"ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์" ในคืนวันแม่ ดูกันได้อย่างไร

A night view in a forest with perseid meteorites and the milky way visible in the sky

ที่มาของภาพ, Getty Images

ในคืนวันแม่ (12 ส.ค.) ของปีนี้ บรรดานักดูดาวทั้งในไทยและต่างประเทศคงเฝ้ารอชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดครั้งหนึ่งของปี นั่นคือ "ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์" จะขึ้นสูงสุดในคืนวันอังคารนี้

โดยปกติแล้วฝนดาวตกนี้จะส่องสว่างท้องฟ้าในเดือน ก.ค. และ ส.ค. ของทุกปี

อย่างไรก็ตาม ผลจากแสงสว่างจากดวงจันทร์สเตอร์เจียน หรือพระจันทร์ข้างขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้อาจส่งผลต่อทัศนวิสัย ทำให้มองเห็นดาวตกได้ยากขึ้น

โดยปกติแล้ว ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ ดังนั้นควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนการออกไปชมปรากฏการณ์นี้

สำหรับปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดในซีกโลกเหนือ ซึ่งรวมทั้งไทย อย่างไรก็ตาม ยังสามารถเห็นดาวตกบางส่วนได้จากทางทิศใต้ของโลกได้ด้วย

Streaks of meteros seen above a cliff-top in Baochang County, Inner Mongolia, China on 13 August 2021

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในเมืองเปาชาง เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ของจีน เมื่อเดือน ส.ค. 2021

ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ฝนดาวตกมักเกิดขึ้นเมื่อโลกโคจรเคลื่อนผ่านเส้นทางการโคจรของดาวเคราะห์น้อย หรือฝุ่นและเศษซากที่หลงเหลือจากดาวหางที่ทิ้งเอาไว้

ส่วนฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์นั้น นาซาระบุว่า เป็นฝนดาวตกที่ดีที่สุดของปี เนื่องจากเกิดจากดาวหางที่ชื่อ "สวิฟต์-ทัตเทิล" ซึ่งโคจรรอบดวงอาทิตย์ทุก 133 ปี โดยอนุภาคฝุ่นของดาวหางดังกล่าวจะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกด้วยความเร็วประมาณ 59 กิโลเมตรต่อวินาที

ขณะที่อนุภาคฝุ่นเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ อนุภาคจะเผาไหม้ ก่อให้เกิดแสงวาบสว่างที่เราเรียกว่า "ดาวตก"

สำหรับฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ถูกเฝ้าสังเกตมานานเกือบ 2,000 ปี โดยมีบันทึกที่เก่าแก่ที่สุดบางส่วนมาจากจีนโบราณ และตั้งชื่อตามกลุ่มดาวเพอร์เซอุส ที่ดาวตกกลุ่มนี้ปรากฏให้เห็น

A long exposure photo shows night sky on the meteor shower's peak night in Bonar, Spain on 17 July 2025

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ที่เกิดขึ้นเหนือเมืองโบนาร์ ของสเปนเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2025

สถานที่ใดและเวลาใดที่เหมาะในการชมฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ ?

สำหรับค่ำคืนที่ดาวตกเพอร์เซอิดส์จะพบเห็นได้มากที่สุดในปีนี้ คือ ช่วงคืนวันที่ 12 ส.ค. ไปจนถึงช่วงเข้าตรู่ของวันที่ 13 ส.ค. โดยมีแนวโน้มว่าดาวตกจะขึ้นถึงจุดสูงสุดหลังเที่ยงคืน โดยจะมองเห็นได้ดีที่สุดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แม้ว่าบางดวงอาจมองเห็นได้เร็วกว่าในเวลากลางคืนก็ตาม

สำหรับในปีนี้ จุดสูงสุดของปรากฏการณ์ดาวตกในครั้งนี้บังเอิญเกิดขึ้นในช่วงที่มีปรากฎการณ์ที่เรียกว่า "ดวงจันทร์สเตอร์เจียน" ที่สว่างไสว หรือถ้าเรียกตามความเชื่อของไทยคือ เป็นช่วงที่พระจันทร์ข้างขึ้นและเต็มดวงเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา และยังคงยังคงส่องสว่างอยู่มากในช่วงที่ดาวตกขึ้นสูงสุด

"น่าเสียดายที่จุดสูงสุดของปีนี้ตรงกับช่วงพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายความว่าแม้ในบริเวณท้องฟ้ามืดมิด ก็จะไม่สามารถเห็นดาวตกได้ครบ 100 ดวงต่อชั่วโมง" ฟินน์ เบอร์ริดจ์ โฆษกด้านวิทยาศาสตร์ประจำหอดูดาวหลวงกรีนิช สหราชอาณาจักร กล่าว

"อย่างไรก็ตาม [ดวงจันทร์สเตอร์เจียน] ไม่ใช่เหตุผลที่จะไม่ออกไปเพลิดเพลินกับฝนดาวตก เพราะยังคงมีความเป็นไปได้ที่คุณจะเห็นลูกไฟอย่างน้อย 1 หรือ 2 ลูกต่อชั่วโมง แม้ว่าจะมีพระจันทร์เต็มดวงก็ตาม" เขากล่าวเสริม

สำหรับท้องฟ้าที่มืดกว่านั้น อาจจะลองพิจารณาการดูดาวได้อีกในคืนระหว่างวันที่ 16 ถึง 26 ส.ค. แม้ว่ากิจกรรมของดาวตกจะน้อยกว่าก็ตาม "ช่วงที่ใกล้ช่วงพีคของฝนดาวตกจะมีโอกาสดีที่สุด แต่ก็ตรงกับช่วงพระจันทร์เต็มดวงด้วย" คุณเบอร์ริดจ์ กล่าว

"ช่วงหลังพระจันทร์เต็มดวงน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมมากกว่า เนื่องจากดวงจันทร์จะขึ้นในช่วงดึก ดังนั้นผมจึงขอแนะนำให้ชมในช่วงที่มีฝนดาวตกมากที่สุด รวมถึงช่วงสุดสัปดาห์ระหว่างวันที่ 16 และ 17 ส.ค. ด้วย" เขากล่าวเสริม

A view from an abandoned military airbase in Kakheti, Georgia shows the night sky during the annual Perseid meteor shower on 12 August 2024

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ภาพฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ที่บันทึกได้เหนือฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างในประเทศจอร์เจีย เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2024

เบอร์ริดจ์ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมเล็กๆ น้อย ๆ เพื่อ "เพิ่มโอกาสในการเห็นดาวตก"

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่มีอาคาร ต้นไม้ หรือเนินเขามาบดบังทัศนียภาพของคุณ
  • นอนหงายและมองขึ้นไปข้างบน เนื่องจากดาวตกสามารถปรากฏขึ้นได้ทุกที่บนท้องฟ้า
  • ชมวิวจากที่ที่ห่างไกลจากแสงไฟสว่างไสวของเมืองหรือชุมชน แต่อย่าลืมเตรียมน้ำดื่ม โทรศัพท์ที่ชาร์จไว้ และแจ้งให้ผู้อื่นทราบว่าคุณกำลังจะไปที่ไหน
  • จงมีความอดทน ยิ่งคุณใช้เวลาอยู่ข้างนอกมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีโอกาสเห็นดาวตกมากขึ้นเท่านั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 นาทีในสภาพแสงน้อยเพื่อให้ดวงตาของคุณปรับตัวเข้ากับความมืด
A large Perseid meteor streaks diagonally across a starry night sky above Haputale, Sri Lanka - the foreground shows dark hills with scattered lights from buildings

ที่มาของภาพ, Getty Images

จำเป็นต้องมีอุปรกรณ์พิเศษใด ๆ หรือไม่

คำตอบคือ "ไม่" คุณสามารถมองเห็นฝนดาวตกได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในหรือใกล้ซีกโลกเหนือ

นอกจากนี้ การใช้ไฟฉายสีแดงแทนแสงสีขาวหรือไฟฉายจากโทรศัพท์อาจช่วยให้ดวงตาของคุณปรับตัวเข้ากับความมืดได้ และนี่ยังเป็นวิธีช่วยให้คุณมองเห็นเส้นแสงที่สลัวลงได้

อีกอย่างคือ ควรหลีกเลี่ยงการมองหน้าจอโทรศัพท์ เพราะจะทำให้ดวงตาของคุณไวต่อความมืดน้อยลงด้วย

รายงานเพิ่มเติมโดย แมดดี มอลลอย์ ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์และสภาพอากาศ และแอนดรูว เวบบ์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส