เหตุใดไปรษณีย์ไทย และบริษัทอื่น ๆ ทั่วโลก ระงับการจัดส่งบางรายการไปยังสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เรเชล คลัน
- Role, ผู้สื่อข่าวด้านธุรกิจ บีบีซีนิวส์
ไปรษณีย์ไทยระงับบริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศไปยังสหรัฐอเมริกาบางรายการเป็นการชั่วคราว แต่ยังคงเปิดให้บริการ 3 ช่องทางหลัก มีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา
ทางบริษัทฯ ระบุว่า นโยบายดังกล่าวเป็นผลจากการยกเลิกหลักเกณฑ์มูลค่าขั้นต่ำ (De minimis) ตามมาตราภาษีขาเข้าของสหรัฐฯ ทางไปรษณีย์ไทยจึงชะลอการส่งบริการบางรายการไปยังสหรัฐฯ ชั่วคราว จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
สำหรับ 3 ช่องทางที่เปิดให้บริการอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ คูรีเออร์ โพสต์ (Courier Post) ซึ่งเป็นบริการส่งด่วนแบบพรีเมียม เหมาะสำหรับพัสดุที่ต้องการความรวดเร็ว, คูรีเออร์ วัน โพสต์ (Courier One Post) บริการส่งพรีเมียมราคาเหมาจ่าย, และ แอมะซอน เอฟบีเอ (Amazon FBA) บริการเฉพาะสำหรับผู้ขายบนแพลตฟอร์มแอมะซอน
ขณะนี้ บริการไปรษณีย์ทั่วโลกยุติการส่งพัสดุบางรายการไปยังสหรัฐฯ เนื่องจากความสับสนเกี่ยวกับภาษีนำเข้าใหม่ที่ต้องชำระสำหรับพัสดุ ซึ่งจะเริ่มใช้ในช่วงปลายเดือน ส.ค. เป็นต้นไป
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าทั่วโลกสำหรับพัสดุที่มีมูลค่าต่ำ โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้วันที่ 29 ส.ค. นี้
แม้ของขวัญที่มีมูลค่าต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,300 บาท) ยังคงได้รับการยกเว้นภาษี แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายความว่าพัสดุอื่น ๆ ทั้งหมด จะต้องเสียภาษีในอัตราเดียวกันกับสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มาจากประเทศต้นทางเดียวกัน
บริการไปรษณีย์ของประเทศอื่น ๆ เช่น โรยัลเมล (Royal Mail) ของสหราชอาณาจักร และ ดีเอชแอล (DHL) ของเยอรมนี ระบุว่าพวกเขาจะระงับการขนส่งไปยังสหรัฐฯ จนกว่าจะมีระบบที่เหมาะสมเพื่อจัดการกับกฏที่เพิ่งออกมาใหม่
ทางโรยัลเมลระบุว่า จะยุติการให้บริการส่งออกพัสดุไปยังสหรัฐฯ สำหรับลูกค้าประเภทธุรกิจ ตั้งแต่วันอังคารที่จะถึงนี้ แต่หวังว่าจะสามารถเปิดระบบใหม่ได้ภายในสองวัน เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎใหม่ได้ก่อนที่กฎจะมีผลบังคับใช้
"เรากำลังทำงานอย่างหนักร่วมกับหน่วยงานของสหรัฐฯ และพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อปรับบริการของเราให้สอดคล้องกับข้อกำหนด de minimis ใหม่ของสหรัฐฯ เพื่อให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจในสหราชอาณาจักรยังคงสามารถใช้บริการของเราได้เมื่อกฎมีผลบังคับใช้" บริษัทกล่าว
ทางโรยัลเมลยังระบุด้วยว่าการส่งจดหมายและไปรษณียบัตร ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ

ที่มาของภาพ, Getty Images
สหรัฐฯ เคยมีข้อยกเว้นภาษีนำเข้าที่เรียกว่า "de minimis (มูลค่าขั้นต่ำ)" สำหรับพัสดุที่มีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26,400 บาท) ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อเสื้อผ้าและของใช้ในบ้านราคาถูกจากเว็บไซต์อย่าง ชีอิน (Shein) และ เทมู (Temu) โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า
ทว่า กฎการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าจากจีนได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา และขณะนี้กำลังขยายผลไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
ทำเนียบขาวระบุว่า การยกเลิกข้อยกเว้นภาษีนำเข้าจะช่วยต่อสู้กับ "พฤติกรรมการจัดส่งที่หลอกลวงซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง วัสดุผิดกฎหมาย และการหลีกเลี่ยงภาษี" โดยอ้างว่าผู้ให้บริการขนส่งบางรายได้ "ใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด" จากข้อยกเว้นนี้ในการลักลอบส่งยาเสพติดเข้ามาในสหรัฐฯ
รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า การจัดส่งภายใต้ข้อยกเว้น de minimis เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 115 ล้านรายการในปีงบประมาณ 2023/24 เป็น 309 ล้านรายการภายในวันที่ 30 ม.ย. ปีนี้
แม้ว่าจีนจะเป็นแหล่งสำคัญของการจัดส่งพัสดุที่ใช้ข้อยกเว้นนี้ แต่แคนาดาและเม็กซิโกก็เป็นแหล่งสำคัญของพัสดุราคาถูกที่ถูกส่งมายังสหรัฐฯ เช่นกัน
ดอยช์โพสต์ (Deutsche Post) และ ดีเอชแอล พาร์เซล เยอรมนี (DHL Parcel Germany) ระบุว่า พวกเขาจะระงับการจัดส่งพัสดุสำหรับลูกค้าธุรกิจไปยังสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว เริ่มตั้งแต่วันเสาร์นี้ (23 ส.ค.) เนื่องจาก "ยังมีคำถามสำคัญที่ยังไม่ได้รับคำตอบ" เกี่ยวกับวิธีการชำระภาษี และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการชำระภาษีนั้น
ดีเอชแอลระบุว่ากำลัง "ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด" และยังคงติดต่อกับหน่วยงานของสหรัฐฯ พร้อมทั้งกล่าวว่าการจัดส่งผ่านบริการ ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส (DHL Express) "ยังสามารถดำเนินการได้"
"เป้าหมายของบริษัทคือการกลับมาให้บริการจัดส่งพัสดุไปยังสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด" บริษัทฯ กล่าว
เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ทางโพสต์นอร์ด (PostNord) ผู้ให้บริการไปรษณีย์และโลจิสติกส์ในประเทศสแกนดิเนเวีย ได้ประกาศระงับการให้บริการเช่นกัน เนื่องจากทางการสหรัฐฯ เพิ่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา
"การตัดสินใจครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่จำเป็นต้องทำ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะปฏิบัติตามกฎใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้อย่างครบถ้วน" บียอร์น เบิร์กแมน หัวหน้าฝ่ายแบรนด์และการสื่อสารของกลุ่มบริษัทโพสต์นอร์ด กล่าว
ส่วนตลาดการค้าออนไลน์ เช่น เอทซี (Etsy) บอกว่า จะระงับการซื้อที่มีใบปะหน้าพัสดุ (shipping label) ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. สำหรับบริการของ ออสเตรเลียโพสต์ (Australia Post), แคนาดาโพสต์ (Canada Post), โรยัลเมล และ เอฟวรี (Evri) สำหรับพัสดุที่ส่งไปยังสหรัฐฯ ในขณะที่บริษัทขนส่งกำลังปรับเปลี่ยนบริการให้สอดคล้องกับกฎใหม่
"สถานการณ์เกี่ยวกับภาษีนำเข้ากำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นโปรดติดตามคำแนะนำจากผู้ให้บริการจัดส่งที่คุณเลือกใช้อย่างใกล้ชิด" เอทซีกล่าวกับผู้ขายบนแพลตฟอร์มของตน
ใน "ร่างกฎหมายฉบับใหญ่อันสวยงาม (the big and beautiful bill)" ของทรัมป์ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับข้อยกเว้น de minimis เดิมทีจะมีผลในวันที่ 1 ก.ค. 2027 แต่คำสั่งฝ่ายบริหารล่าสุดได้เร่งกระบวนการให้เร็วขึ้น 2 ปี
กฎใหม่นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อของใช้ส่วนตัวที่ชาวอเมริกันนำติดตัวกลับมาจากการเดินทางต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,600 บาท) และจะไม่กระทบต่อของขวัญที่มีมูลค่าไม่เกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,300 บาท)












