บอส อยู่วิทยา: ลำดับเหตุการณ์ในรอบ 9 ปีคดีทายาทกระทิงแดงชนตำรวจตาย

red bull

ที่มาของภาพ, Getty Images

หลังจากคณะทำงานอัยการความเห็นโดยเอกฉันท์เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2563 สั่งฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ในข้อหา ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ เสพโคเคน หลังเหตุการณ์เมื่อปี 2555 ซึ่งมาพร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรม

ผ่านมาหนึ่งปี สังคมกลับมาให้ความสนใจในกรณีเรื่องการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัยนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด ที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธอีกครั้ง เมื่อสื่อมวลชนหลายสำนักรายงานว่า ประธานคณะกรรมการและคณะกรรมการ 5 คน ได้สรุปสำนวนความยาวกว่า 100 หน้า เสนอให้นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการผิดวินัยไม่ร้ายแรง ไม่พบว่าเป็นการสั่งคดีโดยมีการทุจริต เป็นเพียงการบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น

ในการสรุปสำนวนดังกล่าว ยังให้ความเห็นอีกว่า สมควรให้เสนองดบำเหน็จบำนาญ ไม่เลื่อนขั้นเป็นเวลา 2 ปี และไม่เสนอให้เป็นอัยการอาวุโส โดยเบื้องต้นผลการสอบดังกล่าวเสนอจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการอัยการพิจารณาภายในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ในเวลาต่อมาได้เลื่อนการพิจารณาลงมติเป็นวันที่ 21 ก.ย. แทน

ย้อนอ่านความเห็นของคณะทำงานอัยการในกรณีสั่งฟ้องนายวรยุทธ

สำนักงานอัยการสูงสุด แถลงในเอกสารเผยแพร่วันที่ 18 ก.ย. 2563 ว่า คณะทำงานของสำนักงานฯที่ตั้งขึ้นเมื่อ 4 ส.ค. 2563 โดยมีนายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีความเห็นโดยเอกฉันท์ ดังนี้

1. คดีปรากฏพยานหลักฐานใหม่และเป็นพยานสำคัญแก่คดีซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาได้จึงสั่งฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา ในข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อาญา มาตรา 291 โดยแจ้งให้พนักงานสอบสวนนำตัวนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา มาเพื่อฟ้องต่อไป

2. คดีมีพยานหลักฐานทั้งปรากฏในสำนวนอยู่เดิมและได้จากการสอบสวนเพิ่มเติม แน่นแฟ้น มั่นคง ว่าขณะเกิดเหตุ ผู้ต้องหา เสพโคเคนอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 จึงเห็นควรสั่งฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา ในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 2 (โคเคนหรือโคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 58 , 91

boss car

ที่มาของภาพ, EPA

บีบีซีไทยรวบรวมเหตุการณ์สำคัญในคดีบอส อยู่วิทยา ตั้งแต่วันเกิดเหตุ จนถึง ข้อกังขา ของคดีนี้

ย้อนคดี บอส อยู่วิทยา

วันเกิดเหตุ

ข่าวสด

นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ซึ่งตอนนั้นอายุ 28 ปี ขับรถเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตโดยลากร่างตำรวจนายนี้ไปกว่า 200 เมตร ราว 5.30 น. ที่ช่วงปากซอยสุขุมวิท 47 แล้วหลบหนีไปที่บ้านพักเลขที่ 9 ซ.สุขุมวิท 53

ตำรวจระดับสารวัตรป้องกันปราบปราม สน.ทองหล่อนำตัวคนดูแลบ้านอยู่วิทยาไปมอบตัวโดยระบุว่าเขาเป็นคนขับรถชนตำรวจตาย แต่ไม่มีใครเชื่อว่าเขาเป็นคนขับรถจริง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ในขณะนั้นต้องลงพื้นที่เพื่อติดตามนายวรยุทธมามอบตัว และในที่สุดนายวรยุทธเข้ามอบตัวที่ สน.ทองหล่อในเวลา 10.30 น.

หลังจากเข้ามอบตัวในวันเดียวกัน มีการนำตัวเข้าห้องสอบสวนราว 6 ชม. โดยให้การภาคเสธและยอมรับว่าขับรถสปอร์ตหรูไปประสบอุบัติเหตุจริง แต่ผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้าทำให้หักหลบไม่ทัน นอกจากนี้ นายวรยุทธยังอ้างว่าเกิดความเครียดหลังขับรถชน จึงไปดื่มแอลกอฮอล์ในภายหลัง

ข่าวสด

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้ก่อเหตุไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่ รพ.สมิติเวช แล้วได้แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ตำรวจไม่คัดค้านประกันตัว จึงให้ประกันตัวออกไปในวงเงินประกัน 5 แสนบาท

นายจารุชาติ มาดทอง เข้าให้การเป็นพยานว่าเป็นผู้เห็นเหตุการณ์อุบัติเหตุขณะที่เขาขับรถกระบะส่งของ แต่เขาไม่ได้ระบุถึงความเร็วของรถยนต์หรูที่นายวรยุทธขับในวันนั้น

ทนายของนายวรยุทธขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

ผลตรวจเลือดโดยสาขาวิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุถึงสารแปลกปลอมที่พบในร่างกาย ของ นายวรยุทธ ว่ามีทั้งหมด 4 ชนิด ในจำนวนนี้มี 2 ชนิด (Benzoyleegorine และ Cocaethylene) ที่เป็นสารที่เกิดขึ้นในเลือด ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกายหลังจากการเสพโคเคน

จนท. เรียกตัวผู้ต้องหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาเมาแล้วขับเพิ่มเติม

EPA

นายวรยุทธ พร้อมผู้ติดตาม เข้ารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหาเมาแล้วขับ และข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หลังผลการตรวจระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและผลของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานออกมาว่านายวรยุทธขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. ระบุว่าได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ว่าจะนำส่งสำนวนคดีนายวรยุทธต่ออัยการศาลอาญากรุงเทพใต้ซึ่งระบุถึงผลการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายในสำนวน

อัยการมีความเห็นแย้ง เห็นควรสั่งฟ้องเป็น 4 ข้อหา รวมทั้งฟ้องข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่สั่งฟ้องข้อหาขับรถขณะเมาสุรา เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานทางคดีบ่งชี้ว่ามีการกระทำผิด

2 ข้อหาขาดอายุความ ประกอบด้วย 1) ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และ 2) ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ทั้งสองข้อหามีอายุความ 1 ปี

ทีมทนายของนายวรยุทธมีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมในคดีหลายครั้ง ในหลายหน่วยงานรวมถึง คณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชุดที่มี พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานด้วย

พ.ต.ต.ธนสิทธิ แตงจั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในตำรวจพิสูจน์หลักฐานและผู้ตรวจสอบความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธขับ มีการคำนวณหาความเร็ววิธีใหม่ได้ความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธขับขี่ประมาณ 79.23 กม./ชม. แต่สำนักข่าวอิศราระบุว่า ไม่ปรากฏข้อมูลความเร็วของรถยนต์ที่ 177 กม./ชม. ในสำนวนของอัยการ

ตำรวจสรุปสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องวรยุทธ เพียง 2 ข้อหา

EPA

1. ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอายุความ 15 ปี จำคุกไม่เกิน 10 ปี แต่ต่อมาอัยการสูงสุดมีความเห็นไม่ฟ้อง ข้อหาจึงตกไป

2. ข้อหาไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร ซึ่งมีอายุความ 5 ปี

ส่วนข้อหา ขับรถเร็วและเมาแล้วขับ พนักงานสอบสวนไม่สั่งฟ้องเพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

นายวรยุทธมอบอำนาจให้ทนายความมายื่นหนังสือกับพนักงานอัยการขอเลื่อนคดี อ้างว่าติดธุระอยู่ต่างประเทศ พนักงานอัยการผู้รับผิดชอบคดีจึงเลื่อนไปวันที่ 25 พ.ค. 2559

Facebook/สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ

นายวรยุทธไม่มาพบพนักงานอัยการ พนักงานอัยการจึงมีหนังสือแจ้งไปที่พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ให้ไปดำเนินการติดตามเอาตัวผู้ต้องหาเพื่อส่งฟ้องต่อศาล แต่พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ แจ้งว่าผู้ต้องหาได้ขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานอัยการออกไปก่อน เนื่องจากได้ไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่ กมธ.กฎหมายฯ สนช. เพื่อขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม

พล.ต.ท. ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ระบุว่า นายวรยุทธได้เดินทางออกจากประเทศ ก่อนหน้าที่ศาลอาญากรุงเทพใต้จะออกหมายจับ โดยเบื้องต้นปลายทางในการเดินทางคือ ประเทศสิงคโปร์ แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเดินทางต่อไปยังประเทศอะไรต่อไปหรือไม่

Getty Images

ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับนายวรยุทธ ในข้อหาชนแล้วหนี และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หลังจากเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องพนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้เป็นครั้งที่ 8 โดยอ้างว่าติดภารกิจในต่างประเทศ

Getty Images

สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเปิดเผยว่าได้บรรจุชื่อของนายวรยุทธอยู่ในบัญชีดำ เพื่อตรวจตามจุดผ่านแดนทุกจุดของประเทศ เพื่อที่จะเปิดทางให้ สตม. จับกุมตัวทันที หากพบตัวตามจุดผ่านแดนต่าง ๆ

ทางการสิงคโปร์เปิดเผยว่านายวรยุทธไม่ได้อยู่ในประเทศ หลังจากตำรวจไทยเปิดเผยว่าเขาเดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดยเครื่องบินส่วนตัวไปสิงคโปร์เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการกงสุลได้เพิกถอนหนังสือเดินทางของนายวรยุทธ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้องขอ

ข้อหาไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควรหมดอายุความ หลังจากครบกำหนด 5 ปี

www.interpol.int ข้อมูล ณ วันที่ 11 ต.ค. 2560

เว็บไซต์ตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) เผยแพร่หมายจับ “หมายแดง” นายวรยุทธ บนเว็บไซต์

Facebook/สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าหมายจับของนายวรยุทธยังคงอยู่ในระบบเพียงแต่ไม่ได้แสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ของอินเตอร์โพล

มีการเรียกพยานเข้ามาให้ข้อมูลในคดีเพิ่ม 2 ปาก ประกอบด้วยนายจารุชาติ มาดทองและพล.อ.ท.จักกฤช ถนอมกุลบุตร โดยระบุว่า ด.ต.วิเชียร ขับรถตัดหน้า โดยการเปลี่ยนเลนกระทันหันจากช่องทางซ้ายมาเป็นช่องทางที่ 2 หรือเลนกลาง และมีรายงานว่าเขากล่าวถึงความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธขับว่าไม่เกิน 80 กม./ชม.

มีหนังสือลงนามโดย พ.ต.ท.ธนาวุฒิ สงวนสุข รักษาการ ผกก.สน.ทองหล่อ ถึงนายวรยุทธ แจ้งเรื่องอัยการสูงสุดไม่ฟ้องคดีทุกข้อกล่าวหา และได้ถอนหมายจับแล้ว

ป.ป.ช. 

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัย พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว อดีตผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กับนายตำรวจรวม 7 นาย กรณีช่วยเหลือนายวรยุทธ ไม่ให้ถูกดำเนินคดี ข้อหาขับรถขณะเมาสุรา และข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งไม่ออกหมายจับ จนเป็นเหตุให้หลบหนีได้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงกรณีเว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น รายงานว่าอัยการสูงสุดไม่สั่งฟ้องนายวรยุทธ ทุกข้อหา ขณะที่ตำรวจไม่ทำความเห็นแย้งอัยการสูงสุด ทำให้คดีเป็นอันสิ้นสุด

Getty Images

อัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานตรวจสอบกรณีอัยการไม่สั่งฟ้องทายาทกระทิงแดง

พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ
พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ Facebook/สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีกระบวนการทำงานของข้าราชการตำรวจในการพิจารณาสำนวนคดีนายวรยุทธ โดยมีพล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธาน ประกอบด้วยคณะกรรมการ 10 คน ทำงานในกรอบเวลา 15 วัน

ในวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 225/2563 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาดังกล่าว โดยมี ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ เป็นประธานกรรมการ

Getty Images

ขณะที่ ครอบครัวอยู่วิทยาอีกสายออกจดหมายเปิดผนึกกดดันให้ ครอบครัวของนายวรยุทธ อยู่วิทยา แสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังตระกูลอยู่วิทยาเผชิญกระแสลบ “จนเกินกว่าจะแบกรับ”

นายจารุชาติ มาดทอง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในจ.เชียงใหม่ ทั้งนี้เขาเป็นพยานปากสำคัญในคดีที่นายวรยุทธ ในคดีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต

Thai News Pix

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอายัดศพของนายจารุชาติ มาดทอง เพื่อชันสูตรพลิกศพอีกครั้งอย่างละเอียด หลังจากสังคมมีข้อสงสัยว่าอาจเป็นเหตุฆาตกรรมอำพราง เนื่องจากเขาเสียชีวิตเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ว่าอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวรยุทธ ในขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่า นายจารุชาติมีความเกี่ยวพันกับนายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีต ส.ว.เชียงใหม่และรู้จักกับทางตระกูล “อยู่วิทยา” เป็นผู้สนับสนุนให้ทีมฟุตบอล ขณะที่นายจารุชาติเคยทำงานด้วย แต่นายชูชัยปฏิเสธ

Thai News Pix

คณะทำงานตรวจสอบกรณีอัยการไม่สั่งฟ้องนายวรยุทธ “บอส” อยู่วิทยา ผู้ต้องหาหนีคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ที่แต่งตั้งโดยอัยการสูงสุด (อสส.) ระบุคำสั่งไม่ฟ้องทายาทกระทิงแดงเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด แต่พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมใน 2 ประเด็น คือ ความเร็วรถและยาเสพติด ที่สามารถดำเนินคดีทายาทกระทิงแดงต่อได้ ประกอบด้วย การดำเนินการ 2 ประการ คือ ประการแรกจะแจ้งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทสอง (โคเคน) ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ในมาตรา 58 และ 91 และประการที่สอง จะให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 147 ทำการสอบสวนใหม่ในประเด็นขับรถโดยประมาทซึ่งอายุความเหลืออีก 7 ปี

<strong loading=นายเนตร นาคสุข" />
นายเนตร นาคสุข Thai News Pix

นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่ออัยการสูงสุด เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการสั่งสำนวนคดีนี้ และเป็นการแสดงความรับผิดชอบแก่องค์กร

Thai News Pix

หลังครบ 13 วันตามกรอบการทำงาน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีอัยการและตำรวจสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบข้อบกพร่องอย่างน้อย 4 ประการในสำนวนที่ตำรวจส่งให้อัยการ จึงเตรียมเสนออัยการรื้อคดีใหม่ พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตำรวจที่เกี่ยวข้องและการใช้ดุลพินิจไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของ พล.ต.ท. เพิ่มพูล ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร.

Wasawat Lukharang/BBC Thai

ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส 3 ข้อหา ได้แก่ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 โดยมี “อายุความ 15 ปี”

หลังจากครบ 30 วันตามกรอบการทำงาน นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่นายวรยุทธ ได้นำรายงานฉบับสมบูรณ์จำนวน 100 หน้าให้แก่พล.อ.ประยุทธ์

นายวิชา มหาคุณ
นายวิชา มหาคุณ Thai News Pix

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่นายวรยุทธ ซึ่งมีนายวิชา เป็นประธานได้เสนอ 5 แนวทางต่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เริ่มกระบวนการสอบสวนคดีนี้ใหม่เพื่อความถูกต้อง หลังพบข้อบกพร่องในสำนวนคดี มีการประวิงเวลาและใช้พยานหลักฐานเท็จ

ทางการไทยได้แจ้งตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพลให้ออกหมายแดงสำหรับนายวรยุทธ

STR/AFP/GETTY IMAGES

ตำรวจไทยเตรียมทำเรื่องขอให้ส่งตัวนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา กลับมาดำเนินคดีที่ไทย โดยประสานความช่วยเหลือไปยังประเทศสมาชิกของอินเตอร์โพลจะช่วยระบุว่าปัจจุบันนายวรยุทธหลบหนีคดีไปพำนักอยู่ที่ใด

  • 11 ส.ค. 2563

นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่ออัยการสูงสุด เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการสั่งสำนวนคดีนี้ และเป็นการแสดงความรับผิดชอบแก่องค์กรอัยการ และต้องการให้สังคมเกิดความสบายใจ โดยเขายืนยันว่าการสั่งคดีดังกล่าวได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

  • 31 ส.ค. 2563

หลังจากครบ 30 วันตามกรอบการทำงานของ นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 นายวิชาได้นำรายงานฉบับสมบูรณ์ให้แก่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมรับฟังด้วย

รายงานดังกล่าวมีอยู่ประมาณ 100 หน้า แต่ข้อสรุปจริง ๆ มีประมาณ 10 หน้าที่จะเป็นรายละเอียดเขียนไว้ชัดเจนว่าเกิดความบกพร่องที่ใคร หน่วยงานไหน

  • 1 ก.ย. 2563

พล.อ. ประยุทธ์และนายวิชาได้เปิดเผยสาระสำคัญของรายงานดังกล่าว ซึ่งระบุชัดเจนว่าเกิดความบกพร่องที่ใคร หน่วยงานไหน ที่ทำเนียบรัฐบาล

  • 5 ก.ย. 2564

สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานข่าวความคืบหน้าเรื่องการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัยนายเนตร ที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธนั้น ประธานคณะกรรมการและคณะกรรมการ 5 คน ได้สรุปสำนวนความยาวกว่า 100 หน้า เสนอให้นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการผิดวินัยไม่ร้ายแรง ไม่พบว่าเป็นการสั่งคดีโดยมีการทุจริต เป็นเพียงการบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น สมควรให้เสนองดบำเหน็จบำนาญ ไม่เลื่อนขั้นเป็นเวลา 2 ปี และไม่เสนอให้เป็นอัยการอาวุโส

โดยเบื้องต้นผลการสอบดังกล่าวเสนอจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการอัยการพิจารณาภายในวันที่ 10 ก.ย.นี้

line
Boss Yovidhay

ที่มาของภาพ, BBC Thai

ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยเดินทางไปยังบ้านหลังที่เชื่อว่านายวรยุทธอาศัยอยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอนเมื่อเดือนส.ค. 2563ตามที่เคยปรากฏในรายงานของสำนักข่าวเอพีเมื่อปี 2017 จากการสอบถามเพื่อนบ้านคนหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม เธอเล่าว่าเธอเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ตั้งแต่ย้ายมาก็เห็นบ้านหลังดังกล่าวมีนั่งร้านตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้าน และมีคนงานทำงานอยู่ด้านหน้า คล้ายมีการตกแต่งปรับปรุงใหม่ ไม่ทราบว่าจะเตรียมขายหรือปล่อยเช่า หรือเป็นการปรับปรุงตามสภาพ เธอบอกว่าการก่อสร้างเพิ่งเสร็จสิ้นไปช่วงปลายเดือน ก.ค. เธอบอกด้วยว่าตลอดช่วงเกือบ 4 เดือนที่อยู่ที่นี่มา ไม่เคยเห็นเพื่อนบ้านในบ้านหลังดังกล่าวเลย ประกอบกับช่วงที่ย้ายมาเป็นช่วงที่อังกฤษเพิ่งประกาศมาตรการล็อกดาวน์ เธอจึงไม่ได้ออกจากบ้านมากนัก

line

ข่าวที่เกี่ยวข้อง