเทศไทย บอกว่า การแจ้งเตือนของภาครัฐดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นได้ดี และการปรับค่าดัชนีคุณภาพอากาศเมื่อปีที่แล้วก็เป็นการยกระดับการแจ้งเตือนให้ดีขึ้น “อย่างปีที่แล้ว ค่าคุณภาพอากาศเท่านี้ จะเป็นสีเหลือง แต่ในปีนี้เป็นสีส้ม” เขายกตัวอย่าง

แต่นายธารายังไม่เห็นการแจ้งเตือนที่ส่งสัญญาณไปยังแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 หลัก ๆ ในพื้นที่อย่างโรงไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำมัน โดยภาครัฐยังมุ่งเน้นการแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังป้องกันตนเอง ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาปลายน้ำในระยะสั้น

“การเตือนภัยไม่ใช่ Work from home อย่างเดียว แต่ต้องส่งสัญญาณไปยังแหล่งกำเนิดเหล่านั้น โดยเฉพาะแหล่งกำเนิดที่จะสามารถควบคุมได้ โดยให้เขาลดกำลังการผลิตลง เช่น โรงไฟฟ้า 2 โรง โรงกลั่นน้ำมันต่าง ๆ ซึ่งในช่วงวิกฤต เราก็ต้องไปหาความร่วมมือจากโรงไฟฟ้าเหล่านั้นที่เป็นแหล่งกำเนิดขนาดใหญ่ให้ลดกำลังการผลิตลง หรือลดกำลังผลิตให้เหลือศูนย์ไปเลยก็ได้สัก 3-4 วัน ไม่ถึง 1 สัปดาห์” ผอ.กรีนพีซประเทศไทย กล่าว

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเอกฉันท์ 443 เสียง ให้รับหลักการร่างกฎหมาย พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่ ครม. เป็นผู้เสนอ รวมถึงร่างกฎหมายอากาศสะอาดอื่น ๆ จากพรรคการเมืองและภาคประชาชนรวมทั้งหมด 7 ฉบับ

ผอ.กรีนพีซประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ท้ายที่สุดแล้วการมีกฎหมายอากาศสะอาดไม่ได้การันตีว่าคุณภาพอากาศของประเทศจะดีขึ้นได้ เพราะต้องติดตามต่อว่าหน้าตาของกฎหมายฉบับนี้จะออกมาในรูปแบบไหน มีกลไกเอาผิดกับแหล่งกำเนิดฝุ่นและมลพิษหรือไม่ และกลไกที่ออกแบบมาจะใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่