บอส อยู่วิทยา : อัยการสูงสุดแจงทำไมข้อหาเสพโคเคนของทายาทกระทิงแดงจึงหมดอายุความ

นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส

ที่มาของภาพ, STR/AFP/GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส

สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงประมวลกฎหมายยาเสพติดที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายปี 2564 ทำให้อัตราโทษของการเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ลดลง ส่งผลให้ข้อหาเสพโคเคนของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส หมดอายุความลงไปโดยปริยาย

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า หนึ่งในสองข้อหา ณ เวลาก่อนหน้านี้ ข้อหาของนายวรยุทธเหลือเพียง 2 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอายุความ 15 ปี โดยนับเริ่มต้นตั้งแต่วันเกิดเหตุคือ 3 ก.ย. 2555 และคาดว่าจะขาดอายุความในวันที่ 3 ก.ย. 2570 ซึ่งเหลืออายุความประมาณ 5 ปี

ส่วนข้อหาที่ 2 ตามที่พนักงานอัยการสั่งฟ้องเพิ่มเติมหลังจากที่นำสำนวนมาตรวจพิจารณาสั่งใหม่ให้ดำเนินคดี ข้อเสพโคเคน ซึ่งเดิมไม่มี เป็นการสั่งไปตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ปี 2522 ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 58 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ซึ่งหมายถึง "โคเคน" ด้วย ขณะที่ในมาตรา 91 ระบุว่า ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนเสพยาเสพติดให้โทษตามมาตรา 58 ระวางโทษจำคุก 6 เดือนถึง 3 ปี หรือปรับ 10,000 - 60,000 บาท

"เพราะฉะนั้น ณ เวลาที่เราสั่งฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ข้อหานี้ เป็นช่วงที่บังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี 2522 อายุความมีระยะเวลา 10 ปี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 ข้อหานี้ก็จะขาดอายุความลงในวันที่ 3 ก.ย. 2565 แต่ปรากฏว่าระหว่างนี้มีการยกเลิก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษปี 2522 โดยให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดแทน" นายประยุทธ กล่าว

นายประยุทธ เพชรคุณ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

สำหรับประมวลกฎหมายยาเสพติดดังกล่าวได้ระบุว่า การเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ก็ยังถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายอยู่โดยมีบัญญัติไว้ในมาตรา 104 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งเขียนไว้ในทำนองเดียวกันกับมาตรา 58 ของ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี 2522 แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือ เรื่องของอัตราโทษ ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา 162 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด

"ผู้ใดฝ่าฝืนไปเสพยาเสพติดประเภทสอง (รวมทั้งโคเคน) มีระวางโทษไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท นั่นหมายความว่าลดโทษจากเดิมจำคุกไม่เกิน 3 ปี พอโทษใหม่ไม่เกิน 1 ปี ทำให้อายุความตามประมวลกฎหมายอาญา ว่ากรณีกฎหมายระวางโทษไม่เกินหนึ่งปี อายุความจะไม่เกิน 5 ปี ดั้งนั้น กฎหมายในเรื่องการเสพโคเคนในปัจจุบันของนายวรยุทธจึงขาดอายุความไปแล้วตามผลทางกฎหมายยาเสพติดที่ประกาศและมีผลบังคับใช้" รองโฆษก อสส. กล่าวยืนยัน

ทั้งบอส-กัญชาได้รับอานิสงส์จาก กม. ฉบับเดียวกัน แต่คนละบริบท

รองโฆษก อสส. ระบุอีกว่า ผลจากประมวลกฎหมายยาเสพติดที่เพิ่งบังคับใช้ปีที่แล้ว นอกจากจะส่งผลให้ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดประเภทที่ 5 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี 2522 ซึ่ง ต่อมามีประกาศกระทรวงสาธารณสุขปี 2565 ให้ปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชีโดยให้มีผลในวันที่ 9 มิ.ย. 2565 ซึ่งเป็นอานิสงส์ในบริบทกัญชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข" ประกาศให้ 9 มิ.ย. ปลดล็อกกัญชา เพื่อสุขภาพ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข" ประกาศให้ 9 มิ.ย. ปลดล็อกกัญชา เพื่อสุขภาพ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

"แต่ในส่วนบริบทอื่น ๆ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขเยอะมาก เช่น การแก้ระวางโทษในกรณีเสพยาเสพติดให้โทษจากเดิม 6 เดือนถึง 3 ปี มาเป็น 1 ปี และยังมีการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติและหลายบริบท แต่เอาเฉพาะในมิติของนายวรยุทธได้ประโยชน์จากตัวกฎหมายนี้ในเรื่องการเสพโคเคน ทำให้ขาดอายุความโดยอัตโนมัติ" นายประยุทธ กล่าว

สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดปี 2565 สรุปสาระสำคัญดังนี้ เพราะบทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดบางประการที่ผ่านมาไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน จึงต้องปรับปรุงบทบัญญัติ และกำหนดให้มีระบบอนุญาตเพื่อให้การควบคุมและการใช้ประโยชน์ยาเสพติดในทางการแพทย์ ทางวิทยาศาสตร์ และทางอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นการป้องกันการแพร่กระจายยาเสพติดและการใช้ยาเสพติดในทางที่ไม่ถูกต้องอันจะนำไปสู่การเสพติดยาเสพติด ซึ่งเป็นการบั่นทอนสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่กระจายยาเสพติดเข้าสู่กลุ่มเยาวชน

บีบีซีไทยรวบรวมเหตุการณ์สำคัญในคดีบอส อยู่วิทยา ตั้งแต่วันเกิดเหตุ จนถึง ข้อกังขา ของคดีนี้

ย้อนคดี บอส อยู่วิทยา

วันเกิดเหตุ

ข่าวสด

นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ซึ่งตอนนั้นอายุ 28 ปี ขับรถเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตโดยลากร่างตำรวจนายนี้ไปกว่า 200 เมตร ราว 5.30 น. ที่ช่วงปากซอยสุขุมวิท 47 แล้วหลบหนีไปที่บ้านพักเลขที่ 9 ซ.สุขุมวิท 53

ตำรวจระดับสารวัตรป้องกันปราบปราม สน.ทองหล่อนำตัวคนดูแลบ้านอยู่วิทยาไปมอบตัวโดยระบุว่าเขาเป็นคนขับรถชนตำรวจตาย แต่ไม่มีใครเชื่อว่าเขาเป็นคนขับรถจริง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ในขณะนั้นต้องลงพื้นที่เพื่อติดตามนายวรยุทธมามอบตัว และในที่สุดนายวรยุทธเข้ามอบตัวที่ สน.ทองหล่อในเวลา 10.30 น.

หลังจากเข้ามอบตัวในวันเดียวกัน มีการนำตัวเข้าห้องสอบสวนราว 6 ชม. โดยให้การภาคเสธและยอมรับว่าขับรถสปอร์ตหรูไปประสบอุบัติเหตุจริง แต่ผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้าทำให้หักหลบไม่ทัน นอกจากนี้ นายวรยุทธยังอ้างว่าเกิดความเครียดหลังขับรถชน จึงไปดื่มแอลกอฮอล์ในภายหลัง

ข่าวสด

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้ก่อเหตุไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่ รพ.สมิติเวช แล้วได้แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ตำรวจไม่คัดค้านประกันตัว จึงให้ประกันตัวออกไปในวงเงินประกัน 5 แสนบาท

นายจารุชาติ มาดทอง เข้าให้การเป็นพยานว่าเป็นผู้เห็นเหตุการณ์อุบัติเหตุขณะที่เขาขับรถกระบะส่งของ แต่เขาไม่ได้ระบุถึงความเร็วของรถยนต์หรูที่นายวรยุทธขับในวันนั้น

ทนายของนายวรยุทธขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

ผลตรวจเลือดโดยสาขาวิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุถึงสารแปลกปลอมที่พบในร่างกาย ของ นายวรยุทธ ว่ามีทั้งหมด 4 ชนิด ในจำนวนนี้มี 2 ชนิด (Benzoyleegorine และ Cocaethylene) ที่เป็นสารที่เกิดขึ้นในเลือด ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกายหลังจากการเสพโคเคน

จนท. เรียกตัวผู้ต้องหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาเมาแล้วขับเพิ่มเติม

EPA

นายวรยุทธ พร้อมผู้ติดตาม เข้ารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหาเมาแล้วขับ และข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หลังผลการตรวจระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและผลของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานออกมาว่านายวรยุทธขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. ระบุว่าได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ว่าจะนำส่งสำนวนคดีนายวรยุทธต่ออัยการศาลอาญากรุงเทพใต้ซึ่งระบุถึงผลการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายในสำนวน

อัยการมีความเห็นแย้ง เห็นควรสั่งฟ้องเป็น 4 ข้อหา รวมทั้งฟ้องข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่สั่งฟ้องข้อหาขับรถขณะเมาสุรา เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานทางคดีบ่งชี้ว่ามีการกระทำผิด

2 ข้อหาขาดอายุความ ประกอบด้วย 1) ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และ 2) ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ทั้งสองข้อหามีอายุความ 1 ปี

ทีมทนายของนายวรยุทธมีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมในคดีหลายครั้ง ในหลายหน่วยงานรวมถึง คณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชุดที่มี พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานด้วย

พ.ต.ต.ธนสิทธิ แตงจั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในตำรวจพิสูจน์หลักฐานและผู้ตรวจสอบความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธขับ มีการคำนวณหาความเร็ววิธีใหม่ได้ความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธขับขี่ประมาณ 79.23 กม./ชม. แต่สำนักข่าวอิศราระบุว่า ไม่ปรากฏข้อมูลความเร็วของรถยนต์ที่ 177 กม./ชม. ในสำนวนของอัยการ

ตำรวจสรุปสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องวรยุทธ เพียง 2 ข้อหา

EPA

1. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอายุความ 15 ปี จำคุกไม่เกิน 10 ปี แต่ต่อมาอัยการสูงสุดมีความเห็นไม่ฟ้อง ข้อหาจึงตกไป

2. ข้อหาไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร ซึ่งมีอายุความ 5 ปี

ส่วนข้อหา ขับรถเร็วและเมาแล้วขับ พนักงานสอบสวนไม่สั่งฟ้องเพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

นายวรยุทธมอบอำนาจให้ทนายความมายื่นหนังสือกับพนักงานอัยการขอเลื่อนคดี อ้างว่าติดธุระอยู่ต่างประเทศ พนักงานอัยการผู้รับผิดชอบคดีจึงเลื่อนไปวันที่ 25 พ.ค. 2559

Facebook/สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ

นายวรยุทธไม่มาพบพนักงานอัยการ พนักงานอัยการจึงมีหนังสือแจ้งไปที่พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ให้ไปดำเนินการติดตามเอาตัวผู้ต้องหาเพื่อส่งฟ้องต่อศาล แต่พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ แจ้งว่าผู้ต้องหาได้ขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานอัยการออกไปก่อน เนื่องจากได้ไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่ กมธ.กฎหมายฯ สนช. เพื่อขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม

พล.ต.ท. ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ระบุว่า นายวรยุทธได้เดินทางออกจากประเทศ ก่อนหน้าที่ศาลอาญากรุงเทพใต้จะออกหมายจับ โดยเบื้องต้นปลายทางในการเดินทางคือ ประเทศสิงคโปร์ แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเดินทางต่อไปยังประเทศอะไรต่อไปหรือไม่

Getty Images

ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับนายวรยุทธ ในข้อหาชนแล้วหนี และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หลังจากเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องพนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้เป็นครั้งที่ 8 โดยอ้างว่าติดภารกิจในต่างประเทศ

Getty Images

สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเปิดเผยว่าได้บรรจุชื่อของนายวรยุทธอยู่ในบัญชีดำ เพื่อตรวจตามจุดผ่านแดนทุกจุดของประเทศ เพื่อที่จะเปิดทางให้ สตม. จับกุมตัวทันที หากพบตัวตามจุดผ่านแดนต่าง ๆ

ทางการสิงคโปร์เปิดเผยว่านายวรยุทธไม่ได้อยู่ในประเทศ หลังจากตำรวจไทยเปิดเผยว่าเขาเดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดยเครื่องบินส่วนตัวไปสิงคโปร์เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการกงสุลได้เพิกถอนหนังสือเดินทางของนายวรยุทธ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้องขอ

ข้อหาไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควรหมดอายุความ หลังจากครบกำหนด 5 ปี

www.interpol.int ข้อมูล ณ วันที่ 11 ต.ค. 2560

เว็บไซต์ตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) เผยแพร่หมายจับ “หมายแดง” นายวรยุทธ บนเว็บไซต์

Facebook/สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าหมายจับของนายวรยุทธยังคงอยู่ในระบบเพียงแต่ไม่ได้แสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ของอินเตอร์โพล

มีการเรียกพยานเข้ามาให้ข้อมูลในคดีเพิ่ม 2 ปาก ประกอบด้วยนายจารุชาติ มาดทองและพล.อ.ท.จักกฤช ถนอมกุลบุตร โดยระบุว่า ด.ต.วิเชียร ขับรถตัดหน้า โดยการเปลี่ยนเลนกระทันหันจากช่องทางซ้ายมาเป็นช่องทางที่ 2 หรือเลนกลาง และมีรายงานว่าเขากล่าวถึงความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธขับว่าไม่เกิน 80 กม./ชม.

มีหนังสือลงนามโดย พ.ต.ท.ธนาวุฒิ สงวนสุข รักษาการ ผกก.สน.ทองหล่อ ถึงนายวรยุทธ แจ้งเรื่องอัยการสูงสุดไม่ฟ้องคดีทุกข้อกล่าวหา และได้ถอนหมายจับแล้ว

ป.ป.ช. 

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัย พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว อดีตผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กับนายตำรวจรวม 7 นาย กรณีช่วยเหลือนายวรยุทธ ไม่ให้ถูกดำเนินคดี ข้อหาขับรถขณะเมาสุรา และข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งไม่ออกหมายจับ จนเป็นเหตุให้หลบหนีได้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงกรณีเว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น รายงานว่าอัยการสูงสุดไม่สั่งฟ้องนายวรยุทธ ทุกข้อหา ขณะที่ตำรวจไม่ทำความเห็นแย้งอัยการสูงสุด ทำให้คดีเป็นอันสิ้นสุด

Getty Images

อัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานตรวจสอบกรณีอัยการไม่สั่งฟ้องทายาทกระทิงแดง

พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ
พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ Facebook/สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีกระบวนการทำงานของข้าราชการตำรวจในการพิจารณาสำนวนคดีนายวรยุทธ โดยมีพล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธาน ประกอบด้วยคณะกรรมการ 10 คน ทำงานในกรอบเวลา 15 วัน

ในวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 225/2563 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาดังกล่าว โดยมี ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ เป็นประธานกรรมการ

Getty Images

ขณะที่ ครอบครัวอยู่วิทยาอีกสายออกจดหมายเปิดผนึกกดดันให้ ครอบครัวของนายวรยุทธ อยู่วิทยา แสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังตระกูลอยู่วิทยาเผชิญกระแสลบ “จนเกินกว่าจะแบกรับ”

นายจารุชาติ มาดทอง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในจ.เชียงใหม่ ทั้งนี้เขาเป็นพยานปากสำคัญในคดีที่นายวรยุทธ ในคดีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต

Thai News Pix

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอายัดศพของนายจารุชาติ มาดทอง เพื่อชันสูตรพลิกศพอีกครั้งอย่างละเอียด หลังจากสังคมมีข้อสงสัยว่าอาจเป็นเหตุฆาตกรรมอำพราง เนื่องจากเขาเสียชีวิตเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ว่าอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวรยุทธ ในขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่า นายจารุชาติมีความเกี่ยวพันกับนายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีต ส.ว.เชียงใหม่และรู้จักกับทางตระกูล “อยู่วิทยา” เป็นผู้สนับสนุนให้ทีมฟุตบอล ขณะที่นายจารุชาติเคยทำงานด้วย แต่นายชูชัยปฏิเสธ

Thai News Pix

คณะทำงานตรวจสอบกรณีอัยการไม่สั่งฟ้องนายวรยุทธ “บอส” อยู่วิทยา ผู้ต้องหาหนีคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ที่แต่งตั้งโดยอัยการสูงสุด (อสส.) ระบุคำสั่งไม่ฟ้องทายาทกระทิงแดงเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด แต่พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมใน 2 ประเด็น คือ ความเร็วรถและยาเสพติด ที่สามารถดำเนินคดีทายาทกระทิงแดงต่อได้ ประกอบด้วย การดำเนินการ 2 ประการ คือ ประการแรกจะแจ้งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทสอง (โคเคน) ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ในมาตรา 58 และ 91 และประการที่สอง จะให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 147 ทำการสอบสวนใหม่ในประเด็นขับรถโดยประมาทซึ่งอายุความเหลืออีก 7 ปี

<strong loading=นายเนตร นาคสุข" />
นายเนตร นาคสุข Thai News Pix

นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่ออัยการสูงสุด เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการสั่งสำนวนคดีนี้ และเป็นการแสดงความรับผิดชอบแก่องค์กร

Thai News Pix

หลังครบ 13 วันตามกรอบการทำงาน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีอัยการและตำรวจสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบข้อบกพร่องอย่างน้อย 4 ประการในสำนวนที่ตำรวจส่งให้อัยการ จึงเตรียมเสนออัยการรื้อคดีใหม่ พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตำรวจที่เกี่ยวข้องและการใช้ดุลพินิจไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของ พล.ต.ท. เพิ่มพูล ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร.

Wasawat Lukharang/BBC Thai

ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส 3 ข้อหา ได้แก่ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 โดยมี “อายุความ 15 ปี”

หลังจากครบ 30 วันตามกรอบการทำงาน นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่นายวรยุทธ ได้นำรายงานฉบับสมบูรณ์จำนวน 100 หน้าให้แก่พล.อ.ประยุทธ์

นายวิชา มหาคุณ
นายวิชา มหาคุณ Thai News Pix

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่นายวรยุทธ ซึ่งมีนายวิชา เป็นประธานได้เสนอ 5 แนวทางต่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เริ่มกระบวนการสอบสวนคดีนี้ใหม่เพื่อความถูกต้อง หลังพบข้อบกพร่องในสำนวนคดี มีการประวิงเวลาและใช้พยานหลักฐานเท็จ

ทางการไทยได้แจ้งตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพลให้ออกหมายแดงสำหรับนายวรยุทธ

STR/AFP/GETTY IMAGES

ตำรวจไทยเตรียมทำเรื่องขอให้ส่งตัวนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา กลับมาดำเนินคดีที่ไทย โดยประสานความช่วยเหลือไปยังประเทศสมาชิกของอินเตอร์โพลจะช่วยระบุว่าปัจจุบันนายวรยุทธหลบหนีคดีไปพำนักอยู่ที่ใด

  • 11 ส.ค. 2563

นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่ออัยการสูงสุด เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการสั่งสำนวนคดีนี้ และเป็นการแสดงความรับผิดชอบแก่องค์กรอัยการ และต้องการให้สังคมเกิดความสบายใจ โดยเขายืนยันว่าการสั่งคดีดังกล่าวได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

  • 31 ส.ค. 2563

หลังจากครบ 30 วันตามกรอบการทำงานของ นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 นายวิชาได้นำรายงานฉบับสมบูรณ์ให้แก่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมรับฟังด้วย

นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส

ที่มาของภาพ, EPA

รายงานดังกล่าวมีอยู่ประมาณ 100 หน้า แต่ข้อสรุปจริง ๆ มีประมาณ 10 หน้าที่จะเป็นรายละเอียดเขียนไว้ชัดเจนว่าเกิดความบกพร่องที่ใคร หน่วยงานไหน

  • 1 ก.ย. 2563

พล.อ. ประยุทธ์และนายวิชาได้เปิดเผยสาระสำคัญของรายงานดังกล่าว ซึ่งระบุชัดเจนว่าเกิดความบกพร่องที่ใคร หน่วยงานไหน ที่ทำเนียบรัฐบาล

  • 5 ก.ย. 2564

สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานข่าวความคืบหน้าเรื่องการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัยนายเนตร ที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธนั้น ประธานคณะกรรมการและคณะกรรมการ 5 คน ได้สรุปสำนวนความยาวกว่า 100 หน้า เสนอให้นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการผิดวินัยไม่ร้ายแรง ไม่พบว่าเป็นการสั่งคดีโดยมีการทุจริต เป็นเพียงการบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น สมควรให้เสนองดบำเหน็จบำนาญ ไม่เลื่อนขั้นเป็นเวลา 2 ปี และไม่เสนอให้เป็นอัยการอาวุโส

  • 2 ส.ค. 2565

รองโฆษก อสส. การเปลี่ยนแปลงประมวลกฎหมายยาเสพติดที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายปี 2564 ทำให้อัตราโทษของการเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ลดลง ส่งผลให้ข้อหาเสพโคเคนของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส หมดอายุความลง