มาตรา 112 : ชายตะโกนใส่ขบวนเสด็จที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ถูกแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทฯ กษัตริย์

ที่มาของภาพ, Queen Sirikit National Convention Center
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่าชายวัย 25 ปี ซึ่งถูกควบคุมตัวจากบริเวณหน้าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 ต.ค. ระหว่างมีขบวนเสด็จในหลวง-พระราชินี ถูกตำรวจตั้งข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
กรณีดังกล่าว ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับรายงานว่าเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.15 น. โดยชายคนดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อในเวลาต่อมาว่า "อติรุจ" อาชีพโปรแกรมเมอร์ ถูกเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 นาย ควบคุมตัวไปจากจุดเกิดเหตุ
ศูนย์ทนายฯ เปิดเผยว่า นายอติรุจ ถูกควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ทนายที่เดินทางไปถึงรายงานว่า ตำรวจจัดทำบันทึกจับกุมโดยระบุว่า อติรุจถูกจับกุมจากการถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “หมิ่นประมาทฯ กษัตริย์” ตามมาตรา 112 และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่
ทวิตเตอร์ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า บันทึกจับกุมโดยสรุป กล่าวหาว่าก่อนและระหว่างขบวนเสด็จพระราชดำเนินกลับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีราชินี พบว่า อติรุจ ไม่ยอมนั่งลง เพื่อรอรับเสด็จเช่นประชาชนคนอื่น เมื่อขบวนเสด็จเคลื่อนผ่าน กล่าวหาอติรุจที่ยืนอยู่ไม่ยอมนั่งลงและตะโกนด้วยข้อความหนึ่ง ขณะที่ประชาชนคนอื่นเปล่งเสียงทรงพระเจริญ
ตามหมายกำหนดการวานนี้ (15 ต.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปิดอาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ในเวลา 17.20 น.
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา อติรุจ ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.ลุมพินี คาดว่าคืนนี้ก็จะยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน. ลุมพินี เช่นเดิม โดยพนักงานสอบสวนแจ้งว่าจากนั้นจะยื่นขอฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในช่วงเช้าวันที่ 17 ต.ค. ส่วนนายอติรุจได้รับบาดเจ็บที่ร่างกายหลายจุด ขณะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 1
ด้าน น.ส. เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ส.ส. ผู้อภิปรายประเด็นงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในสภา ทวีตข้อความว่า การจับกุมและตั้งข้อหามาตรา 112 กรณีนี้เปิดให้เห็นปัญหาของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 "ที่มาจากฐานคิดอุดมการณ์ความเชื่อของผู้ใช้กฎหมายที่ไม่มีขอบเขตกว้างขวาง ส่งผลต่อดุลพินิจการตีความบังคับใช้..."
พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ปฏิเสธให้ข้อมูลกับบีบีซีไทย และให้สอบถามข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยยืนยันว่า "ดำเนินการตามกฎหมาย" เมื่อสอบถามถึงการตั้งข้อหา ม.112
บีบีซีไทย ยังไม่สามารถติดต่อโฆษกตำรวจนครบาลได้ ขณะที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ให้ข้อมูลแต่อย่างใด โดยบอกว่า ขอตรวจสอบก่อน

ที่มาของภาพ, www.royaloffice.th
สำหรับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในระลอกการชุมนุมของกลุ่มราษฎณ จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นับตั้งแต่เริ่มมีการเผยแพร่รายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 112 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วอย่างน้อย 215 คน ในจำนวน 234 คดี (ข้อมูล ณ สิ้นสุดเดือน ก.ย. 2565)
สำหรับคดีที่เกิดขึ้นใหม่ในเดือน ก.ย. มี จำนวน 1 คดี ได้แก่ คดีของ “วรัณยา” คนทำสื่ออิสระ ที่ถูกจับกุมจากเหตุไปร่วมร้องเพลงของวงไฟเย็น ระหว่างกิจกรรมขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
17 ต.ค. ทวิตเตอร์ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ฝากขัง ‘อติรุจ’ เป็นเวลา 12 วัน หลังพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินียื่นฝากขังครั้งที่ 1 .ทนายความจึงได้ยื่นประกันตัวต่อทันที ซึ่งต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันด้วยวงเงิน 200,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ อติรุจจึงจะได้รับการปล่อยตัวหลังถูกคุมตัวอยู่นาน 2 คืน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 2











