หนุ่มอินเดียซื้อตั๋วบินกลับอเมริกา 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ หวั่นไม่ทันเดดไลน์ทรัมป์ขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าแรงงานทักษะ H-1B

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images
- Author, เอ็มมา รอสซิเตอร์
- Author, อิชาดริตา ลาฮิรี
- Reporting from, กรุงเดลี
โรฮาน เมห์ตา (นามสมมติ) ใช้เงินมากกว่า 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 256,000 บาท) เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินและเดินทางกลับไปยังสหรัฐอเมริกาอย่างรีบเร่ง ก่อนจะถึงช่วงเวลาเส้นตายที่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าบางประเภท
ก่อนหน้านี้ เขาอยู่ที่เมืองนาคปุระ ประเทศอินเดีย เพื่อร่วมพิธีครบรอบวันเสียชีวิตของบิดา ก่อนจะตัดสินใจยุติการพักอยู่ในอินเดียและเดินทางกลับสหรัฐฯ ก่อนกำหนด
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 ก.ย.) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่เพิ่มค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.2 ล้านบาท) สำหรับผู้สมัครในโครงการวีซ่าสำหรับแรงงานต่างชาติที่มีทักษะหรือ H-1B ซึ่งบริษัทในสหรัฐฯ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้
จากคำสั่งฝ่ายบริหารคำสั่งนี้ ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ และทนายความด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองแนะนำให้ผู้ถือวีซ่าประเภท H-1B ที่อยู่ต่างประเทศ รีบเดินทางกลับเข้าสหรัฐฯ ก่อนคำสั่งจะมีผลเมื่อวันอาทิตย์ (21 ก.ย.) ที่ผ่านมา
หนึ่งวันหลังจากนั้น ทำเนียบขาวชี้แจงว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะเรียกเก็บเพียงครั้งเดียว และจะไม่ใช้บังคับกับผู้ถือวีซ่าปัจจุบัน แต่สำหรับบางคน มันก็สายเกินไปแล้ว
แรงงานที่ได้รับวีซ่าประเภทนี้มากที่สุดคือชาวอินเดีย โดยคิดเป็นมากกว่า 70% ของวีซ่า 85,000 ฉบับที่ออกให้ในแต่ละปี
แม้คาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ออกมาโพสต์คำชี้แจงผ่านเอ็กซ์ (X) แล้วก็ตาม แต่ความกังวลและความสับสนก็ได้แพร่กระจายเป็นวงกว้างออกไปแล้ว
บีบีซีพูดคุยกับผู้ถือวีซ่า H-1B หลายคนจากอินเดีย ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานในสหรัฐฯ มานานหลายสิบปี
ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซี ไม่มีผู้ใดต้องการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากนายจ้าง และมีหลายคนที่ปฏิเสธการพูดคุยกับเรา
โรฮาน เมห์ตา ซึ่งเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์และอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ กับครอบครัวมานาน 11 ปีแล้ว เดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวและจัดพิธีรำลึกถึงการเสียชีวิตของบิดาที่เมืองนาคปุระเมื่อต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
เขาเล่าว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ย. เขากังวลว่าจะกลับมายังสหรัฐฯ ไม่ได้ หากไม่เดินทางก่อนช่วงที่คำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้
โรฮานจ่ายเงินไป 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 256,000 บาท) ภายใน 8 ชั่วโมงของการจองและเปลี่ยนเที่ยวบินเดินทางกลับสหรัฐฯ
"ผมจองไว้หลายตัวเลือก เพราะส่วนใหญ่เวลามันเฉียดฉิวมาก" เขาบอกกับเรา หลังเพิ่งขึ้นเครื่องของสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก จากนครมุมไบไปยังสนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี
"หากมีความล่าช้าเพียงเล็กน้อย ผมอาจพลาดช่วงเวลากำหนดเส้นตายได้"
ในคำชี้แจงของทำเนียบขาวระบุว่าค่าธรรมเนียมใหม่ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 60 เท่า จะยังไม่ถูกบังคับใช้ จนกว่าการสมัครวีซ่ารอบถัดไปจะได้รับการอนุมัติ
ด้านโรฮานบรรยายความรู้สึกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า "สะเทือนใจ" และบอกว่าตนเองรู้สึกโล่งใจที่ภรรยาและลูกสาวไม่ได้เดินทางมาด้วย
"ผมรู้สึกเสียใจต่อการตัดสินใจในชีวิตของผม ผมทุ่มเทช่วงเวลาที่ดีที่สุดในช่วงวัยหนุ่มให้กับการทำงานเพื่อประเทศนี้ [สหรัฐฯ] แต่ตอนนี้ผมรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการ"
"ลูกสาวของผมใช้ชีวิตทั้งชีวิตในสหรัฐฯ ผมไม่แน่ใจว่าจะย้ายรกรากชีวิตผมออกจากที่นั่น แล้วมาเริ่มต้นใหม่ในอินเดียได้อย่างไร"
วีซ่า H-1B เป็นโครงการวีซ่าทำงานสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในสหรัฐอเมริกาในสาขาและตำแหน่งเฉพาะทาง นายจ้างสามารถสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้พวกเขาเดินทางเข้าประเทศพร้อมข้อเสนองานที่จำเป็นสำหรับการสมัคร
จากสถิติของรัฐบาล ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุดในช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมา คือ บริษัทแอมะซอน (Amazon) ตามด้วยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างทาทา (Tata), ไมโครซอฟต์ (Microsoft), เมตา (Meta), แอปเปิล (Apple), และกูเกิล (Google)
ผู้ถือวีซ่าประเภทนี้อีกคนหนึ่งซึ่งกำลังพักผ่อนวันหยุดยาวในยุโรป ก็เห็นด้วยว่าเกิดความสับสนขึ้นจริงจากประกาศดังกล่าว
"เราไม่รู้เลยว่านายจ้างกำลังคิดอะไรอยู่และมันจะส่งผลไปในทิศทางไหน"
"จากความเข้าใจของฉัน คำสั่งนี้มีผลกับวีซ่า H-1B ที่สมัครมาใหม่เท่านั้น ทนายความด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองยังคงกำลังวิเคราะห์รายละเอียด และแนะนำให้เราเดินทางกลับสหรัฐฯ"
คาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ เพื่อชี้แจงรายละเอียดบางประการ โดยระบุว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะไม่เรียกเก็บเป็นรายปี แต่จะเรียกเก็บเพียงครั้งเดียว
เธอเขียนว่า "ผู้ที่ถือวีซ่า H-1B อยู่แล้วและกำลังอยู่ต่างประเทศในขณะนี้ จะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในการกลับเข้าประเทศ" และ "ผู้ถือวีซ่า H-1B สามารถเดินทางเข้า-ออกประเทศได้ตามปกติ"
เธอเสริมว่าค่าธรรมเนียมใหม่นี้จะใช้เฉพาะกับ "ผู้ขอวีซ่าใหม่ ไม่รวมการต่ออายุ และไม่รวมผู้ถือวีซ่าปัจจุบัน"












