"ฉันรู้สึกพังทลายจากความสยดสยอง แต่ไม่ได้โกรธแค้น" จิเซล เพเลคอต หญิงผู้เป็นศูนย์กลางของคดีข่มขืนที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสเปิดใจกับบีบีซี

Gisèle Pelicot poses for a photograph at the Hôtel de Ville in Paris, France
    • Author, วิคตอเรีย เดอร์บีเชอร์
    • Role, บีบีซี นิวส์ไนท์
    • Author, ลอรา กอซซี
    • Role,
  • เวลาอ่าน: 17 นาที

คำเตือน: รายงานข่าวนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

จิเซล เพเลคอต หญิงผู้เป็นศูนย์กลางของคดีข่มขืนที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับรายการบีบีซี นิวส์ไนท์ (BBC Newsnight) ว่า เธอรู้สึก "พังทลายจากความสยดสยอง" เมื่อพบว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา สามีของเธอได้วางยาเธอจนหมดสติซ้ำแล้วซ้ำเล่า และชักชวนชายหลายสิบคนมาข่มขืนเธอ

"บางสิ่งบางอย่างระเบิดขึ้นภายในตัวฉัน" เพเลคอต วัย 73 ปี กล่าวถึงช่วงเวลาที่เธอรู้ถึงความร้ายแรงของอาชญากรรมของสามี "มันเหมือนกับคลื่นยักษ์สึนามิ"

ในการสัมภาษณ์อย่างละเอียดก่อนการตีพิมพ์หนังสือบันทึกความทรงจำของเธอเรื่อง A Hymn To Life (อาจแปลได้ว่า เพลงสวดสรรเสริญชีวิต) เธออธิบายว่า การโทรศัพท์ไปบอกลูกทั้งสามคนถึงสิ่งที่เธอค้นพบเกี่ยวกับพ่อของพวกเขา อาจเป็นประสบการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเธอ

'ดิ่งสู่ขุมนรก'

เพเลคอตหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เธอตัดสินใจสละสิทธิ์ตามกฎหมายในการปกปิดตัวตน และเธอก็ไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจนั้นเลย เธอเผยด้วยว่าตนเองยังคงมีคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบที่อยากถามอดีตสามี ซึ่งเธอเรียกเขาว่า "คุณเพเลคอต" ที่อยู่ในเรือนจำตามคำตัดสินลงโทษจำคุก 20 ปี

ศาลากลางกรุงปารีสที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังบนเพดานและแผงไม้ที่หรูหรานั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากห้องพิจารณาคดีที่ดูจืดชืด ซึ่งคุณเพเลคอตปรากฏตัวต่อสาธารณะเป็นครั้งสุดท้ายในระหว่างการพิจารณาคดีสี่เดือนที่เขย่าขวัญประเทศฝรั่งเศส

เธออธิบายถึงช่วงเวลาที่เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เธอเรียกว่าการ "ดิ่งสู่ขุมนรก" ของเธอ

เธอ กับ โดมินิก เพเลคอต สามี เดินทางไปยังสถานีตำรวจใกล้บ้านของพวกเขาในเมืองมาซาน ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ตามที่เขาถูกเรียกตัวเนื่องจากแอบถ่ายใต้กระโปรงของผู้หญิงในซูเปอร์มาร์เก็ต

แต่เพเลคอตถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบถามเป็นการส่วนตัว และเริ่มถามคำถามที่เจาะลึกขึ้นเรื่อย ๆ สามีของเธอเป็นคนแบบไหน ? เธอตอบว่า เป็นคนดีมาก พวกเขาเคยมีเซ็กส์แบบแลกคู่กันหรือไม่ ? เธอปฏิเสธว่าไม่เคยแน่นอน

"เขาบอกฉันว่า 'ผมกำลังจะให้คุณดูอะไรบางอย่างที่คุณจะไม่ชอบ' ฉันยังไม่เข้าใจในทันที"

เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงรูปถ่ายสองรูปของเธอ เป็นรูปผู้หญิงที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง รูปเหล่านั้นเป็นหนึ่งในบรรดารูปภาพและวิดีโอหลายพันภาพที่สามีของเธอถ่ายไว้ขณะที่เธอถูกวางยา

"ฉันจำตัวเองไม่ได้" เธอกล่าว "ผู้หญิงคนนี้นอนอยู่บนเตียงราวกับว่าเธอตายแล้ว มีผู้ชายอยู่ข้าง ๆ ตัว ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร ฉันไม่รู้จักพวกเขา ฉันไม่เคยเจอพวกเขามาก่อน"

เธอหยุดพูดชั่วครู่ พลางปรับแว่นอ่านหนังสือกรอบสีแดง ขณะที่เล่าถึงความตกใจที่ถาโถมเข้ามา เสียงของเธอแผ่วเบาลง ทว่าไม่สั่นเครือ

ตำรวจบอกเพเลคอตว่า เธอถูกข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยชายหลายสิบคน แม้ว่าสามีของเธอจะบันทึก ติดป้ายกำกับ และจัดหมวดหมู่คลิปวิดีโอการข่มขืนเหล่านั้นไว้ในฮาร์ดดิสก์อย่างเป็นระเบียบ แต่ก็ไม่สามารถระบุตัวตนชายหลายคนเหล่านี้ได้

ตำรวจแนะนำเธอว่าอย่าอยู่คนเดียวหลังจากได้รับข่าวนี้ เธอกลับบ้านด้วยความมึนงงและโทรหาเพื่อน "ฉันบอกเธอว่า 'โดมินิกถูกควบคุมตัวเพราะเขาข่มขืนฉันและให้คนอื่นข่มขืนฉัน' นั่นคือตอนที่ฉันใช้คำว่าข่มขืน หลังจากถูกสอบสวนนานห้าชั่วโมง ฉันถึงได้เอ่ยถึงอาชญากรรมของนายเพเลคอตออกมาเป็นคำพูดนั้น"

'ฉันได้ยินเสียงลูกสาวกรีดร้อง มันแทบจะฟังดูไม่เหมือนมนุษย์เลย'

ลูก ๆ ทั้งสามคนของเธอที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ได้แก่ เดวิด แคโรไลน์ และฟลอเรียน ต่างได้รับรู้ถึงสิ่งที่พ่อของพวกเขาทำ

"ฉันรู้ดีว่าสำหรับลูก ๆ มันจะเป็นเรื่องยากอย่างมาก" เพเลคอตกล่าว เธอเชื่อว่าการโทรศัพท์สามครั้งนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่เธอเคยทำมา

เธอจำปฏิกิริยาของแคโรไลน์ได้ "ฉันได้ยินเสียงลูกสาวกรีดร้อง มันแทบจะฟังดูไม่เหมือนมนุษย์เลย" เพเลคอตบอก

เธอจำได้ว่าเดวิด ลูกชายคนโต อยู่ในสภาพตกใจ และฟลอเรียน ลูกชายคนเล็ก ถามทันทีว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง

"พวกเขารู้ว่าฉันอยู่คนเดียว และฉันอาจจะทำอะไรโง่ ๆ สำหรับพวกเขามันเหมือนกับมีอะไรบางอย่างระเบิดเหมือนกัน"

ลูก ๆ ของเธอเดินทางมาหาเธอที่มาซานในวันรุ่งขึ้น ทั้งสามคนจำได้ว่าพวกเขาทำลายหรือโยนข้าวของของครอบครัวทิ้งไป ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงอัลบั้มรูป เพื่อพยายามลบล้างการมีอยู่ของพ่อของพวกเขา

แต่แม่ของพวกเขายืนดูอยู่เฉยๆ

"ฉันบอกตัวเองว่าชีวิตฉันพังทลายแล้ว ฉันไม่มีอะไรเหลือเลยนอกจากลูก ๆ"

Gisèle Pelicot (C-R) speaks to one of her lawyers, beside her daughter Caroline Darian (L) and her sons Florian Pelicot (L) and David Pelicot (R), at the courthouse during the trial of her husband accused of drugging her for nearly ten years and inviting strangers to rape her at their home in Mazan, a small town in the south of France, in Avignon, on September 2, 2024.

ที่มาของภาพ, CHRISTOPHE SIMON/AFP

คำบรรยายภาพ, "เราใช้เวลานานมากในการฟื้นฟูตัวเอง": เพเลคอตกล่าวว่าการเปิดเผยเรื่องราวต่าง ๆ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อลูก ๆ ของเธอ ซึ่งได้แก่ ฟลอเรียน (ซ้าย), แคโรไลน์ (กลาง) และเดวิด (ขวาสุด)

นับตั้งแต่เดวิดเกิด ซึ่งคือเมื่อตอนคุณเพเลคอตมีอายุ 20 ปีต้น ๆ ลูกกลายมาเป็นศูนย์กลางชีวิตของเธอ การเป็นแม่กลายเป็นหนทางที่ทำให้เธอละทิ้งวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความเศร้าไว้เบื้องหลัง

"ฉันเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กมาก พี่ชายและพ่อก็เช่นกัน" เธอย้อนความทรงจำ "ดังนั้นฉันจึงต้องสร้างทุกอย่างที่ฉันสูญเสียไปขึ้นมาใหม่"

ในการสัมภาษณ์ เพเลคอตพูดถึงพ่อแม่อันเป็นที่รักของเธอ ซึ่งการแต่งงานของพวกท่านได้หล่อหลอมความเข้าใจเรื่องความรักของเธออย่างลึกซึ้ง

เธออายุ 9 ขวบเมื่อแม่ของเธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ทำให้พ่อและครอบครัวจมอยู่ในความโศกเศร้าที่พวกเขาไม่เคยฟื้นตัวอย่างแท้จริง การได้พบกับโดมินิก เพเลคอต ชายหนุ่มวัย 19 ปี ที่หล่อเหลา และบอบช้ำจากการเลี้ยงดูที่ยากลำบากเช่นเดียวกัน ได้มอบโอกาสให้เธอเริ่มต้นใหม่ พวกเขาแต่งงานกันในปี 1973

"เรารักกันมาก และเราทุ่มเทให้กับชีวิต และเราเริ่มต้นสร้างครอบครัว เพราะนั่นคือเป้าหมายหลักของฉัน" เธอย้อนความทรงจำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

การทรยศที่คาดไม่ถึง

ในปี 2011 เพเลคอตเริ่มมีอาการความจำเสื่อม เธอคิดว่านั่นเป็นเพราะปัญหาทางระบบประสาท แต่เธอก็ยังมีปัญหาทางนรีเวชเรื้อรังด้วย ซึ่งต่อมาพิสูจน์แล้วว่าเกิดจากยาที่เธอได้รับ และคนแปลกหน้าที่มาข่มขืนเธอหลายครั้งต่อสัปดาห์

เธอไปพบแพทย์หลายคน และสามีของเธอก็อยู่เคียงข้างเธอตลอดการตรวจที่ไม่สามารถสรุปผลได้ เขายังอยู่กับเธอทุกเช้าหลังจากการถูกทำร้ายในเวลากลางคืนด้วย

"มันช่างเหลือเชื่อที่ผู้ชายคนนี้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับฉันจะก่อเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ได้" เพเลคอตกล่าว "ฉันตื่นขึ้นมาทานอาหารเช้า และเขาก็มองตาฉัน และฉันไม่รู้ว่าเขาทรยศฉันได้อย่างไรมาเป็นเวลาหลายปี"

Victoria Derbyshire and Gisèle Pelicot during an interview for BBC Newsnight at the Hôtel de Ville in Paris, France
คำบรรยายภาพ, เพเลคอตกล่าวว่า "มันช่างน่าเหลือเชื่อที่ชายคนนี้ซึ่งใช้ชีวิตร่วมกับฉันจะก่อเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ได้"

ต่อมาเธอก็ได้รู้ว่านอกเหนือจากการถูกวางยาแล้ว สามีของเธอยังให้ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดรุนแรงแก่เธอ เพื่อที่วันรุ่งขึ้นเธอจะได้ไม่รู้สึกเจ็บปวดจากสิ่งที่ร่างกายของเธอต้องเผชิญ

ตอนนี้เธอเชื่อว่าร่างกายที่ถูกทารุณกรรมใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว และชีวิตของเธอกำลังตกอยู่ในจุดอันตราย

"มันยากสำหรับฉันที่จะยอมรับได้ว่าเขาช่างไม่มีความเมตตาเสียเลย" เธอกล่าว

เพเลคอตบอกด้วยว่า การเปิดเผยดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทั้งครอบครัวของเธอ

"มันผิดที่จะคิดว่าโศกนาฏกรรมเช่นนี้จะทำให้ครอบครัวรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เราใช้เวลานานมากในการฟื้นฟูตัวเอง" เธอบอก

เธอกล่าวต่อไปว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แคโรไลน์ ลูกสาวของเธอ ถูกประณามให้ตกอยู่ใน "ความทรมานชั่วนิรันดร์" เนื่องจากแคโรไลน์พบภาพถ่ายของตัวเองขณะนอนหลับอยู่ในชุดชั้นในบนแลปท็อปของพ่อ

"สายตาที่แสดงออกถึงการร่วมประเวณีระหว่างญาติที่เขามองลูกสาวของเขานั้น ฉันรู้สึกทนไม่ได้อย่างยิ่ง"

อดีตสามีของนางเพเลคอตให้คำอธิบายที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับภาพถ่ายเหล่านั้น แต่แคโรไลน์เชื่อมั่นว่าเขาได้วางยาและข่มขืนเธอด้วย แต่เนื่องจากขาดหลักฐานเพิ่มเติม เขาจึงไม่เคยถูกดำเนินคดี

ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกสาวก็ตึงเครียดในช่วงระหว่างการพิจารณาคดี และแคโรไลน์กล่าวว่าเธอรู้สึกเหมือนเป็น "เหยื่อที่ถูกลืม" ในช่วงเวลาต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังคดี เพเลคอตขาดการติดต่อกับลูก ๆ บางคนด้วย

"แคโรไลน์ต้องใช้เวลา เพราะเธอเต็มไปด้วยความโกรธเกลียด ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ฉันไม่มี" เพเลคอตกล่าว "ฉันไม่มีความเกลียดชังหรือความโกรธ ฉันรู้สึกถูกทรยศและโกรธแค้นจากนายเพเลคอต แต่นั่นก็เป็นเพียงตัวตนของฉัน"

เพเลคอตกล่าวด้วยว่า ตอนนี้เธอกับลูกสาวกำลังฟื้นฟูความสัมพันธ์กันอยู่

"เราแต่ละคนต้องการเวลาเพื่อค้นหาเส้นทางของตัวเอง วันนี้เราพยายามที่จะนำความสงบสุขมาสู่กันและกัน และฉันหวังว่าเรากำลังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องสู่การเยียวยา"

การเปิดเผยเพิ่มเติม

การเปิดเผยความจริงก็ตามมาเรื่อย ๆ ในปี 2022 ตำรวจแจ้งเพเลคอตว่าสามีของเธอสารภาพว่าพยายามข่มขืนหญิงสาวคนหนึ่ง นอกจากนี้เขายังถูกสอบสวนในข้อหาฆาตกรรมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์วัย 23 ปี ในกรุงปารีสเมื่อปี 1991 ด้วยซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธ

การที่สามีของเธออาจเป็นทั้งฆาตกรและนักข่มขืนต่อเนื่องนั้น เป็นเรื่องที่เพเลคอตแทบรับไม่ไหว

"ฉันหวังว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ก่อเหตุอาชญากรรมอันโหดร้ายนี้ เพราะมิเช่นนั้นมันจะเป็นการตกนรกอีกครั้ง ทั้งสำหรับทั้งฉันและลูก ๆ ของเขา"

ในระหว่างการสอบสวน เธอได้ย้ายไปอยู่ที่เกาะอีลเดอเร (Île de Ré) อันเงียบสงบ ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ นอกชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของฝรั่งเศส "ฉันอยากหลบซ่อนตัวจริง ๆ" เธอกล่าว "ฉันไม่ต้องการให้ใครรู้เลยว่าฉันเป็นใคร"

Gisèle Pelicot, in a white shirt and black blazer, looks out of the window at the Hôtel de Ville in Paris, France
คำบรรยายภาพ, เพเลคอตกล่าวว่า ในระหว่างการสอบสวน เธอ "ต้องการหลบซ่อนตัว"

เช่นเดียวกันกับเหยื่อการข่มขืนในฝรั่งเศสคนอื่น ๆ เพเลคอตมีสิทธิได้รับการพิจารณาคดีแบบปิดลับ คือปกปิดตัวตนอย่างสมบูรณ์ และไม่มีสื่อมวลชนได้เข้าถึง และเธอก็เคยปฏิเสธข้อเสนอจากลูกสาวที่ต้องการให้มีการพิจารณาคดีแบบเปิดเผย เพราะกังวลว่าจะเป็นการตอกย้ำสถานะของเธอเหยื่อของอาชญากรรมร้ายแรง

จากนั้น ขณะที่เธอเดินเล่นบนชายหาด สี่เดือนก่อนที่คดีจะเริ่มต้น บางสิ่งในตัวเธอก็เปลี่ยนไป

เธอตระหนักว่า การพิจารณาคดีแบบปิดลับจะหมายความว่าผู้ชายที่ถูกดำเนินคดีก็จะได้รับประโยชน์จากการปกปิดตัวตนเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น มันจะทำให้เธอเสียเปรียบ เพราะจะมีผู้ชาย 51 คน และทนายความ 40 คน ต่อสู้กับเธอ ทีมทนายความเล็ก ๆ และลูก ๆ ของเธอ

'ถ้าฉันทำได้ เหยื่อทุกคนก็ทำได้เช่นกัน'

"ฉันแบกรับความอับอายนี้มานานกว่าสี่ปี" เพเลคอตกล่าว "และฉันรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นการถูกลงโทษซ้ำสำหรับเหยื่อ และเป็นความทุกข์ทรมานที่เราสร้างขึ้นเอง"

ทนายความของเธอให้เวลาเธอหนึ่งสัปดาห์ในการตัดสินใจว่าเธอต้องการเปิดเผยการพิจารณาคดีต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนจริงหรือไม่ แต่เธอต้องการเวลาเพียงคืนเดียว "เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันก็รู้แล้ว" เธอกล่าว

มันเป็นการตัดสินใจที่พิเศษมาก

"ฉันไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจของฉันเลยแม้แต่ครั้งเดียว" เธอกล่าว "มันยังเป็นข้อความถึงเหยื่อทุกคนที่ไม่กล้าทำเช่นเดียวกัน… มันอาจจะให้กำลังใจพวกเขาได้บ้างเหมือนที่ฉันพบในตัวเอง"

"เพราะ... ภายในตัวเรามีทรัพยากรที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน และถ้าฉันทำได้ เหยื่อทุกคนก็ทำได้เช่นกัน ฉันเชื่อมั่นในเรื่องนี้" เธอกล่าวโดยไม่ลังเล

ในปี 2024 การพิจารณาคดีของเพเลคอตได้ปรากฏสู่สายตาของชาวฝรั่งเศสและผู้คนทั่วโลกอย่างเต็มรูปแบบ

ความสามารถที่เธอปล่อยให้แสงส่องผ่านความเลวร้ายที่ตนเองต้องเผชิญ หรือสิ่งที่เธอเรียกซ้ำ ๆ ว่า "ความโสโครก" เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งของเธอ

ทุกวัน เธอเชิดหน้าขึ้นสูงขณะเดินเข้าไปในศาลเมืองอาวิญง กลุ่มผู้หญิงจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ด้านนอกเพื่อแสดงการสนับสนุน และเธอก็แสดงความขอบคุณด้วยการพยักหน้าเล็กน้อยและวางมือบนหน้าอก

เพเลคอตกล่าวว่า ท่ามกลางกล้องนับสิบตัวที่รายล้อมอยู่ กล้องเหล่านั้นให้ "พลังอันเหลือเชื่อ" แก่เธอ

"สำหรับฉัน กล้องเหล่านั้นช่วยบรรเทาสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องพิจารณาคดี" เธอกล่าว "ฉันคิดว่าถ้าอยู่คนเดียวคงยากลำบาก"

แม้แต่สมเด็จพระราชินีนาถคามิลลายังทรงส่งจดหมายส่วนพระองค์จากสหราชอาณาจักรมาแสดงความชื่นชม ซึ่งทำให้เธอประหลาดใจมาก "ฉันรู้สึกซาบซึ้งและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง... ฉันรู้สึกซาบซึ้งในพระองค์" เธอกล่าว

Gisèle Pelicot, the victim of a mass rape orchestrated by her then-husband Dominique Pelicot at their home in the southern French town of Mazan, talks to journalists after the verdict in the trial for Dominique Pelicot and 50 co-accused, at the courthouse in Avignon, France, December 19, 2024. Pelicot stands next to her son Florian as her other son David stands behind

ที่มาของภาพ, Manon Cruz/REUTERS

คำบรรยายภาพ, เพเลคอตกล่าวต่อสื่อมวลชนหลังคำตัดสินเมื่อเดือน ธ.ค. 2024

ตลอดทั้งการสัมภาษณ์ เพเลคอตมีท่าทีสงบและมั่นใจ จากนั้นเธอได้ชมวิดีโอที่ถ่ายทำโดยรายการบีบีซี นิวส์ไนท์ ซึ่งแสดงให้เห็นผู้หญิงชาวฝรั่งเศสกล่าวขอบคุณเธอที่เลือกให้มีการพิจารณาคดีแบบเปิดเผย

"ขอบคุณในความกล้าหาญมากค่ะ" หญิงคนหนึ่งกล่าว

"พวกเรามาให้กำลังใจคุณค่ะ ชีวิตช่างสวยงามเหลือเกินค่ะ นายหญิง!" หญิงอีกคนกล่าว

เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทีละใบ คุณเพลิคอตก็เช็ดน้ำตาเป็นครั้งแรก

"มันทำให้ฉันซาบซึ้งใจอย่างมาก เพราะนี่คือใบหน้าที่ฉันได้พบระหว่างการพิจารณาคดี" เธอกล่าว "ฉันเห็นพวกเขาติดโปสเตอร์ ฉันเห็นภาพตัดปะ ฉันเห็นป้ายผ้า"

"พวกเขายอดเยี่ยมจริง ๆ" เธอยิ้ม

ในห้องพิจารณาคดี เพเลคอตและครอบครัวต้องทนฟังคำกล่าวที่แฝงนัยและการกล่าวหาอย่างเปิดเผยว่าพวกเขามีส่วนร่วมในการกระทำผิดจากทั้งจำเลยและทนายความของพวกจำเลยนานเกือบสี่เดือน "คุณต้องผ่านนรกในห้องพิจารณาคดี คุณรู้สึกอับอายขายหน้ามาก" เธอกล่าว

ในเวลานั้น สิ่งนี้ทำให้เธอเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า "การพิจารณาคดีแห่งความขี้ขลาด" แม้แต่ตอนนี้ เสียงของเธอก็ยังสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเธอนึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้น

"พวกเขาไม่ต้องการยอมรับในสิ่งที่พวกเขาทำ" เธอกล่าวถึงผู้ชาย 50 คนที่สามีของเธออนุญาตให้ทำร้ายเธอ เธอรู้สึกว่าพวกเขากระทำราวกับว่าพวกเขาก่ออาชญากรรมเล็กน้อย และปฏิเสธที่จะยอมรับว่าเธอไม่ได้ให้ความยินยอม

Women holds a placard in support of rape victim Gisèle Pelicot during various demonstrations to protest against femicide, sexual violence in France, 2024

ที่มาของภาพ, AFP/Anadolu/EPA/Getty Images/Reuters

คำบรรยายภาพ, มีการชุมนุมประท้วงจำนวนมากทั่วประเทศฝรั่งเศสเพื่อสนับสนุนเพเลคอต

"จากนั้น วิดีโอที่พิสูจน์ความจริงก็จะถูกนำมาฉาย" เธอกล่าว "เราจะได้เห็นผู้ชายคนนั้นข่มขืนฉัน เขาจะถูกถามคำถามเหล่านั้นอีกครั้ง และจะตอบว่า 'ไม่ ผมไม่ได้ข่มขืนเธอ ผมไม่มีเจตนาที่จะข่มขืนเธอเลย'

"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ" เธอถามออกมาด้วยความหงุดหงิด

"ฉันคิดว่าสำหรับพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่สามารถข่มขืนฉันได้ เพราะสามีของเพเลคอตอยู่ที่นั่นและเขาได้ให้ความยินยอมแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ถือว่าเป็นการข่มขืน" เธอกล่าวสรุป

ข้อโต้แย้งนี้ถูกปฏิเสธโดยผู้พิพากษาทั้งเจ็ดคนที่ดูแลคดี จำเลยทั้งหมดถูกตัดสินว่ามีความผิด อดีตสามีของเธอ (การหย่าร้างของพวกเขาเสร็จสิ้นก่อนการพิจารณาคดีไม่นาน) ได้รับโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ส่วนชายอีก 50 คนถูกจำคุกเป็นเวลาตั้งแต่ 5 ถึง 15 ปี

สร้างชีวิตใหม่อีกครั้ง

ขณะที่เพเลคอตกำลังพูด ชายร่างสูงสวมแว่นตาที่เป็นพ่อม่ายชื่อ ฌอง ลูป กำลังเฝ้ามองอย่างเงียบ ๆ เธอพบเขาที่เกาะอีลเดอเรในปี 2023 "เราโชคดีเหลือเกิน" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอบอุ่น "เราตกหลุมรักกันเหมือนวัยรุ่น โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่คาดคิด"

พวกเขาเป็นคู่รักนับตั้งแต่นั้นมา "ชีวิตนำพาผู้ชายคนหนึ่งมาสู่เส้นทางของฉัน เขามีค่านิยมและหลักการเดียวกันกับฉัน และเขาก็ผ่านความยากลำบากมากมายในชีวิตมาเช่นกัน"

"อย่างที่คุณเห็น" เธอกล่าวต่อพลางเอียงศีรษะไปด้านหนึ่ง "ชีวิตมักนำพาความประหลาดใจที่สวยงามมาให้เสมอ มันนำสีสันมากมายมาสู่ชีวิตของเรา"

เกือบหกปีแล้วที่เพเลคอตได้เห็นภาพถ่ายของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือน "ตายแล้ว" แต่คำถามที่ว่าทำไมอดีตสามีของเธอจึงทำร้ายเธอมานานหลายปียังคงค้างคาอยู่ โดมินิก เพเลคอตยอมรับในศาลว่าเขาต้องการ "ทำให้ผู้หญิงที่แข็งแกร่งยอมจำนน"

"เขาอยากให้ฉันเข้าร่วมกิจกรรมเซ็กส์แบบแลกคู่ และฉันปฏิเสธเสมอเพราะฉันมีความละอายใจ" เธอกล่าว "ฉันคิดว่าเขาหาทางออกโดยการทำให้ฉันยอมจำนน"

แต่คำถามที่ว่าเขาทำอย่างนั้นได้อย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง "ฉันอาจจะถามตัวเองเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต" เธอกล่าว

เพเลคอตบอกด้วยว่า เธอตั้งใจจะไปเยี่ยมเขาในคุกเพื่อถามถึงสิ่งที่เขาอาจได้ทำต่อแคโรไลน์ ลูกสาว และคดีฆาตกรรมที่เขาเกี่ยวข้อง

"ฉันต้องพบเขาเพื่อหาคำตอบ ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำได้หรือไม่ แต่ฉันต้องมองดวงตาของเขาตรง ๆ"

Gisèle Pelicot wipes away tears during an interview with Victoria Derbyshire for BBC Newsnight at the Hôtel de Ville in Paris, France

ที่มาของภาพ, Dmitry Kostykov/BBC

คำบรรยายภาพ, เพเลคอตกล่าวว่า เธอรู้สึก "ซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง" กับการสนับสนุนที่เธอได้รับจากสตรีชาวฝรั่งเศสที่ขอบคุณเธอสำหรับการตัดสินใจจัดการพิจารณาคดีแบบเปิดเผย

ขณะเดียวกัน การสร้างชีวิตใหม่ของเธอยังคงดำเนินต่อไป "ฉันกำลังเยียวยาตัวเอง"

เธอต่อต้านความคิดที่จะปฏิเสธชีวิตที่เธอเคยใช้ร่วมกับอดีตสามีอย่างสิ้นเชิง

"เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ ฉันจำเป็นต้องคิดว่า 50 ปีที่ฉันใช้ชีวิตอยู่กับคุณเพเลคอตนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก เพราะมิเช่นนั้น มันก็เหมือนกับว่าฉันตายไปแล้ว เหมือนกับว่าฉันไม่มีตัวตนอีกต่อไป"

ในหนึ่งในโอกาสอันน้อยนิดที่เธอขึ้นให้การในศาล เพเลคอตกล่าวกับอดีตสามีของเธอว่า การทรยศของเขานั้น "ประเมินค่าไม่ได้"

"ฉันพยายามนำทางคุณไปสู่แสงสว่างเสมอ แต่คุณกลับเลือกความมืดมิดของจิตใจมนุษย์" เธอกล่าว

นั่นเป็นความรู้สึกที่เธอยังคงย้ำอยู่ ณ ตอนนี้ในชีวิต เธอกล่าวว่า "คุณต้องเลือกเสมอ ต้องตัดสินใจว่าจะเดินไปในเส้นทางใด มีเส้นทางที่ถูกต้องและเส้นทางที่ผิด"

"ส่วนฉัน" เธอกล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงที่สงบ "ฉันเลือกที่จะเดินไปหาสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ"

รายชื่อองค์กรในสหราชอาณาจักรที่ให้ความช่วยเหลือและข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในเรื่อง สามารถดูได้ที่บีบีซี แอคชัน ไลน์