วัตถุระหว่างดวงดาวลึกลับที่เพิ่งค้นพบ อาจเป็นดาวหางที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นมา

ที่มาของภาพ, ESO/O. Hainaut
วัตถุระหว่างดวงดาว (interstellar object) ลึกลับที่นักดาราศาสตร์เพิ่งค้นพบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจเป็นดาวหางที่เก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์เคยเห็นมา ตามการเปิดเผยของนักวิทยาศาสตร์
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในสหราชอาณาจักร ระบุว่าวัตถุระหว่างดวงดาวที่ชื่อว่า "3 ไอ/แอตลาส" (3I/Atlas) อาจมีอายุมากกว่าระบบสุริยะของเราถึง 3 พันล้านปี
นี่เป็นครั้งที่สามที่นักดาราศาสตร์สามารถตรวจจับวัตถุที่มาจากนอกระบบสุริยะ
ผลการค้นพบเบื้องต้นถูกเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ก.ค. ในการประชุมระดับชาติของราชสมาคมดาราศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักรที่เดอรัม
"พวกเราทุกคนตื่นเต้นมากกับกับเจ้าวัตถุ 3I/Atlas" แมทธิว ฮอปกินส์ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวกับบีบีซี
"ผมเพิ่งเรียนจบปริญญาเอก ซึ่งผมได้ใช้เวลา 4 ปี ในการทำนายการค้นพบวัตถุระหว่างดวงดาว [เพิ่มเติม] และจากนั้น เราก็พบวัตถุ ๆ หนึ่งเป็นครั้งแรกในการศึกษาของผม" เขากล่าว
หากดูจากความเร็วของวัตถุ ฮอปกินส์บอกว่า มันอาจมีอายุมากกว่า 17,000 ล้านปี และมันอาจเป็นวัตถุระหว่างดวงดาวที่น่าทึ่งที่สุดเท่าที่เคยพบมา
3I/Atlas ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกเมื่อ 1 ก.ค. 2025 จากการตรวจพบของกล้องโทรทรรศน์สำรวจแอตลาสในประเทศชิลี ขณะที่วัตถุดังกล่าวอยู่ในพิกัดห่างจากดวงอาทิตย์ราว 670 ล้านกิโลเมตร
วัตถุนี้สามารถมองเห็นก็ต่อเมื่อใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่มาก และมันอยู่ห่างจากโลกประมาณระยะทางจากโลกไปยังดาวพฤหัสบดี
หลังจากนั้นเป็นต้นมานักดาราศาสตร์ทั่วโลกก็แข่งขันกันหาที่มาที่ไปของเส้นทางของวัตถุระหว่างดวงดาววัตถุนี้และค้นพบรายละเอียดต่าง ๆ ของมันมากขึ้น
ฮอปกินส์เชื่อว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่ที่มีลักษณะเป็น "ดิสก์ที่มีความหนา" ของทางช้างเผือก มันคือกลุ่มของดวงดาวโบราณที่โคจรทั้งด้านเหนือและด้านล่างบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นบริเวณที่ดวงอาทิตย์และดวงดาวส่วนใหญ่โคจรอยู่
มุมมองจากด้านบนของทางช้างเผือกในภาพด้านล่างนี้ ช่วยยืนยันเกี่ยวกับเส้นทางของวัตถุรอบ ๆ กาแล็กซีของเรา วงโคจรของวัตถุ 3I/Atlas โดยประมาณคือเส้นสีแดง ส่วนวงโคจรของดวงอาทิตย์คือเส้นสีเหลือง

ที่มาของภาพ, Matthew Hopkins
ทีมนักดาราศาสตร์เชื่อว่า วัตถุระหว่างดาว 3I/Atlas อาจก่อตัวขึ้นรอบ ๆ ดวงดาวเก่าแก่ จึงทำให้มันเต็มไปด้วยน้ำแข็ง ซึ่งนั่นหมายความว่า เมื่อมันขยับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ในช่วงปลายปีนี้ พลังงานจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มความร้อนให้กับพื้นผิว ทำให้เกิดไอและฝุ่น ซึ่งอาจทำให้ 3I/Atlas เกิดการเรืองแสงที่ส่วนหาง
ทีมนักวิจัยพบข้อค้นพบนี้ด้วยการใช้โมเดลที่พัฒนาขึ้นโดยฮอปกินส์
"มันคือวัตถุที่มาจากส่วนหนึ่งของกาแล็กซีทางช้างเผือกที่เราไม่ได้เคยได้เห็นมันในระยะใกล้เท่านี้มาก่อน" ศาสตราจารย์คริส ลินทอตต์ นักวิจัยร่วมกล่าว
"เราคิดว่ามันมีโอกาส 2 ใน 3 ที่ดาวหางดวงนี้จะมีอายุเก่าแก่กว่าระบบสุริยะ และมันได้ลอยไปในอวกาศระหว่างดวงดาวตั้งแต่นั้นมา"
ฮอปกินส์อธิบายว่า วัตถุระหว่างดวงดาวก่อตัวขึ้นโดยรอบดาวดวงอื่นตั้งแต่ช่วงที่ดวงดาวนั้น ๆ กำเนิดขึ้นมา
"ความเชื่อมโยงของวัตถุระหว่างดาวที่ย้อนกลับไปที่ดาวแม่ของพวกมัน ทำให้เราสามารถมองเห็นประชากรดาวในทางช้างเผือก" เขากล่าวเสริม
ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้จะสามารถมองเห็น 3I/Atlas จากโลกด้วยกล้องโทรทรรศน์แบบสมัครเล่น
ก่อนที่วัตถุระหว่างดาว 3I/Atlas จะปรากฏตัว มีวัตถุระหว่างดาวเพียง 2 ดวงที่โลกเคยได้เห็น ดวงแรกมีชื่อว่า 1I/'Oumuamua พบในปี 2017 และดวงที่สองชื่อว่า 2I/Borisov ค้นพบเมื่อปี 2019
นักดาราศาสตร์ทั่วโลกกำลังพยายามใช้กล้องโทรทรรศน์ตัวใหม่ที่ทรงพลังอย่างมากที่ชื่อว่า เวรา ซี รูบิน (Vera C Rubin) ที่อยู่ในชิลี ในการสำรวจหาวัตถุระหว่างดาวดวงใหม่ ๆ
เมื่อกล้องโทรทรรศน์ตัวดังกล่าวเริ่มสำรวจฟากฟ้าฝั่งทิศใต้ในยามค่ำคืนในช่วงที่เหลือของปีนี้ นักวิทยาศาสตร์คาดว่ากล้องจะสามารถค้นพบวัตถุระหว่างดวงดาวใหม่ ๆ ได้ตั้งแต่ 5-50 ดวงเลยทีเดียว












